Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 15 October 2012 10:18

 

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

-  พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลชาวสหรัฐฯ ระบุว่า คณะบริหารของประธานาธิบดีบารัค โอบามา มีมุมมองในแง่บวกมากเกินไปว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มฟื้นตัวเร็ว พร้อมทั้งระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงต้องการการใช้จ่ายของภาครัฐมาช่วยกระตุ้น โดยระบุ ถึงการคาดการณ์เมื่อเดือนมกราคม 2552 บรรดานักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานให้กับรัฐบาลได้คาดการณ์ว่าจะสามารถผ่านพ้นผลกระทบส่วนใหญ่ของวิกฤตการเงินปี 2551 ไปได้ และอัตราว่างงานจะต่ำกว่า 6% ซึ่งถึงตอนนี้ก็ได้เห็นกันแล้วว่า สิ่งดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น

-  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐที่จัดทำโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนในช่วงต้นเดือนตุลาคมจากรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 83.1 จุด จากระดับ 78.3 จุดในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงก่อนที่จะเกิดภาวะถดถอยเมื่อ 5 ปีที่แล้วและสวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 78 จุด หลังมูลค่าตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นประกอบกับอัตราว่างงานที่ลดลงทำให้ชาวอเมริกันเกิดแรงกระตุ้นทางจิตวิทยา ซึ่งช่วยสร้างมุมมองที่เป็นบวกต่อการใช้จ่ายภาคครัวเรือนในช่วงเทศกาลวันหยุดช่วงปลายปี นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอาจมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งสหรัฐเดือนหน้า

-  ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนกันยายนปรับตัวขึ้นเกินคาดในอัตรา 1.1% โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น 4.7% ซึ่งมีราคาค้าส่งน้ำมันเบนซินที่ขยายตัว 9.2% นับว่าเป็นระดับที่พุ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2543 ขณะที่ราคาอาหารเพิ่มขึ้น 0.2% อย่างไรก็ดี แม้ดัชนี PPI ในเดือนที่ผ่านมาจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐยังไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากสหรัฐยังเผชิญกับภาวะซบเซาในตลาดแรงงานที่เป็นเหตุให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เมื่อเดือนที่แล้วโดยมุ่งหวังที่จะฟื้นฟูตัวเลขจ้างงานภายในประเทศ สำหรับดัชนี PPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมต้นทุนอาหารและพลังงานที่มีความผันผวนย่ำฐานทรงตัวในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 ทั้งนี้ ดัชนีผู้บริโภคในปัจจุบันยังอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของ Fed ที่ระดับ 2% ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าวไปอีกหลายปี

-  เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กล่าวย้ำถึงความสำคัญของมาตรการผ่อนคลายทางการเงินว่า นโยบายเพื่ออำนวยความสะดวกของธนาคารกลางจะช่วยส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ตลอดทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ พร้อมทั้งยังแสดงความไม่พอใจกับการปรับตัวลงอย่างเหนือความคาดหมายของอัตราว่างงานในสหรัฐจาก 8.1% มาอยู่ที่ 7.8% ในเดือนกันยายน โดยระบุว่า ยังคงเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่ธนาคารกลางคิดว่าเป็นระดับปกติในระยะยาว นอกจากนี้ ยังไม่ให้ความสำคัญกับความวิตกกังวลของนักเศรษฐศาสตร์ในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ระบุว่า ประเทศของตนอาจได้รับผลกระทบจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของสหรัฐ

-  สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า ภาคครัวเรือนสหรัฐจะใช้จ่ายซื้อ heating oil และก๊าซธรรมชาติมากขึ้น เนื่องจากรายงานพยากรณ์อากาศระบุว่า อุณหูมิภูมิจะกลับสู่ภาวะค่อนข้างปกติ เมื่อเทียบกับอากาศที่อบอุ่นมากกว่าปกติในปีที่แล้ว โดย EIA ระบุในรายงานแนวโน้มเชื้อเพลิงในฤดูหนาวว่า ยอดการใช้จ่ายซื้อ heating oil ของภาคครัวเรือนสหรัฐฯ จะอยู่ที่ 407 ดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่าฤดูหนาวปีที่แล้ว 19% และยอดการใช้จ่ายซื้อก๊าซธรรมชาติจะอยู่ที่ 89 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 15% นับตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงเดือนมีนาคมปี 2556 พร้อมระบุว่า ราวครึ่งหนึ่งของภาคครัวเรือนสหรัฐใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งทำความร้อนหลัก ขณะที่ 6% ของภาคครัวเรือนใช้น้ำมัน heating oil และ 38% ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นแหล่งให้ความร้อน สำหรับความต้องการก๊าซธรรมชาติเพื่อทำความร้อนจะเพิ่มขึ้นเกือบ 14% น้ำมัน heating oil จะเพิ่มขึ้น 17% พลังงานไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น 8% และก๊าซหุงต้มจะเพิ่มขึ้น 17%

