Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 04 December 2012 09:12

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตดิ่งลงสู่ 49.5 ในเดือนพฤศจิกายนจากระดับ 51.7 ในเดือนตุลาคม โดยระดับ 49.5 นี้ถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 และต่ำกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ 51.3

- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างพุ่งขึ้น 1.4 % สู่ 8.721 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีในเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนกันยายน และมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5%

- เวลส์ ฟาร์โก ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการทางการเงินรายใหญ่ ระบุว่า ธุรกิจขนาดเล็กของสหรัฐกำลังมีความวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับ “ภาวะหน้าผาการคลัง" หรือ fiscal cliff ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งไม่มีสัญญาณการคลี่คลายปัญหาดังกล่าว ขณะที่สภาคองเกรสยังเผชิญกับทางตัน โดยดัชนีธุรกิจขนาดเล็กของเวลส์ ฟาร์โก/แกลลัพ ร่วงลง 28 จุดในไตรมาส 4 สู่ระดับ 11 ท่ามกลางความวิตกของธุรกิจขนาดเล็กเกี่ยวกับแนวโน้มการเงินในปีหน้า และในประเด็นที่ว่าการปรับเปลี่ยนนโยบายและภาษีจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อยอดขายและรายจ่ายในการดำเนินงาน เวลส์ ฟาร์โกรายงานว่า การปรับตัวลงดังกล่าวนับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี หลังจากดัชนีร่วงลง 35 จุดในไตรมาส 4 ปี 2551

- วุฒิสภาสหรัฐมีมติอนุมัติการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อภาคธุรกิจพลังงาน เดินเรือและต่อเรือของอิหร่าน ด้วยคะแนนเสียง 94 ต่อ 0 การคว่ำบาตรดังกล่าวจะส่งผลต่อการทำธุรกรรมกับภาคธุรกิจพลังงาน ท่าเรือ เดินเรือและต่อเรือของอิหร่าน และพุ่งเป้าไปที่บุคคลที่ขายหรือจัดหาวัสดุ เช่น กราไฟท์ อลูมินัมและเหล็กกล้า ให้แก่อิหร่าน นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังจะคว่ำบาตรต่อผู้ที่ซื้อน้ำมันของอิหร่านด้วยโลหะมีค่า ที่รวมถึงทองคำ ในความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้อิหร่านเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

- มูดีส์ อินเวสต์เตอร์เวอร์วิส ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกองทุนกลไกเพื่อรักษาเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) ซึ่งเป็นกองทุนแกไขวิกฤตหนี้เพื่อช่วยเหลือชาติสมาชิกในภูมิภาคที่กำลังเผชิญปัญหาทางการเงินลง 1 อันดับจาก Aaa สู่ Aa1 โดยให้แนวโน้มเชิงลบ พร้อมทั้งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ลงในคราวเดียวกันด้วย โดยให้เหตุผลว่า เป็นผลมาจากการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

- นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นในภูมิภาคยูโรโซนจะยังคงยืดเยื้อต่อไปอีกหลายเดือน และคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2556 อย่างไรก็ตาม นายดรากียังหวังว่าเศรษฐกิจและการเงินที่อ่อนแอในยูโรโซนจะพลิกสถานการณ์กลับมาดีขึ้น

- สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อรายปีในเขตยูโรโซนอยู่ที่ 2.2% ในเดือนพฤศจิกายน ร่วงลงจากระดับ 2.5% ในเดือนตุลาคม ตัวเลขที่ลดลงดังกล่าวทำให้เงินเฟ้อในภูมิภาคอยู่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 2% และเปิดทางให้ธนาคารสามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมได้อีก โดยอีซีบีมีกำหนดการประชุมในวันที่ 6 ธันวาคม

 

