| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 13 December 2012 09:53 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed funds rate) ที่ระดับ 0 - 0.25 % ในการประชุมระยะเวลา 2 วันซึ่งเสร็จสิ้นในวันที่ 12 ธันวาคม พร้อมประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 4 (QE4) โดยระบุว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรอบใหม่ในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 และระบุให้คำมั่นสัญญาว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นพิเศษจนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงต่ำกว่า 6.5% โดยมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจและการสร้างงาน ทั้งนี้ การเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรอบใหม่ในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน หรือ QE4 นั้น เป็นมาตรการที่ Fed นำมาใช้เพื่อแทนที่มาตรการ Operation Twist (การขายพันธบัตรระยะสั้นและเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวเพื่อฉุดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้ลดลง) ซึ่งจะหมดอายุลงในช่วงสิ้นเดือนธันวาคมปีนี้ ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของ Fed ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานยังคงขยายตัวปานกลางในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แม้สหรัฐได้เผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้าย อย่างไรก็ตาม อัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก ส่วนตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังคงขยายตัว ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยก็ส่งสัญญาณการฟื้นตัวเช่นกัน แต่อัตราการขยายตัวของการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรยังคงชะลอตัวลง - ราคาสินค้านำเข้าในเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.9% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดในรอบ 5 เดือน และลดลงในอัตราที่มากกว่าการที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลง 0.5% หลังราคาอาหารและพลังงานลดลง ส่วนราคาสินค้าส่งออกลดลง 0.7% หลังจากทรงตัวในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา - ยอดขาดดุลงบประมาณในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากระดับ 1.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ยอดขาดดุลงบประมาณจะอยู่ที่ 1.50 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนในปีนี้และปีหน้า พร้อมกับคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้งก็ในช่วงปลายปี 2556 โดยอีซีบีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัวลง 0.3% ในปี 2556 ซึ่งเป็นการปรับทบทวนลงจากก่อนหน้านี้ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 0.5% ส่วนในปี 2557 นั้น อีซีบีคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัวราว 0.2-2.2% สำหรับในปีนี้ อีซีบีคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัว 0.5% มากกว่าก่อนหน้านี้ที่เคยคาดว่าจะหดตัว 0.4% นอกจากนี้ อีซีบียังได้ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปี 2556 ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.6% จากก่อนหน้านี้ที่คาดไว้ที่ 1.9% ส่วนในปี 2557 นั้น คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วง 0.6-2.2% - นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า เศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มอ่อนแอลงไปจนถึงปีหน้า โดยข้อมูลเชิงสถิติและผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะอ่อนแอลงไปจนถึงไตรมาส 4 ปี 2556 ขณะเดียวกันนายดรากิคาดว่า กว่าที่เศรษฐกิจยูโรโซนจะกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งก็คือช่วงปลายปี 2556 เนื่องจากตลาดการเงินเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้นและจากผลกระทบในด้านบวกของการใช้นโยบายผ่อนคลายของอีซีบี - องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) เปิดเผยว่า อัตราว่างงานในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น แตะระดับ 8% ซึ่งสูงกว่าเดือนกันยายนอยู่ 0.1% ทั้งนี้ โดยรวมแล้ว มีจำนวนผู้ว่างงาน 48.1 ล้านคนในกลุ่ม OECD ในเดือนตุลาคม 2555 ซึ่งเพิ่มขึ้น 400,000 คนจากเดือนกันยายน ในส่วนของยูโรโซนนั้น วิกฤตหนี้สินที่ยืดเยื้อได้กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับการว่างงานในยูโรโซน โดยอัตราว่างงานในภูมิภาคดังกล่าวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ 11.7% ในเดือนตุลาคม หลังจากที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับแต่เดือนมิถุนายน 2554 โดยแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของอัตราว่างงานเกิดขึ้นในหลายประเทศของยูโรโซน ซึ่งมีอัตราว่างงานแตะระดับสูงสุดครั้งใหม่ โดยรวมถึงฝรั่งเศสที่ 10.7%, อิตาลี 11.1%, โปรตุเกส 16.3% และสเปนที่ 26.2% - ร่างแถลงการณ์ของการประชุมสุดสหภาพยุโรป (อียู) แสดงให้เห็นว่า บรรดาผู้นำอียูจะพิจารณาความเป็นไปได้ของการสร้างระบบที่มีการรวมศูนย์มากขึ้นในการกำกับดูและภาคธนาคารและการปฏิรูปทางการคลัง ทั้งนี้ ผู้นำอียูอาจจะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับความจำเป็นในการจัดการนโยบายการคลังของชาติสมาชิกอียู ก่อนการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลเพียงหนึ่งเดียวที่รับผิดชอบดูแลภาคการธนาคารของยูโรโซน ซึ่งอาจจะมีขึ้นในปี 2557 หลังจากที่กรีซและประเทศสมาชิกทางตอนใต้ของยูโรโซนเผชิญกับวิกฤตหนี้สิน