-  ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ กล่าวในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริด้าตั้งเป้าที่จะลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐลง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันก็จะใช้งบประมาณการใช้จ่ายในด้านการศึกษาและการลงทุนด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่ออนาคตของประเทศ พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า จะไม่สามารถทำสำเร็จได้ หากไม่ร้องขอให้ภาคครัวเรือนที่ร่ำรวยที่สุดช่วยจ่ายภาษีที่สูงขึ้น จากรายได้ของพวกเขาที่มีมากกว่า 250,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับสมัยที่บิล คลินตัน เป็นประธานาธิบดี และเศรษฐกิจของเราสามารถสร้างงานใหม่ได้เกือบ 23 ล้านตำแหน่ง

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  สหภาพยุโรป (อียู) เตรียมจัดสรรเงิน 25.4 ล้านยูโร (37.2 ล้านดอลลาร์) เพื่อช่วยเหลือผู้ยื่นคำร้องหลายพันคนที่ตกงานอันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งในเบื้องต้นประชาชนกว่า 4,700 คนจากไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวีเดน และสเปนจะได้รับการฝึกอบรมด้านอาชีพและความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มทักษะและหางานใหม่ๆ

-  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า บรรดาธนาคารในยุโรปอาจต้องขายสินทรัพย์มากกว่านี้ตลอดปี 2556 หากผู้นำยุโรปไม่สามารถควบคุมวิกฤตการเงินในภูมิภาคได้ โดยธนาคาร 58 แห่งในสหภาพยุโรปอาจถูกบังคับให้ต้องลดสินทรัพย์ลงมากถึง 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในกรีซ ไซปรัส ไอร์แลนด์ อิตาลี โปรตุเกส และสเปน

 

เยอรมนี

-  สถาบันวิจัยเศรษฐกิจชั้นนำ 4 แห่งของเยอรมนี ได้แก่ สถาบัน Ifo, สถาบัน Kiel Institutes for World Econmy (IfW), สถาบัน Halle Institute for Economic Research (IWH) และสถาบัน Rhine-Westphalia Institute of Economic Research (RWI) ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศในปีหน้าลงสู่ระดับ 1.0% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.0% และยังได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาอยู่ที่ระดับ 0.8% จากที่คาดไว้ก่อนหน้าที่ระดับ 0.9% โดยระบุว่า วิกฤตหนี้สาธารณะในยูโรโซนกำลังบั่นทอนการเติบโตของเศรษฐกิจเยอรมนีซึ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัวเพียง 0.5% ในไตรมาสแรก และ 0.3% ในไตรมาส 2 ของปีนี้ ทำให้สถาบันวิจัยทั้ง 4 แห่งเตือนว่า มีสัญญาณมากขึ้นที่บ่งชี้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมจะอ่อนแอลงไปจนถึงสิ้นปี

 

ฝรั่งเศส

-  รัฐสภาฝรั่งเศสได้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อให้สัตยาบันสนธิสัญญาด้านการควบคุมงบประมาณของสหภาพยุโรป (อียู) โดยวุฒิสภาฝรั่งเศสมีมติ 306 ต่อ 32 เสียง ในการอนุมัติการให้สัตยาบันสนธิสัญญาว่าด้วยเสถียรภาพ การประสานงานและธรรมาภิบาล (TSCG) ภายในสหภาพเศรษฐกิจและการเงิน ก่อนหน้านี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติ 477 คนได้ลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะที่อีก 70 คนคัดค้าน สนธิสัญญาทางการคลังของอียูนั้น กำหนดให้ประเทศสมาชิกยูโรโซนต้องลดยอดขาดดุลงบประมาณลง มิฉะนั้นจะเผชิญกับการคว่ำบาตร ทั้งนี้ สนธิสัญญาทางการคลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2557 เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดและปรับปรุงความน่าเชื่อถือทางการเงินของอียู ซึ่งเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ อย่างฝรั่งเศส กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต

 

อิตาลี

-  นายกรัฐมนตรีมาริโอ มอนติ ของอิตาลี ประกาศว่ารัฐบาลอิตาลีจะลดภาษีเงินได้ในปี 2556 โดยภาษีเงินได้จะปรับลดลงเหลือ 22% จาก 23% สำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 ยูโร (19,283 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อปี และลดลงเหลือ 26% จาก 27% สำหรับผู้ที่มีรายได้ระหว่าง 15,001-28,000 ยูโร ส่วนผู้มีรายได้สูงกว่านั้นอัตราภาษียังคงเดิม

