Error
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Print
Tuesday, 16 October 2012 09:13

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

-  ยอดค้าปลีกในเดือนกันยายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% สู่ระดับ 412.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8% สะท้อนว่าผู้บริโภคมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และจุดประกายความหวังว่าการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นอาจช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัวได้ดีกว่าที่มีการประเมินกันไว้ ปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ยอดค้าปลีกให้เพิ่มสูงขึ้นก็คือ ยอดขายสินค้าในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 4.5% เพราะได้แรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากการวางจำหน่าย iPhone 5 ในเดือนที่แล้ว ทั้งนี้ ยอดขายสินค้าประเภทดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 ซึ่งเป็นช่วงที่ iPhone 4S เปิดตัว ขณะเดียวกันยอดขายสินค้าในหมวดอื่นๆ ก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยยอดขายน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.5% ยอดขายรถยนต์และอะไหล่เพิ่ม 1.3% ยอดขายวัสดุก่อสร้างเพิ่ม 1.1% ยอดขายอาหารและเครื่องดื่มเพิ่ม 1.2% และยอดค้าปลีกแบบไม่มีหน้าร้าน (non-store) อาทิ การขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้น 1.8% ทั้งนี้ หากไม่รวมยอดขายน้ำมันเบนซิน ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.0% และหากไม่รวมยอดขายยานยนต์ ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 1.1%

-  ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนตุลาคมหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยดัชนีภาวะธุรกิจเดือนอยู่ที่ระดับ -6.16 จุด เพิ่มขึ้นจากระดับ -10.41 จุดในเดือนกันยายน หดตัวลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ -4.50 จุด โดยดัชนียอดสั่งซื้อใหม่ในภาคอุตสาหกรรมของรัฐนิวยอร์ก เพิ่มขึ้นสู่ระดับ -8.97 จุด จากระดับ -14.03 จุดในเดือนกันยายน ขณะที่ดัชนีจำนวนผู้ประกอบการในภาคการผลิต ลดลงมาอยู่ที่ระดับ -1.08 จุด จากระดับ -4.26 จุดในเดือนก่อน

-  สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนกรกฎาคม มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% อันเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของสต็อกรถยนต์

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า เขามองเห็นสัญญาณเชิงบวกในเศรษฐกิจยูโรโซน ซึ่งเป็นผลมาจากความมีเสถียรภาพมากขึ้นในภาคการธนาคาร ปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว ได้แก่ การที่ธนาคารในยูโรโซนสามารถฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤตหนี้ในภูมิภาค และความคืบหน้าในการจัดตั้งสหภาพธนาคารยุโรป เป็นต้น

-  นายโอลลี เรห์น รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวในทำนองเดียวกับประธานอีซีบี โดยระบุว่า มุมมองในแง่ลบของเขาที่มีต่ออนาคตของเศรษฐกิจยูโรโซนนั้นน้อยลงกว่าเมื่อหลายเดือนก่อน เนื่องจากตอนนี้ยูโรโซนมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจยุโรป อาทิ สหภาพธนาคาร เป็นต้น

-  นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า การกำกับดูแลภาคธนาคารในเขตยูโรโซนโดยใช้มาตรฐานเดียวกันจะยังไม่เริ่มดำเนินการก่อนถึงปี 2557 ถึงแม้ว่าเริ่มจะมีผลทางกฎหมายในช่วงต้นปีหน้านี้ นายดรากิกล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้าเป็นต้นไปเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การดำเนินการจะเริ่มต้นในวันที่ 1 มกราคม

-  ในยามวิกฤต ญี่ปุ่นและจีนยังเชื่อมั่นในอียู ทั้งนี้ นายโคริกิ โจจิมะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นกล่าวว่า ญี่ปุ่นอาจซื้อพันธบัตรเพิ่มเติมเพื่อช่วยยุโรปแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะ ขณะที่นายหยี่ กัง รองผู้ว่าแบงก์ชาติจีนกล่าวว่า ตลาดยุโรปเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับจีน ดังนั้น จีนจึงได้รับผลกระทบจากวิกฤตผ่านทางตลาดการเงินและระบบเศรษฐกิจที่แท้จริง อย่างไรก็ดี จีนจะร่วมมือกับกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) และกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของยูโรโซน

 