เยอรมนี - สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนีในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวลง 0.1% จากเดือนตุลาคม แต่เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินเบื้องต้น Destatis ระบุว่า CPI ที่ลดลงเมื่อเทียบรายเดือนเป็นผลมาจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง 1.1% จากเดือนก่อนหน้า แม้ว่าราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลงบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก
ฝรั่งเศส - ธนาคารกลางฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ฝรั่งเศสมียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงมาอยู่ที่ 2.8 พันล้านยูโรในเดือนตุลาคม จากตัวเลขขาดดุลที่ 3.4 พันล้านยูโรในเดือนกันยายน ธนาคารระบุว่า ยอดเกินดุลบัญชีภาคบริการที่เพิ่มขึ้น สู่ระดับ 2.8 พันล้านยูโร จากเดือนก่อนหน้าที่ 2.1 พันล้านยูโร เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ยอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของฝรั่งเศสลดลงในเดือนตุลาคม - ร่างแถลงการณ์ของการประชุมสุดสหภาพยุโรป (อียู) แสดงให้เห็นว่า บรรดาผู้นำอียูจะพิจารณาความเป็นไปได้ของการสร้างระบบที่มีการรวมศูนย์มากขึ้นในการกำกับดูและภาคธนาคารและการปฏิรูปทางการคลัง ทั้งนี้ ผู้นำอียูอาจจะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับความจำเป็นในการจัดการนโยบายการคลังของชาติสมาชิกอียู ก่อนการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลเพียงหนึ่งเดียวที่รับผิดชอบดูแลภาคการธนาคารของยูโรโซน ซึ่งอาจจะมีขึ้นในปี 2557 หลังจากที่กรีซและประเทศสมาชิกทางตอนใต้ของยูโรโซนเผชิญกับวิกฤตหนี้สิน
เอเชีย: ญี่ปุ่น - สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นรายงานว่าคำสั่งซื้อเครื่องจักรของญี่ปุ่นในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 2.6% จากเดือนก่อนหน้า ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ทึ่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 3% อย่างไรก็ดีก็เป็นการขยายตัวเป็นครั้งแรกในช่วง 3 เดือนซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการที่ผู้ประกอบการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในปี 2556 หลังการเลือกตั้งกลางเดือนนี้ซึ่งรัฐบาลใหม่มีแนวโน้มจะกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น
อินเดีย - สำนักงานสถิติของอินเดียรายงานว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมของอินเดียในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 8.2% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนกันยายนลดลง 0.7% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.1% ทั้งนี้การขยายตัวในเดือนตุลาคมถือว่าเป็นการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบกว่า 1 ปี หลังจากรัฐบาลอินเดียปรับนโยบายเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการขยายตัวให้สูงขึ้น - อัตราเงินเฟ้อของอินเดียเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 3 เดือนเนื่องจากราคาน้ำตาลและผักเพิ่มขึ้นมาก โดยสำนักงานสถิติของอินเดียรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 9.9% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 9.75%
ฮ่องกง - กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( IMF )รายงานว่าฮ่องกงมีความเสี่ยงจากการที่ราคาอสังหาริมทรัพย์อาจจะลดลงมากอย่างรวดเร็วหลังจากที่ราคาเพิ่มขึ้นมากจากผลของอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและอุปทานที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ที่มีน้อย โดย IMF มองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นเป็นต้นเหตุหลักของความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของฮ่องกง ขณะเดียวกัน IMF เห็นว่าฮ่องกงควรรักษาระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบเดิมซึ่งตรึงค่าเงินไว้กับดอลลาร์สหรัฐฯ
ไทย - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนระบุว่า กรรมการ กนง.มีมติด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75% โดยมองว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนปรน ยังมีความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้ต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ โดยเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มากกว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ แม้ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกจะปรับลดลงบ้างแต่ความไม่แน่นอนยังมีอยู่มาก ภายใต้ความเสี่ยงดังกล่าว นโยบายการเงินที่ผ่อนปรนยังมีความจำเป็นและเหมาะสม กนง.ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพมากขึ้น และมีสัญญาณปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจไทยล่าสุด ชี้ถึงอุปสงค์ในประเทศที่ดีกว่าคาด และมีแรงส่งอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวเลขการส่งออกและการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก จะแสดงให้เห็นถึงเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเสี่ยง แต่แรงส่งของเศรษฐกิจในประเทศ จะสามารถรองรับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ในภาพรวมคณะกรรมการ กนง.ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2555 และ 2556มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าประมาณการเดิม เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ ขณะที่ภาคส่งออกจะกลับมามีบทบาทต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังของปี 2556 อย่างไรก็ตาม กนง.