Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 17 October 2012 09:18

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

-  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้าน/ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยของ NAHB/Wells Fargo ที่จัดทำโดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกันสู่ระดับ 41 จากระดับ 40 ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 6 ปี อย่างไรก็ดีดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า กลุ่มผู้สร้างบ้านมีมุมมองต่อตลาดในเชิงลบมากกว่าในเชิงบวก และดัชนียังไม่เคยปรับตัวเหนือระดับ 50 มานับตั้งแต่เดือนเมษายน 2549

-  ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนปรับตัวเพิ่มขึ้นเท่ากับเดือนก่อนที่ 0.6% อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น 7% ในเดือนกันยายนหลังพุ่งขึ้น 9% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคสหรัฐลดค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆ ลง ขณะที่ราคาอาหารในเดือนที่แล้วเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% แม้ว่าพื้นที่เกษตรที่สำคัญของสหรัฐเผชิญภัยแล้งที่รุนแรง โดยดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.1% เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ทั้งนี้ เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เดือนกันยายนปรับขึ้น 2% ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 2% เช่นกัน การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน และมีแนวโน้มจะจุดปะทุความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ แม้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังเป็นไปอย่างเชื่องช้า

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  ยูโรสแตทรายงานยอดผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของยูโรโซนเดือนสิงหาคมขยายตัว 0.6% (m-o-m) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่หดตัว 0.4% เนื่องจากยอดผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ของยูโรโซน อาทิ ฝรั่งเศสและอิตาลีขยายตัว 1.5% และ 1.7% ตามลำดับ

-  นายนาโอยูกิ ชิโนะฮาระ รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเฟ) นายฮารุฮิโตะ คูโรดะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และโอลี เรห์น คณะกรรมาธิการกิจการการเงินของสหภาพยุโรป ต่างเห็นพ้องกันว่า ยุโรปจำเป็นต้องดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดควบคู่กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการปฏิรูปเพื่อให้หลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ

 

เยอรมนี

-  นาย วูลฟ์กัง ชูเบอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเยอรมนีคาดว่ากรีซจะไม่ประสบภาวะล้มละลาย อันจะช่วยป้องกันกรีซจากการสูญเสียสถานะสมาชิกยูโรโซน เนื่องจากรัฐบาลกรีซได้ดำเนินมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณอย่างจริงจังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลให้กรีซยังคงได้รับเงินช่วยเหลือต่อไป ทั้งนี้ หากกรีซตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซนจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจกรีซ และยังทำให้วิกฤตเศรษฐกิจลุกลามสู่ประเทศอื่นๆ ในยูโรโซนเช่นเดียวกัน

-  สถาบัน ZEW ของเยอรมนี รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของนักวิเคราะห์และนักลงทุนประจำเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยอยู่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และบ่งชี้ว่าวิกฤติหนี้ยูโรโซนยังไม่ได้กระทบเยอรมนีมากเท่ากับที่มีความวิตกกันก่อนหน้านี้   ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นสู่ -11.5 ในเดือนตุลาคมจากระดับ -18.2 ในเดือนกันยายน

 

สเปน

-  นายลูอิส เด กินดอส รมว.เศรษฐกิจสเปน คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสเปนจะหดตัวลง 0.4% ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับไตรมาส 2 โดยการปรับตัวทางเศรษฐกิจในยุโรปในไตรมาส 3 ย่ำแย่กว่าในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในสเปนมีแนวโน้มที่มีเสถียรภาพ แม้ว่าข้อมูลโดยรวมยังคงอยู่ในเชิงลบ

-  เจ้าหน้าที่ยูโรโซนกล่าวว่า รัฐบาลสเปนอาจขอความช่วยเหลือทางการเงินจากยูโรโซนในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ สเปนกลายเป็นจุดสนใจสำคัญในวิกฤติหนี้ยูโรโซนในช่วงต้นปีนี้ ขณะที่นักลงทุนไม่ต้องการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสเปนเนื่องจากปัจจัยลบหลายประการ ซึ่งรวมถึงการที่ภาคธนาคารของสเปนอยู่ในภาวะอ่อนแอ, รัฐบาลหลายแคว้นของสเปนมีหนี้สินสูง, เศรษฐกิจสเปนเข้าสู่ภาวะถดถอยเป็นครั้งที่สองในรอบ 3 ปี และหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้นของสเปน

 