อิตาลี

-  นายอิคนาซิโอ วิสโค ผู้ว่าการธนาคารกลางอิตาลีกล่าวว่า โครงการซื้อพันธบัตรที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของประเทศที่ประสบปัญหาหนี้ในยูโรโซนนั้นส่งผลต่อตลาด ถึงแม้ว่าอีซีบียังไม่ได้เริ่มดำเนินการซื้อพันธบัตรเลยก็ตาม เนื่องจากข่าวดังกล่าวได้คลายความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ในภูมิภาคได้บ้างแล้ว

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของอิตาลีในเดือนกันยายนไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อน แต่เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พุ่งขึ้น 3.2% สอดคล้องกับการประเมินเบื้องต้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยชะลอลงจากอัตรารายปีที่ 2.2% ของเดือนสิงหาคม

 

สเปน

-  อังเคิล กูร์เรีย เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) แนะนำให้สเปนขอความช่วยเหลือจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ให้เริ่มดำเนินการเพื่อซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเป็นถ้อยแถลงที่เพิ่มแรงกดดันต่อสเปนในการขอความช่วยเหลือจากกลไกเสถียรภาพยุโรป ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือทางการเงินของยูโรโซน

-  สเปนกำลังเผชิญกับเสียงเรียกร้องให้ขอรับความช่วยเหลือ เพื่อคลี่คลายความวิตกกังวลในตลาดที่มีต่อสถานะการเงินของประเทศ ซึ่งสเปนจำเป็นต้องดำเนินการก่อนที่อีซีบีจะเริ่มซื้อพันธบัตรรัฐบาลแบบไม่จำกัดวงเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนเชื่อว่าสเปนจะขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศในเร็วๆนี้ภายใต้ความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่สเปนถูกลดอันดับเครดิต ซึ่งยิ่งกระพือกระแสคาดการณ์ดังกล่าว แม้รัฐบาลสเปนออกมาย้ำแล้วย้ำอีกว่า สเปนไม่ต้องการความช่วยเหลือก็ตาม

 

โปรตุเกส

-  สหภาพแรงงานโปรตุเกส และประชาชนหลายหมื่นคนทั่วประเทศ รวมตัวที่กรุงลิสบอน เพื่อเดินขบวนไปยังอาคารรัฐสภา ประท้วงแผนรัดเข็มขัดของรัฐบาล ที่สหภาพยุโรปบังคับใช้เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินสาธารณะ ทำให้ชาวโปรตุเกสต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆ ถูกปรับลดลง ขณะที่คนตกงานเพิ่มขึ้น ซึ่งอัตราว่างงานในโปรตุเกสขณะนี้ พุ่งสูงถึงร้อยละ 16 ซึ่งสูง เป็นอันดับ 3 ของสหภาพยุโรป โดยสหภาพแรงงานโปรตุเกส ยังประกาศนัดหยุดงานประท้วงทั่วประเทศ ในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้

 

สวิตเซอร์แลนด์

-  หนังสือพิมพ์ทาเกส อันไซเกอร์  รายงานว่า ยูบีเอส ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ อาจปลดพนักงาน 10,000 คนในอนาคตอันใกล้นี้ โดยอาจประกาศพร้อมกับการนำเสนอรายงานผลประกอบการรายไตรมาสในวันที่ 30 ตุลาคม พนักงานส่วนใหญ่ที่ถูกปลดคาดว่าจะอยู่ในแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการจ้างงานทั้งหมด 8,200 คน โดย 3,200 คนอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งนี้ ยูบีเอส มีพนักงานทั้งหมด 63,520 คนทั่วโลก นับถึงสิ้นเดือนมิถุนายน รวมถึงพนักงาน 22,500 คนในสวิตเซอร์แลนด์

 

เอเชีย: จีน

-  สำนักงานสถิติของจีนรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคของจีนเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 1.9% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบสองปี และตรงกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมซึ่งอยู่ที่ 2% ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 2.5% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลงจากเดือนสิงหาคมที่เพิ่มขึ้น 3.4%เนื่องจากการลดลงของราคาสุกร ส่วนดัชนีราคาสินค้าหมวดที่ไม่ใช่อาหารเพิ่มขึ้น 1.7% หลังจากเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 1.4% สำหรับดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนกันยายนลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 โดยลดลง 3.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน

 

ญี่ปุ่น

-  กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ได้ปรับทบทวนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคมเป็นหดตัวลง 1.6% จากเดือนกกรกฎาคม จากก่อนหน้านี้ที่ประมาณการว่าหดตัวลง 1.3% ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นหดตัวลงติดต่อกัน 2 เดือน โดยทางกระทรวงฯระบุว่าเป็นผลมาจากการปรับทบทวนราคาสินค้าทางการแพทย์ ซึ่งไม่ได้มีการนำตัวเลขดังกล่าวมาพิจารณาเมื่อมีการเปิดเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเบื้องต้นเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา รวมทั้งการผลิตที่ชะลอตัวของกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการขนส่ง