มองว่าแม้เศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกอาจจะเลวร้ายลงยังมีอยู่ จึงควรรักษาทางเลือกในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้นโยบายการเงิน(policy space) ไว้ก่อน เพื่อรอดูความชัดเจนของพัฒนาการทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป นอกจากนี้ในภาวะที่สินเชื่อในภาพรวมยังขยายตัวสูง โดยเฉพาะสินเชื่อในภาคครัวเรือนบางประเภท และสินเชื่อของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ การที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานาน ก็อาจจะเป็นการสะสมความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินได้เช่นกัน ดังนั้น กนง.จะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิดและพร้อมจะดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสม ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อื่นๆ - กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) มีมติคงเป้าหมายการผลิตน้ำมันไว้ที่ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในการประชุมที่กรุงเวียนนา โดยพิจารณาจากความผันผวนและซบเซาของเศรษฐกิจโลกในปี 2556 พร้อมส่งสัญญาณว่า OPEC พอใจกับราคาน้ำมันที่เป็นอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ดี OPEC ยังไม่สามารถเลือกเลขาธิการคนใหม่ได้ เนื่องจากยังมีความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่าน
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (12 ธ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้แม้ว่าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมจะสูงขึ้นอีกทั้งนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขยายมาตรการซื้อสินทรัพย์อีกหลังเสร็จสิ้นการประชุมเป็นเวลาสองวันในวันนี้ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (12 ธ.ค.)ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้แม้ว่านักลงทุนจะคาดการณ์ว่าวันนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯจะประกาศขยายมาตรการซื้อสินทรัพย์อีกและจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลง อย่างไรก็ดี ค่าเงินเยนก็ถูกกดดันให้อ่อนลงเช่นกันจากการที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวติดลบติดต่อกันสองไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งทำให้มีแนวโน้มที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งกลางเดือนนี้ซึ่งรัฐบาลใหม่อาจจะกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นเพิ่มเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (12 ธ.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดี นักลงทุนคาดการณ์ว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ สองวันที่จะสิ้นสุดวันนี้จะมีการประกาศขยายมาตรการซื้อสินทรัพย์และอาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนลง อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้ปรับตัวแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (12 ธ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลดลง หลังนายเบนเบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ระบุย้ำว่า นโยบายการเงินไม่เพียงพอที่จะชดเชยความเสียหายจากภาวะ fiscal cliff ขณะที่ Fed ประกาศที่จะซื้อพันธบัตรรายเดือนวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์และจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเกือบ 0% ต่อไปจนกว่าอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ 6.5% จากปัจจุบันที่ 7.7% โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 2.99 จุดหรือ 0.02% สู่ 13,245.45, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.64 จุด หรือ 0.04% สู่ 1,428.48 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 8.49 จุด หรือ 0.28% สู่ 3,013.81 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (12 ธ.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.59% ในวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น ทั้งนี้แม้รัฐบาลญี่ปุ่นแถลงในวันนี้ว่าเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลเป็นครั้งที่สองของปีในวันนี้และดูเหมือนว่าขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือยิงได้ข้ามผ่านเมืองโอกินาว่าของญี่ปุ่น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.39% และ 0.80% ตามลำดับ โดยได้ปัจจัยสนับสนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขยายนโยบายผ่อนคลายทางการเงินรวมทั้งการที่หุ้นในกลุ่มก่อสร้างมีราคาเพิ่มขึ้นเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าบริษัทเหล่านี้จะได้ประโยชน์จากการที่ทางการจีนจะกระจายความเจริญไปในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศมากขึ้น ขณะที่หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ก็มีราคาสูงขึ้นจากการที่ตลาดมองว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานเมื่อเทียบกับการคาดการณ์แนวโน้มความสามารถในการทำกำไร - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (12 ธ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะขยายนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 13.24 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2555
|






![]() | Today | 609 |
![]() | All days | 609 |
Comments