กรีซ

-  นายแอนโทนิส ซามาราส นายกรัฐมนตรีกรีซ กล่าวว่า กรีซคาดหวังที่จะบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มเจ้าหนี้เกี่ยวกับมาตรการรัดเข็มขัดครั้งใหม่ และหวังว่าสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะสามารถประสานความเห็นที่ขัดแย้งกันในเรื่องแนวทางการปรับลดหนี้กรีซ ก่อนที่ผู้นำอียูจะจัดการประชุมกันในวันที่ 18-19 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ กรีซอยู่ในระหว่างการเจรจากับอียู, ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และไอเอ็มเอฟในช่วงนี้ โดยเป็นการเจรจาเรื่องมาตรการปรับลดงบรายจ่ายและปฏิรูปประเทศครั้งใหม่ เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือกรีซงวดถัดไป ซึ่งจะช่วยให้กรีซสามารถหลีกเลี่ยงจากภาวะล้มละลาย

-  ไอเอ็มเอฟออกรายงานในสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า ไอเอ็มเอฟคาดว่าสัดส่วนหนี้สินของกรีซจะพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 182 %ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีหน้า ก่อนที่จะลดลงสู่ 153 % ของจีดีพีภายในปี 2017 ขณะที่มาตรการให้ความช่วยเหลือกรีซกำหนดไว้ว่า หนี้สินของกรีซควรจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 120 % ของจีดีพีภายในปี 2020

 

เอเชีย: จีน

-  จอร์จ โซรอส กล่าวในที่ประชุมสมาคมเศรษฐกิจธุรกิจแห่งชาติของสหรัฐฯว่า เศรษฐกิจจีนกำลังชะลอตัวลงเนื่องจากภาคครัวเรือนลดการใช้จ่าย โดยเขากล่าวว่า รูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่เคยใช้ได้ผลในอดีตนั้น กำลังอ่อนแรงลง ขณะที่อัตราการอุปโภคบริโภคเมื่อเทียบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ลดลงมาอยู่ที่ 1 ใน 3 ด้วยเหตุนี้ธนาคารกลางของประเทศต่างๆจึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบการเติบโตและให้ภาคครัวเรือนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งนี้ธนาคารโลกเตือนว่า จีนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งอยู่ที่ 9.2% ในปี 2554 นั้น จะชะลอลงเหลือ 7.7% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการปรับลดลงจากการขยายตัว 8.2% ที่ประเมินไว้ในเดือนพฤษภาคม โดยมีสาเหตุจากการส่งออกที่ซบเซาและการขยายตัวด้านการลงทุนที่ลดลง ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของจีนในปีนี้ลงเหลือ 7.8% ซึ่งถือเป็นอัตราการขยายตัวที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2542 จากก่อนหน้านี้ที่คาดการณ์ไว้ที่ 8%

 

ญี่ปุ่น

-  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) เปิดเผยในรายงานว่า คุณภาพความน่าเชื่อถือของประเทศญี่ปุ่นยังคงลดลงอย่างช้าๆ แม้ว่ารัฐสภาญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายการขึ้นภาษีการบริโภคทั่วประเทศก็ตาม S&P กล่าวในรายงานว่าการปรับขึ้นภาษีการขายจะไม่ทำให้เกิดรายได้มากพอที่จะทำให้ยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลลดลง หรือทำให้ภาวะรายได้และการใช้จ่ายของรัฐบาลมีความยั่งยืนเพิ่มขึ้นมากนัก โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รัฐสภาญี่ปุ่นได้บังคับใช้กฎหมายการปรับขึ้นภาษีการอุปโภคบริโภคจากปัจจุบันที่ระดับ 5% เป็น 8% โดยจะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2557 และจะปรับขึ้นเป็น 10% มีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม 2558 ทั้งนี้ S&P ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของประเทศญี่ปุ่นไว้เท่าเดิมที่ AA- ซึ่งเป็นระดับสูงสุดขั้นที่ 4 และยังคงให้แนวโน้มเป็น "เชิงลบ" S&P ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นลงมาอยู่ที่ระดับ AA- เมื่อเดือนมกราคม 2554 และได้ปรับเปลี่ยนแนวโน้มความน่าเชื่อถือจาก "มีเสถียรภาพ" เป็น "เชิงลบ" เมื่อเดือนเมษายน 2554 หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และคลื่นสึนามิได้เพียงเดือนเดียว

 

สิงคโปร์

-  รมว.การค้าและอุตสาหกรรมสิงค์โปรกล่าวว่า เศรษฐกิจสิงค์โปร์จะไม่เข้าสู่ระยะถดถอย แต่กำลังอยู่ในทิศทางสู่การขยายตัวปานกลางในปีหน้า ทั้งนี้เขากล่าวต่อบรรดาสมาชิกสภานิติบัญญัติว่าเศรษฐกิจที่อ่อนแอในปีนี้ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ท้าท้าย และกล่าวว่ายังคาดว่าสิงค์โปร์จะบรรลุการขยายตัวตามกรอบคาดการณ์ของรัฐบาลซึ่งอยู่ที่ 1.5-2.5% แม้ว่าในปีหน้าอัตราการขยายตัวอาจจะต่ำกว่าศักยภาพที่ทำได้ แต่สิงคโปร์ยังจะขยายตัวปานกลางอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เขายังย้ำความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อของสิงคโปร์ด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ยังคงดอลลาร์สิงคโปร์ให้แข็งค่า เขากล่าวเสริมว่าสิงคโปร์ไม่ควรใช้อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อคุ้มครองเศรษฐกิจ และควรกระตุ้นศักยภาพการแข่งขันในการส่งออก