เยอรมนี

- สมาชิกสภานิติบัญญัติของเยอรมนีอนุมัติข้อตกลงที่มีเป้าหมายเพื่อลดภาระหนี้ของกรีซและช่วยให้กรีซไม่ต้องผิดนัดชำระหนี้ รวมถึงยังคงสมาชิกภาพในยูโรโซนต่อไปได้ โดยสมาชิกสภาผู้แทนฯได้ลงคะแนนเสียง 473 เสียงต่อ 100 เสียง ขณะที่งดออกเสียง 11 เสียงจากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 584 เสียง ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนข้อตกลงของรัฐมนตรีคลังยูโรโซนจากการประชุมเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน

- ผลสำรวจพบว่า ภาคการผลิตของเยอรมนีหดตัวลงเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกันในเดือนพฤศจิกายน แต่ในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนตุลาคม ขณะที่ยอดสั่งซื้อใหม่ลดลงในอัตราน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของ Markit เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 46.8 ในเดือนพฤศจิกายน เทียบกับ 46.0 ในเดือนตุลาคม และไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์เบื้องต้น อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวลง

 

อิตาลี

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลีเผยอัตราว่างงานเดือนตุลาคมพุ่งขึ้นเกินคาด สู่ระดับ 11.1% จากระดับ 10.8% ในเดือนกันยายน ทำสถิติพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี เนื่องจากภาคธุรกิจปรับลดการจ้างงาน หลังจากที่อิตาลีเผชิญภาวะถดถอยเป็นปีที่ 2 ในขณะนี้ อิตาลีมีอัตราว่างงานเกิน 10% เป็นเดือนที่ 9 โดยมีอัตราว่างงานในไตรมาส 3 ที่ระดับ 10.6% เพิ่มขึ้นจาก 10.5% ในไตรมาส 2

- ภาคธุรกิจของอิตาลีได้มีการปรับลดการจ้างงาน หลังจากเมื่อช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว อิตาลีเผชิญกับภาวะถดถอยเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2544 ขณะที่องค์การความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของอิตาลีในปีนี้จะหดตัวลง 2.2% เมื่อเทียบกับที่รัฐบาลคาดว่าจะหดตัว 2.4% ทั้งนี้ ผลกระทบจากการขึ้นภาษีและการลดการใช้จ่ายภาครัฐที่มีเป้าหมายเพื่อยับยั้งวิกฤตหนี้สินได้ทำให้ภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจของอิตาลีเลวร้ายลง ขณะที่อุปสงค์ภาคครัวเรือนที่ลดลงอาจฉุดราคาผู้บริโภคให้ตกต่ำในเดือนพฤศจิกายน ส่วนความเชื่อมั่นภาคครัวเรือนในเดือนนี้ทรุดตัวแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2539 เนื่องจากผู้บริโภคมีมุมมองในแง่ลบเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ

 

สเปน

- องค์การความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) แนะรัฐบาลสเปนปรับขึ้นภาษีขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ OECD ระบุว่า การเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลถือว่าดีกว่าการปรับลดงบประมาณค่าใช้จ่ายลง อย่างไรก็ตาม OECD ได้แนะนำให้บังคับใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มมาตรฐานในอัตรา 21% กับหลายผลิตภัณฑ์มากขึ้น OECD ชี้ว่า รัฐบาลสเปนควรเก็บภาษีน้ำมันเชื่อเพลิง ลดเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และคงอัตราภาษีอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล สำหรับตลาดแรงงาน OECD แนะนำให้ปรับลดจำนวนเงินชดเชยจากการเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมในปัจจุบันลงเหลือเพียงปีละ 33 วัน และกำหนดการจ่ายเงินชดเชยจากการเลิกจ้างในแบบก้าวหน้าตามอายุงาน

- นายมาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรี ของสเปน ออกมายอมรับและให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อท้องถิ่นของสเปนว่า การที่เจ้าหนี้ระหว่างประเทศเสนอเงื่อนไขให้สเปนปรับลดการขาดดุลงบประมาณลงร้อยละ 2.6 จากปัจจุบันร้อยละ 8.9 ให้เหลือเพียงร้อยละ 6.3 ภายในเวลา 1 ปี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจสเปนที่กำลังถดถอย และมีปัญหาทางด้านการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงอยู่ในขณะนี้นั้น เป็นเรื่องยากที่จะทำได้ แม้ว่ารัฐบาลจะใช้มาตรการรัดเข็มขัดทางเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม

 

โปรตุเกส

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของของยูโรโซน หรือยูโรสแตท เปิดเผยว่า อัตราว่างงานของโปรตุเกสเพิ่มขึ้น 0.1% แตะ 16.3% ในเดือนตุลาคม หลังจากที่ลดลงเล็กน้อยในเดือนกันยายน ส่งผลให้โปรตุเกสอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราว่างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับปี 2554 รองจากกรีซ สเปน และไซปรัส รวมทั้งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของยูโรโซนที่ 10.7% ทั้งนี้ นายเปโดร โมตา โซอาเรส รมว.ความเป็นปึกแผ่นและสวัสดิการสังคมของโปรตุเกสกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของอัตราว่างงานในโปรตุเกสนับว่าน่าวิตกอย่างมาก และต้องมีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง

 

ไอร์แลนด์

- ผลสำรวจพบว่า ภาคการผลิตของไอร์แลนด์ดีดตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกันในเดือนพฤศจิกายน และขยายตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 52.4 ในเดือนพฤศจิกายน จาก 52.1 ในเดือนตุลาคม

 

เอเชีย: จีน

- จากการสำรวจโดย Bloomberg ระหว่างวันที่ 22-30 พฤศจิกายน นักวิเคราะห์ 9 ใน 16 รายคาดการณ์ว่าทางการจีนจะตั้งเป้าการเติบโตของเศรษฐกิจปี 2556 ไว้ที่ 7.5% เท่ากับเป้าในปี 2555 เนื่องจากมองว่าภาคอุตสาหกรรมในประเทศยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง อีกทั้งผู้นำชุดใหม่ของจีนนำโดยนาย Xi Jinping จะต้องแสดงความสามารถในการที่จะดูแลเศรษฐกิจไม่ให้การเติบโตต่ำลงไปกว่า 7.5% ซึ่งเป็นตัวเลขเป้าหมายที่ตำที่สุดนับจากปี 2547 อย่างไรก็ดีสำหรับนักวิเคราะห์อีก 6 รายคาดการณ์ว่าจะตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 7% และอีก 1 รายคาดการณ์ว่าจะตั้งเป้า 8% ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลด้านเศรษฐกิจของจีนจะประชุมกันในเดือนนี้เพื่อกำหนดนโยบายเศรษฐกิจสำหรับปีหน้าและอาจจะกำหนดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจซึ่งจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2556 ในการประชุมสภาประจำปี

- เอชเอสบีซีเปิดเผยผลสำรวจพบว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของจีนดีดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 13 เดือนในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเพิ่มหลักฐานที่แสดงว่าเศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัว หลังจากชะลอตัว 7 ไตรมาสติดต่อกัน ทั้งนี้ดัชนี PMI ขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.5 ในเดือนพฤศจิกายน จาก 49.5 ในเดือนตุลาคมซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจดัชนี PMI เบื้องต้นที่เผยแพร่ในปลายเดือนที่แล้ว ทั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 ที่ดัชนี PMI พุ่งทะลุระดับ 50 ที่แบ่งแยกระหว่างการขยายตัวและการหดตัวลง

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่าภาคการผลิตของจีนขยายตัวมากที่สุดในรอบ 7 เดือนในเดือนพฤศจิกายนซึ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่า เศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวมากขึ้นในไตรมาส 4 ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้นสู่ 50.6 ในเดือนพฤศจิกายน เทียบกับ 50.2 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงว่าภาคการผลิตของจีนกำลังขยายตัวมากขึ้นจากอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้น โดยดัชนีที่ระดับ 50 แบ่งแยกระหว่างการหดตัวและการขยายตัว