 

เกาหลีใต้

-  ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่าราคานำเข้าของเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนกันยายน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นและการขึ้นราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน โดยราคานำเข้าในรูปสกุลเงินวอนปรับตัวขึ้น 0.9% ในเดือนกันยายนจากระดับเดือนที่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับปีที่แล้วราคานำเข้าลดลง 2.4% โดยเมื่อเทียบสถิติเป็นรายเดือนราคานำเข้าขยายตัวขึ้นมาติดต่อกัน 2 เดือน หลังจากที่ขยายตัวติดลบมาเป็นเวลา 4 เดือนก่อนหน้านี้จนถึงเดือนสิงหาคม โดยราคาน้ำมันดิบดูไบซึ่งเป็นมาตรวัดของเกาหลีใต้นั้น เคลื่อนไหวโดยเฉลี่ยในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 2.4% จากระดับเดือนที่แล้ว

 

ไทย

-  คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบขยายปริมาณและกรอบการใช้เงินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 55 เพิ่มอีก 1.39 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้การรับจำนำข้าวนาปรังทั้งปี 55 เป็น 14.70 ล้านตัน จากเดิมที่กำหนดไว้ 13.31 ล้านตัน โดยใช้เงินเพิ่มเติมจำนวน 2.09 หมื่นล้านบาท และให้ใช้จากวงเงินรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 54/55 ในส่วนที่เป็นเงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) จำนวน 9 หมื่นล้านบาท มาดำเนินการ

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (15 ต.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ปัจจัยสนับสนุนจากการที่นักลงทุนมีความมั่นใจต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกลดลง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับแนวโน้มการขอความช่วยเหลือทางการเงินของสเปน รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทต่างๆที่แย่ลง แม้จะมีปัจจัยบวกจากตัวเลขการส่งออกและอัตราเงินเฟ้อในเดือนกันยายนของจีน

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (15 ต.ค.)  ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯวันนี้แข็งขึ้นเทียบกับหลายสกุลเงินเนื่องจากนักลงทุนลดความเสี่ยงของการลงทุนลงจากความวิตกเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจโลกรวมทั้งการปรับลดแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทต่างๆ

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (15 ต.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนไม่มั่นใจต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ euro-area ขณะเดียวกันก็รอว่าเมื่อใดสเปนจะขอความช่วยเหลือทางการเงิน รวมทั้งยังคาดการณ์ว่าตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเยอรมนีจะลดลง

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (15 ต.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวสูงขึ้นในวันจันทร์ หลังการเปิดเผยผลประกอบการของซิตี้กรุ๊ปและยอดค้าปลีกของสหรัฐที่ออกมาสูงเกินคาด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.72%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.81% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.66% หุ้นซิตี้กรุ๊ปพุ่งขึ้น 5.5% หลังจากรายงานผลประกอบการรายไตรมาสพุ่งขึ้นเกินคาด นอกจากนี้ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น 1.1% ในเดือนก.ย. ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8%

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (15 ต.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.51% ในวันนี้แม้ตลาดวิตกเกี่ยวกับการปรับลดแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่นเนื่องจากนักลงทุนได้เข้าช้อนซื้อหุ้นหลังจากราคาลดลงอย่างหนักในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวันนี้ตลาดหุ้นได้แรงหนุนจากข้อมูลเงินเฟ้อของจีนที่ชี้ถึงโอกาสในการที่ธนาคารกลางจีนจะผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีสำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้แม้ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อเดือนกันยายนจะใกล้จุดต่ำสุดในรอบสองปี ขณะที่อัตราการขยายตัวของการส่งออกเดือนกันยายนก็ขยายตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ แต่เช้าวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวลดลงเนื่องจากการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ที่ขาดทุนของบางบริษัทในตลาดหุ้นจีน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.30% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.06%

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (15 ต.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีแรงขายออกมามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งนี้ปัจจัยต่างประเทศโดยรวมยังชี้ไปในทางลบโดยเฉพาะการคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทต่างๆ อย่างไรก็ดีตัวเลขอัตราเงินเฟ้อและการส่งออกของจีนเดือนกันยายนก็ส่งผลบวกต่อตลาดบ้างเล็กน้อย โดยในช่วงบ่ายดัชนีปรับสูงขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 6.42 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2555

Written by :
กระแสหุ้นออนไลน์
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment