Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 18 January 2013 09:22

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- ยอดการเริ่มสร้างบ้านใหม่เดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 12.1% สู่ระดับ 954,000 ยูนิต/ปี มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 890,000 ยูนิต/ปี และเป็นการขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ขณะที่ตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับ 903,000 ยูนิต

- ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 มกราคม ปรับตัวลง 37,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 335,000 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 โดยเป็นการปรับตัวลดลงในอัตราที่มากกว่าที่นักเศรษศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะปรับตัวลงมาอยู่ที่ 365,000 รายแล้ว และเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นมาส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ปรับตัวลง 6,750 ราย สู่ระดับ 359,250 ราย

- ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาฟิลาเดลเฟียเปิดเผยว่า ดัชนีกิจรรมทางธุรกิจทั่วไปในภาคการผลิตในเขตมิด-แอตแลนติกในเดือนมกราคมลดลงมาอยู่ที่ระดับ -5.8 จากระดับ 4.6 ในเดือนธันวาคม ซึ่งนับว่าเป็นการร่วงลงผิดคาด สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าดัชนีจะปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีที่ต่ำกว่า 0 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจหดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า สำหรับดัชนีในหมวดย่อยต่างๆ ก็ปรับลดลง โดยคำสั่งซื้อใหม่ลดลงสู่ระดับ -4.3 จาก 4.9 ในเดือนธันวาคม ดัชนีการส่งออกลดลงสู่ระดับ 0.4 จากระดับ 14.7 ในเดือนก่อนหน้า และดัชนีการจ้างงานหดตัวลงรุนแรงมาอยู่ที่ระดับ -5.2 จาก -0.2 ในเดือนธันวาคม

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

- สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือ ยูโรสแตท เปิดเผยว่า เงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซนทรงตัวอยู่ที่ระดับ 2.2% ในเดือนธันวาคม 2555 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี แต่ยังคงอยู่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2% ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และถ้าเทียบเป็นรายเดือน ราคาผู้บริโภคในยูโรโซนเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนพฤศจิกายน สำหรับเงินเฟ้อในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 27 ประเทศ อยู่ที่ 2.3% เมื่อเทียบรายปี และ 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน

 

อิตาลี

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (Istat) รายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของอิตาลีในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน และดีดตัวขึ้น 2.3% จากช่วงเดือนธันวาคม 2554 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 0.3% และ 2.4% ตามลำดับ

 

กรีซ

- กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อนุมัติเงินช่วยเหลือกรีซมูลค่า 3.2 พันล้านยูโร (4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หลังจากรัฐบาลกรีซดำเนินการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล และได้รับเงินช่วยเหลือจากยูโรโซน มูลค่า 34.3 พันล้านยูโรในเดือนธันวาคม 2555

 

สเปน

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของสเปน รายงานว่าอัตราเงินเฟ้อของสเปนลดลงจาก 2.3% ในเดือนพฤศจิกายน 2555 เหลือ 2.1% ในเดือนธันวาคม ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์มองว่าแม้ว่าสเปนเผชิญแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ลดลง แต่เศรษฐกิจปี 2556 อาจยังไม่ฟื้นตัว

 

รัสเซีย

- ธนาคารกลางรัสเซีย (Central Bank of Russia : CBR) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 8.25% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 เพื่อชะลออัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคม 2555 อยู่ที่ 6.6%

 

เอเชีย: สิงคโปร์

- การส่งออกของสิงคโปร์ในเดือนธันวาคมลดลงมากที่สุดในรอบ 14 เดือนจากการที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าของสิงคโปร์รายงานว่าการส่งออกของสิงคโปร์เดือนธันวาคมลดลง 16.3%จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากลดลง 2.6% ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะลดลง 7.6% โดยทั้งปี 2555 การส่งออกของสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี

 

เกาหลีใต้

- ดัชนีราคาผู้ผลิตเกาหลีใต้เดือนธันวาคมลดลงมากที่สุดในรอบ 3 ปีเนื่องจากค่าเงินวอนที่แข็งขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าน้ำมันและวัตถุดิบลดลง โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่าดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธันวาคมลดลง 1.2% จากเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.9% โดยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนธันวาคมลดลง 0.3%

 

ออสเตรเลีย

- สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานว่าอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.4% ในเดือนธันวาคม จาก 5.3% ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2555 ซึ่งอัตราดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้  นอกจากนี้อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานยังคงอยู่ที่ 65.1% ในเดือนธันวาคม

 