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคบริการของจีน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.6 ในเดือนพฤศจิกายนจาก 55.5 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเพิ่มสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนี PMI ที่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัว ขณะที่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน

- เซี่ยงไฮ้ ซีเคียวริตีส์ นิวส์ รายงานโดยอ้างอิงคำกล่าวของนายยี่ กัง รองผู้ว่าธนาคารกลางจีน (PBOC) ว่า การขยายตัวของดัชนีราคาผู้บริโภคจีน (CPI) มีแนวโน้มอยู่ในกรอบ 2.7% ในปีนี้ ส่วนในปี 2556 คาดว่าการขยายตัวมีแนวโน้มอยู่ในกรอบ 4% โดยนายยี่กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวในปีหน้า และการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะยังคงทรงตัวหรือสูงกว่าปีนี้ซึ่งอยู่ที่ 7.5% รองผู้ว่าธนาคารกลางเปิดเผยว่าจีนอาจใช้มาตรการปฏิรูปและการปรับเปลี่ยนต่างๆในปีหน้า โดย PBOC จะค่อยๆเร่งการปฏิรูปการเงิน ประกอบด้วย ทำให้ดอกเบี้ยจีนอิงตลาดมากขึ้น และการเปิดเสรีบัญชีทุน

 

ญี่ปุ่น

- บริษัทของญี่ปุ่นได้เพิ่มงบรายจ่ายด้านโรงงานและอุปกรณ์ในไตรมาสเดือนกรกฎาคม-กันยายน โดยเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน ทั้งนี้การใช้จ่ายด้านทุนเพิ่มขึ้น 2.2% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 7.7% ในไตรมาสเดือนเมษายน-มิถุนายน

 

เกาหลีใต้

- สำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีใต้รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทีบบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งดัชนีฯเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ส่วนดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาสินค้าจำพวกน้ำมันและสินค้าการเกษตร ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลงจากที่เพิ่มขึ้นในอัตรา 1.5% ในเดือนตุลาคม

 

อินเดีย

- ผลสำรวจพบว่า ภาคการผลิตของอินเดียขยายตัวมากที่สุดในรอบ 5 เดือนในเดือนพฤศจิกายน และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ โดยได้แรงหนุนจากยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกที่แข็งแกร่ง และการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของเอชเอสบี ซึ่งประเมินกิจกรรมทางธุรกิจของโรงงานในอินเดีย แต่ไม่รวมสาธารณูปโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 53.7 ในเดือนพฤศจิกายน จาก 52.9 ในเดือนตุลาคม โดยดัชนีที่เหนือระดับ 50 หมายถึงการขยายตัว

 

ออสเตรเลีย

- ออสเตรเลียน อินดัสทรี กรุป (AI Group) เปิดเผยว่าภาคการผลิตของออสเตรเลียหดตัวลงอีกในเดือนพฤศจิกายน จากความอ่อนแอทั้งในยอดคำสั่งซื้อล็อตใหม่และการผลิต ผลสำรวจรายเดือนซึ่งเปิดเผยโดย AI Group ระบุว่าดัชนีประสิทธิภาพการผลิตของออสเตรเลียลดลง 1.6 จุด สู่ระดับ 43.6 ในเดือนพฤศจิกายน สำหรับดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงการหดตัวของกิจกรรมในภาคการผลิต ผลสำรวจยังพบว่ากิจกรรมทั้งหมดในภาคการผลิตสิ่งทอ เครื่องแต่งกายและรองเท้า เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและถ่านหิน วัสดุก่อสร้าง โลหะพื้นฐาน และโลหะผสม ลดลงอย่างมากในเดือนพฤศจิกายน

 

อินโดนีเซีย

- สำนักงานสถิติของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า การส่งออกของอินโดนีเซียลดลง 7.61% ในเดือนตุลาคมจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นมากเกินคาด 10.82% ส่งผลให้ยอดขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ไทย

- กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 2.74%จากช่วงเดียวกันปีก่อน  ขณะที่เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปในเดือนพฤศจิกายนปรับลดลง 0.35%ซึ่งเป็นผลจากดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงานในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.85% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.05% จากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่าช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ CPIเพิ่มขึ้น 2.96% และ Core CPI เพิ่มขึ้น 2.13% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาส 4/55 คาดว่าจะอยู่ที่ 3.0-3.3% ส่งผลให้เงินเฟ้อทั้งปี  2555 คาดจะไม่เกิน 3% ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2556 จะอยู่ในกรอบ 2.8-3.4% บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 100-120 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ค่าเงินบาทที่ 28.5-32.5 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ และรัฐบาลยังคงมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนต่อไป

- ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีการประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)องค์คณะผู้พิพากษา กล่าวบนบัลลังก์ว่าผู้ฟ้อง(ผู้ตรวจการแผ่นดิน)ไม่มีอำนาจในการยื่นฟ้องดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ยื่นคำร้องต่อศาลฯ ขอให้ไต่สวนฉุกเฉินและขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการให้ใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ไว้ก่อน หลังมีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ 3G ตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลย่าน 2.1 GHz พ.ศ.2555 เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (3 ธ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้แม้ว่าข้อมูลดัชนี PMI ของจีนทั้งภาคการผลิตและภาคบริการจะชี้ถึงภาวะการขยายตัวมากขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่จากปัจจัยเกี่ยวกับความวิตกเรื่อง Fiscal Cliff ของสหรัฐฯก็ส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงโดยขายสกุลเงินเอเซียออกมาและซื้อสกุลเงินเยนและยูโรมากขึ้นในวันนี้

- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (3 ธ.ค.)  ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินเยนอ่อนลงมากเมื่อวันศุกร์ซึ่งส่งผลให้มีแรงซื้อเยนเข้ามามากขึ้นจากการที่นักลงทุนมองว่าค่าเงินเยนอ่อนลงมากเกินไปในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ปัจจัยเรื่องความกังวลเกี่ยวกับ Fiscal Cliff ก็ส่งผลกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงในวันนี้เช่นกัน

- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (3 ธ.ค.)  ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากความกังวลเรื่อง Fiscal Cliff ในสหรัฐฯ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งนักลงทุนเริ่มมองว่าทางการยุโรปมีแนวโน้มจะสามารถควบคุมวิกฤติหนี้ภูมิภาคได้มากขึ้น

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (3 ธ.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐไม่สามารถขยายช่วงบวกต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว และปิดตลาดร่วงลงในวันจันทร์ ในขณะที่ตัวเลขภาคโรงงานที่น่าผิดหวังของสหรัฐบดบังการคาดการณ์ในทางบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วงลง 0.46%, ดัชนี S&P 500 ปิดปรับลง 0.47 % และดัชนี Nasdaq ปิดอ่อนลง 0.27 %

- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (3 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ดัชนีภาคการผลิตของจีนชี้แนวโน้มการขยายตัวมากขึ้น โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากการจัดทำของสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50.6 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดใน 7 เดือน ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากการจัดทำของ HSBC เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50.5 จาก 49.5 ในเดือนก่อน ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการของจีนจากการจัดทำของสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเดือนพฤศจิกายนก็เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 55.6 จาก 55.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.13% อย่างไรก็ดีสำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้ปรับตัวลดลง โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 1.03% และ1.19% ตามลำดับ

- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (3 ธ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฯ โดยนักลงทุนรอดูกรณีที่ศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเรื่องการประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ในช่วงบ่าย สำหรับในช่วงบ่ายดัชนียังคงทรงตัวในแดนบวก ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 8.88 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday844
mod_vvisit_counterAll days844

We have: 844 guests online
Your IP: 216.73.217.11
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 24, 2026

4250920