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลีรายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของอิตาลีในเดือนสิงหาคมปรับตัวขึ้น 1.7% (m-o-m) หลังจากที่ลดลง 0.1% ในเดือนกรกฎาคม แต่หากเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันปีก่อน ผล ผลิตภาคอุตสาหกรรมร่วงลง 5.2% (y-o-y)

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี รายงานว่า ยอดขาดดุลงบประมาณในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ลดลงมาอยู่ที่ 2.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จาก 3.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากรายรับที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ลดลงในการชำระหนี้สาธารณะ ในช่วงเวลาที่รัฐบาลเริ่มดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดหลายมาตรการ ส่วนยอดขาดดุลงบประมาณในช่วงไตรมาสแรกปีนี้มีการปรับทบทวนลงมาอยู่ที่ 7.3% ของจีดีพี จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 8.0%

 

สเปน

-  ธนาคารกลางสเปนรายงานว่าหนี้สินของธนาคารในสเปนที่กับธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) ลดลง 2.7% แตะ 3.782 แสนล้านยูโรในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 11 เดือน หลังจากที่ได้พุ่งขึ้นนับแต่เดือนกันยายน 2554 แตะระดับสูงที่ 3.887 แสนล้านยูโร (5.054 แสนล้านดอลลาร์) ในเดือนสิงหาคม อย่างไรก็ตาม ระบบการธนาคารของสเปนยังคงอยู่ในภาวะอ่อนแอโดยมีสัดส่วนหนี้ 43.1% ของหนี้สินทั้งหมดในยูโรโซน

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของสเปน รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีของสเปนแตะ 3.4% ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับแต่เดือนพฤษภาคม 2554 และหากเทียบรายเดือน เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1% จากเดือนสิงหาคมส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปรับขึ้นภาษีการขายจาก 18% เป็น 21% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน

 

กรีซ

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของกรีซ รายงานอัตราว่างงานของกรีซเพิ่มขึ้นจาก 24.8% ในเดือนมิถุนายน เป็น 25.1% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากวิกฤตหนี้สาธารณะและมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกรีซส่งผลให้การจ้างงานซบเซา ทั้งนี้ ล่าสุด Christine Lagarde กรรมการผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประกาศเตรียมขยายระยะเวลาปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณต่อ GDP ของกรีซให้เหลือไม่เกิน 3% ภายในปี 2559 จากเงื่อนไขเดิมในปี 2557 นอกจากนี้ IMF ยังคาดการณ์ยอดหนี้สาธารณะต่อ GDP ของกรีซปี 2556 มีแนวโน้มอยู่ที่ 182%

 

เอเชีย: จีน

-  ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในจีนไม่เห็นด้วยกับการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ โดยขณะนี้รัฐบาลจีนกดดันให้ธนาคารพาณิชย์จีนลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงในภาวะที่เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวลง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารพาณิชย์จีนให้เหตุผลว่าธนาคารต่างๆต้องการที่จะรักษาระดับการทำกำไรไว้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์ในจีนบางรายกล่าวว่าธนาคารพาณิชย์ต่างๆในจีนจำกัดการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ลูกค้าบริษัทชั้นดีเพียง 10% ของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิง  ขณะที่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาธนาคารกลางจีนได้เริ่มอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์จีนสามารถคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากลูกค้าได้ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงได้ถึง 30%

-  ธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ของจีนปล่อยสินเชื่อใหม่จำนวน 6.232 แสนล้านหยวน (9.928 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในเดือนกันยายน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6.50 แสนล้านหยวน

 

ญี่ปุ่น

-  รัฐบาลญี่ปุ่นลดการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวในรายงานประจำเดือนตุลาคมว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นอ่อนแรงลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง ทั้งนี้รายงานดังกล่าวส่งผลให้มีความกังวลกันมากขึ้นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจจะหดตัวลงเนื่องจากความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่ชะลอลงและมาตรการสนับสนุนการซื้อรถยนต์ของรัฐบาลหมดอายุลง โดยก่อนหน้านี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศเพิ่งปรับลดคาดการณ์แนวโน้มอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นลง ขณะที่ JPMorgan Chase&Co. และ Morgan Stanley คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะหดตัวต่อเนื่องสองไตรมาสสุดท้ายของปีนี้

 

สิงคโปร์

-  กระทรวงการค้าของสิงคโปร์รายงานว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์ไตรมาสที่ 3 หดตัวลง 1.5% ( ต่อปี ) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หลังจากไตรมาสที่ 2 เศรษฐกิจขยายตัว 0.2% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะหดตัว 1.6%

 