 

ไทย

-  สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า

การประมูลใบอนุญาตบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1GHz เสร็จสิ้นลงแล้วในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากการประมูลในรอบที่ 7 ไม่มีผู้เสนอราคาประมูลเพิ่มเติมจากการประมูลในรอบก่อนหน้า โดยสรุปมีผู้ประมูลราคาครบ 9 สล็อต รวมราคาที่ยื่นประมูลมาทั้งหมด 41,625 ล้านบาท

โดย     - สล็อต A ราคาอยู่ที่ 4,725 ล้านบาท

- สล็อต B ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท

- สล็อต C ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท

- สล็อต D ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท

- สล็อต E ราคาอยู่ที่ 4,950 ล้านบาท

- สล็อต F ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท

- สล็อต G ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท

- สล็อต H ราคาอยู่ที่ 4,950 ล้านบาท

- สล็อต I ราคาอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ จากช่วงคลื่นทั้งหมด 45 MHz แบ่งเป็นสล็อตๆ ละ 5 MHz ได้ทั้งหมด 9 สล็อต มีการแข่งขันเสนอราคาเพื่อแย่งชิงช่วงคลื่นเพียง 3 สล็อตเท่านั้น ที่ราคา 4,725 ล้านบาท 1 สล็อต และ4,950 บาท จำนวน 2 สล็อต ที่เหลืออีก 6 สล็อตอยู่ที่ราคาตั้งต้นคือ 4,500 ล้านบาท เท่ากับว่ามูลค่าคลื่นทั้ง 45 MHz ที่กสทช.จะได้จากการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้ใบอนุญาตกับเอกชนทั้ง 3 รายเพื่อนำไปให้บริการ 3G เป็นเวลา 15 ปี มีราคารวม 41,625 ล้านบาท เท่านั้น สูงกว่าราคาตั้งต้นเพียง 1,125 ล้านบาท หรือประมาณ 2.78%

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (16 ต.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นจากการที่นักลงทุนมีมุมมองในเชิงบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (16 ต.ค.)  ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันจันทร์จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ไปในทางบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯส่งผลให้ความต้องการเยนซึ่งถือเป็นสกุลเงินที่มีความเสี่ยงต่ำมีน้อยลง โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการเริ่มสร้างบ้านในสหรัฐฯที่จะประกาศในสัปดาห์นี้จะชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากข้อมูลยอดค้าปลีกและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯออกมาดีเกินคาด

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (16 ต.ค.)  ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากความต้องการถือสกุลเงินความเสี่ยงต่ำเช่นเยนและดอลลาร์สหรัฐฯลดลงหลังจากนักลงทุนมีมุมมองเป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (16 ต.ค.)   ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้นในวันอังคาร ขณะที่การเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอนห์สัน และบริษัทชั้นนำอื่นๆ ได้เพิ่มความหวังต่อฤดูการรายงานผลประกอบการของบริษัทที่เหลือทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเพิ่ม 0.95%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 1.03% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 1.21%  หุ้นของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอนห์สันพุ่งขึ้น 1.4% หลังบริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มผลกำไรทั้งปี และช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่13 ก.ย. ซึ่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศมาตรการ QE3

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (16 ต.ค.)   ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่มธุรกิจส่งออกหลังจากข้อมูลยอดขายปลีกของสหรัฐฯในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 1.1% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากเพิ่ม 1.2% ในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นการเพิ่มมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ โดยในส่วนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นดัชนีนิกเกอิในช่วงเช้าสูงขึ้นจากปัจจัยข้างต้นรวมทั้งเป็นผลจากการอ่อนลงของค่าเงินเยนซึ่งส่งผลบวกต่อภาคส่งออกของญี่ปุ่น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 1.44% สำหรับตลาดหุ้นจีนนั้นหุ้นในตลาดส่วนใหญ่มีราคาลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์กำไรที่ลดลงของบริษัทในตลาดฯ อย่างไรก็ดีปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.01% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.28%

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (16 ต.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่ยอดขายปลีกสหรัฐฯเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นมากเกินคาด อย่างไรก็ดีหลังจากนั้นดัชนีฯได้ปรับลดลง ทั้งนี้นักลงทุนยังกังวลกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆโดยเฉพาะวิกฤติหนี้ยุโรป การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ส่งผลให้ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัด โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 3.07 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 17 ตุลาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday676
mod_vvisit_counterAll days676

We have: 676 guests online
Your IP: 216.73.216.0
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 23, 2026

4207720