ไทย

- ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ออกประกาศอนุญาตให้บุคคลรายย่อยสามารถ ลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ผ่านตัวแทนการลงทุนภายในประเทศ เพื่อให้บุคคลรายย่อยมีความคล่องตัวในการลงทุน และบริหารความเสี่ยงมากขึ้น โดยประกาศดังกล่าวออกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2556 ได้ยกเลิกการอนุญาตบุคคลรายย่อยลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ ที่ก่อนหน้านี้กำหนดไว้ว่าจะอนุญาตเป็นรายกรณี  โดยเปลี่ยนมากำหนดให้บุคคลรายย่อย สามารถลงทุนในตราสารในต่างประเทศและอนุพันธ์ได้ โดยต้องทำการซื้อและขาย ผ่านตัวแทนการลงทุนในประเทศ ซึ่งได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ หรือกองทุนส่วนบุคคล เท่านั้น  ขณะที่กำหนดให้ลงทุนได้ไม่เกินวงเงินที่ได้รับจัดสรรจาก สำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) ซึ่งต้องไม่เกินรายละ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ ธปท.ยังมีการกำหนดขอบเขตตราสารในต่างประเทศและอนุพันธ์ ซึ่งบุคคลรายย่อยสามารถลงทุนได้ รวมทั้งอนุญาตให้บุคคลรายย่อยทำธุรกรรมอนุพันธ์ ที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับเงินบาท กับนิติบุคคลรับอนุญาตได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

- นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ยอมรับว่า ช่วง 2 วันที่ผ่านมา เงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตร และมีสัญญาณว่าจะเกิดการเก็งกำไรระยะสั้นพอสมควร ทั้งนี้ ธปท.ได้ติดตามอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค แต่อาจแข็งค่าขึ้นมากกว่าเมื่อเทียบกับปีก่อนที่เงินบาทแข็งค่าน้อยกว่าภูมิภาค แต่ถือเป็นเรื่องปกติ โดย ธปท.ยังคงติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงิน และมีเครื่องมือที่พร้อมจะดำเนินการได้ หากเป็นผลดีต่อประเทศ

- นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุสาเหตุที่เงินบาทปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่องขณะนี้มาจากการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศแค่ระยะเวลาสั้นๆ เพื่อแสวงหาผลกำไรในช่วงที่ทางการสหรัฐใช้มาตรการ QE เพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของตัวเองซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลง

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (17 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่แต่แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้หลังจากค่าเงินบาทแข็งขึ้นมามากเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯนับตั้งแต่ต้นปีจากการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยมองว่าค่าเงินบาทช่วงนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็เริ่มเห็นสัญญาณเก็งกำไรระยะสั้นในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ของไทยมากขึ้นจากการที่มีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่ามีมาตรการเสริมที่จะรับมือกับการแข็งค่าของเงินบาทอยู่แล้วและพร้อมที่จะนำมาใช้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินดอลลาร์ได้อ่อนลงเมื่อเทียบกับบาท

- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (17 ม.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากเมื่อสองวันก่อนหน้านี้ค่าเงินเยนแข็งขึ้นจากการที่คำกล่าวของรัฐมนตรีเศรษฐกิจญี่ปุ่นทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าทางการญี่ปุ่นต้องการจะผลักดันให้ค่าเงินเยนอ่อนลงไปมากกว่านี้อย่างไรก็ดีในวันนี้รัฐมนตรีคนดังกล่าวได้ออกมากล่าวว่านักลงทุนตีความหมายคำพูดของเขาผิดไป ซึ่งเมื่อประกอบกับการคาดการณ์มากขึ้นเกี่ยวกับการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมของธนาคารกลางญี่ปุ่นในการประชุมสัปดาห์หน้าทำให้ค่าเงินเยนวันนี้กลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้ง

- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (17 ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากอ่อนค่าลงเมื่อวันพุธ ทั้งนี้โดยภาพรวมวันนี้นักลงทุนขายเงินเยนออกมาจากการที่คาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มจะผลักดันให้เยนอ่อนค่าลงต่อไปซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯและสกุลเงินยูโรแข็งขึ้น

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (17 ม.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี จากการเปิดเผยข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านใหม่ที่เพิ่มขึ้นเกินคาดและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีได้ช่วยหนุนตลาด โดยได้ผลักดันให้ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีและบวกขึ้นเป็นวันที่ 3 ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 84.79 จุดหรือ 0.63% สู่ระดับ 13,596.02, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 8.31 จุด หรือ 0.56% สู่ระดับ 1,480.94 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 18.46 จุด หรือ 0.59%สู่ระดับ 3,136.00

- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (17 ม.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.09% ในวันนี้ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่วันนี้ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มส่งออก สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.06% โดยหุ้นของบริษัทกลุ่มที่อ่อนไหวต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจนำตลาดลดลงก่อนการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนในวันศุกร์ โดยผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าจีดีพีจีนไตรมาสที่ 4 ปี 2555 จะขยายตัว 7.8% เทียบกับที่ขยายตัว 7.4% ในไตรมาส 3 ซึ่งจะเป็นการหยุดสถิติการชะลอตัว 7 ไตรมาสติดต่อกัน และส่งผลให้เศรษฐกิจจีนทั้งปี 2555 ขยายตัว 7.7% ซึ่งจะเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดนับจากปี 2542 สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.07%

- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (17 ม.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียโดยรวมก่อนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีนในวันศุกร์ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 4.81 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 มกราคม 2556

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1133
mod_vvisit_counterAll days1133

We have: 1127 guests, 2 members online
Your IP: 216.73.217.71
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 27, 2026

4182152