ไทย

-  นายวิทวัส ชัยปาณี นายกกิติมศักดิ์สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ระบุว่า 3G จะเข้ามาช่วยผลักดันให้ระบบโมบายขยายตัวอย่างรวดเร็ว การใช้โซเชี่ยลมีเดีย (Social Media)จะสะดวกมากขึ้น และง่ายมากขึ้น โดยการเข้าถึงอินเตอรเน็ตหรือสื่อออนไลน์ จะทั่วถึงคนทั่วไปแม้ในระดับรากหญ้า เพราะราคาจะถูกลง ค่าโฆษณาจะลดลง แต่จะกระจายไปในหลายๆ สื่อ เหมือนธุรกิจเพลง ที่เดิมมีรายได้หลักจากการขายซีดี (Physical) แต่ปัจจุบัน มีรายได้จากดิจิตอล การดาวน์โหลด การแสดงโชว์ และอื่นๆ การเลือกรับสื่อจะเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว เมื่อสื่อทีวีเกิด ทำให้สื่อวิทยุลดความสำคัญลง

 

อื่นๆ

-  Credit Suite เปิดเผยรายงาน Global Wealth Report 2012 บ่งชี้ว่ามูลค่าความมั่งคั่งของภาคครัวเรือนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ในช่วง 5 ปีข้างหน้าสู่ระดับ 330 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจีนจะแซงหน้าญี่ปุ่นในฐานะชาติที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ ขณะที่จำนวนเศรษฐีอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% สู่ 46 ล้านคนในปี 2560 โดยจีนจะมีเศรษฐีมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีนี้ ขณะที่สหรัฐจะยังคงมีคนรวยมากที่สุดคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของโลก ทั้งนี้ ความมั่งคั่งภาคครัวเรือนทั่วโลก ซึ่งคิดจากสินทรัพย์ทางการเงินและสินทรัพย์อื่นๆ ของครัวเรือนลบด้วยหนี้สินนั้น เพิ่มขึ้นประมาณ 1% จากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่การล้มละลายของเลห์แมน บราเธอร์ในปี 2551 อย่างไรก็ดี ประชากรโลกเพียง 0.6% มีสินทรัพย์รายละมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่รวมกันคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของความมั่งคั่งทั่วโลก ขณะที่ประชากรเกือบ 70% มีสินทรัพย์สุทธิต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ หรือน้อยกว่า 3.3% ของมูลค่าความมั่งคั่งทั่วโลก

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 12 ต.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นจากปัจจัยบวกตัวเลขยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสหรัฐฯสัปดาห์ล่าสุดที่ลดลงมากเกินคาดรวมทั้งข่าวการเจรจาระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเกี่ยวกับข้อพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 12 ต.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการถือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำมีน้อยลงในวันนี้หลังจากข้อมูลยอดผุ้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสหรัฐฯสัปดาห์ล่าสุดลดลงมากกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยวันนี้ความต้องการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงมีมากขึ้นโดยเห็นได้จากการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้น

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 12 ต.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการถือครองสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำในรูปเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมีน้อยลง ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินในวันนี้

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (12 ต.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.02 % ส่วนดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ลดลง 0.30 % และ 0.17 % ตามลำดับ โดยวันนี้ตลาดได้รับปัจจัยลบจากการที่ธนาคารพาณิชย์สหรัฐฯรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 มีรายได้จากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยลดลง อย่างไรก็ดีในช่วงเช้าตลาดหุ้นสหรัฐฯได้รับปัจจัยบวกจากการที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับที่สูงที่สุดใน 5 ปี

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (12 ต.ค.) ราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในวันนี้ ขณะที่ Softbank ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมในญี่ปุ่น และ Fast Retailing ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกมีราคาลดลงมากในรอบกว่า 1 ปี โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.15% โดยวันนี้ตลาดได้ปัจจัยบวกจากการที่จีนและญี่ปุ่นตกลงที่จะเจรจากันเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องดินแดน นอกจากนี้ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการที่ตัวเลขยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ของสหรัฐฯสัปดาห์ล่าสุดลดลงเกินคาด สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.10% อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่จะเผยแพร่ในสัปดาห์หน้าจะยังใม่ชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ส่วนดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.65%

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (12 ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่ม อาหาร ค้าปลีก ผู้รับเหมาก่อสร้าง และพลังงาน โดยปัจจัยต่างประเทศวันนี้ค่อนข้างเป็นไปในทางบวกเล็กน้อย ขณะเดียวกันนักลงทุนก็มีการคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นไทยไตรมาสที่ 3 ที่จะเริ่มประกาศออกมาในสัปดาห์หน้า โดยในช่วงบ่ายดัชนีทรงตัวอยู่ในแดนบวกต่อเนื่อง ส่งผลให้วันนี้ SET INDEX ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.08 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday744
mod_vvisit_counterAll days744

We have: 741 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.217.38
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 21, 2026

4240616