Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 31 January 2013 09:10


Snapshot

สหรัฐอเมริกา
- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ตัวเลขประมาณการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงประจำไตรมาส 4/2555 หดตัวลง 0.1% สวนทางกับที่ขยายตัว 3.1% ในไตรมาส 3 และหดตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ผ่านพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยช่วงปี 2550-2552 อันเนื่องมาจากการใช้จ่ายภาครัฐลดลงถึง 15% ขณะที่ภาคเอกชนก็ปรับลดสต็อกสินค้าคงคลัง อย่างไรก็ดี  GDP ตลอดปี 2555 ยังคงขยายตัว 2.2% ซึ่งดีกว่าปี 2554 ที่ขยายตัว 1.8%
- ADP Employee Services รายงานว่า ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 192,000 ตำแหน่ง จากที่เพิ่มขึ้น 185,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม (เป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนจากรายงานครั้งก่อนที่ 215,000 ตำแหน่ง) โดยแบ่งเป็นบริษัทขนาดเล็กที่มีพนักงาน 1-49 คน จ้างงานเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่ง ส่วนบริษัทขนาดกลางที่มีพนักงาน 50-499 คน จ้างงานเพิ่ม 79,000 ตำแหน่ง แต่บริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานเกิน 500 คน ลดจำนวนพนักงานลง 2,000 ตำแหน่ง
- ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (fed funds rate) ที่ระดับ 0 - 0.25% และย้ำว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษจนกว่าอัตราว่างงานจะลดลงต่ำกว่าระดับ 6.5% นอกจากนี้ ยังประกาศว่าจะซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวงเงิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/เดือน ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบที่ 4 (QE4) ที่ Fed ประกาศใช้ในเดือนธันวาคม 2555 และซื้อหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) วงเงิน 4 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ตามมาตรการ QE3 ที่ประกาศใช้ในเดือนกันยายน 2555 โดยมาตรการ QE3 และ QE4 มีวงเงินรวมกันทั้งสิ้น 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ/เดือน ทั้งนี้ มาตรการ QE3 และ QE4 มีเป้าหมายที่จะฉุดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้ปรับตัวลดลง อีกทั้งเป็นการกระตุ้นตลาดปล่อยกู้จำนอง และกิจกรรมการกู้ยืมให้คึกคักขึ้นด้วย ทั้งนี้ แถลงการณ์ภายหลังการประชุมของFed ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐเผชิญกับภาวะชะงักงันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศอันเลวร้าย ส่วนตัวเลขการจ้างงานยังคงขยายตัวปานกลาง แต่อัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก ขณะที่ตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนในภาคเอกชนนั้น ขยายตัวเพิ่มขึ้น และตลาดที่อยู่อาศัยก็ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

ยุโรป: เยอรมนี
- ผลการสำรวจโดยสถาบันวิจัย GfK ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมนีในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยแตะ 5.8 จาก 5.7 ในเดือนมกราคม แม้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศยังคงอยู่ในภาวะซบเซา สำหรับดัชนีย่อยอื่นๆนั้นต่างก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ -11.3 ในเดือนมกราคม จาก -17.9 ในเดือนธันวาคม 2555 ขณะที่ดัชนีคาดการณ์รายได้พุ่งขึ้นแตะ 36.0 ในเดือนนี้ จาก 21.2 ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ส่วนดัชนีแนวโน้มการซื้อในเดือนมกราคมปีนี้ ดีดขึ้นที่ 35.3 จาก 20.1 ในเดือนที่แล้ว
ฝรั่งเศส
- สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฝรั่งเศสในเดือนมกราคมทรงตัวที่ 86 จากเดือนธันวาคม 2555 เช่นเดียวกับมุมมองต่อฐานะการเงินส่วนบุคคลในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงที่ระดับ -29 จากเดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ดัชนีคาดการณ์ฐานะการเงินในช่วง เดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ดัชนีคาดการณ์ฐานะการเงินในช่วง 12 เดือนข้างหน้าลดลงเล็กน้อยแตะ -24 จาก -23 ในเดือนธันวาคม ส่วนมุมมองเกี่ยวกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในฝรั่งเศสในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นแตะ -68 ในเดือนมกราคม จาก -69 ในเดือนที่แล้ว แต่ดัชนีคาดการณ์เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในช่วง 12 เดือนข้างหน้าลดลงที่ -55 จาก -53 ในเดือนธันวาคม 2555

สเปน
- นายคริสโตบาล มอนโตโร รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและการบริหารจัดการสาธารณะของสเปน ระบุว่า สเปนจัดเก็บภาษีได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ในปี 2555 และเปิดเผยถึงความคืบหน้าในด้านการคลังของประเทศ พร้อมยืนยันว่า รายได้จากการจัดเก็บภาษีของประเทศแตะระดับที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.68567 แสนล้านยูโร (2.27218 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 4.2% ในปี 2554 ทั้งนี้ นายมอนโตโรได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของมาตรการเสริมความแข็งแกร่งด้านการคลังที่รัฐบาลปรับใช้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งครอบคลุมถึงการขึ้นภาษีการขายและภาษีเงินได้

เอเชีย: ญี่ปุ่น
- ยอดขายปลีกของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ซึ่งชี้ว่าความต้องการอุปโภคบริโภคในประเทศของญี่ปุ่นยังอ่อนแอ โดยกระทรวงการค้าของญี่ปุ่นรายงานว่ายอดขายปลีกเดือธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากเดือนพฤศจิกายนลดลง 0.1% ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ทั้งนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนยอดขายปลีกเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 0.4%

เกาหลีใต้
- การผลิตภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้เดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดหมายเนื่องจากความต้องการสินค้าในประเทศที่เพิ่มขึ้นช่วยชดเชยการชะลอตัวของภาคการส่งออก โดยทางการของเกาหลีใต้รายงานว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 1% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะลดลง 1.5% ทั้งนี้เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 0.8%
- เกาหลีใต้เตือนนักเก็งกำไรไม่ให้ทำการเก็งกำไรต่อค่าเงินวอนและเปิดเผยว่า จะพิจารณามาตรการใหม่ที่คล้ายคลึงกับการเก็บภาษี Tobin Tax หรือภาษีที่เรียกเก็บจากการทำธุรกรรมทางการเงิน ถ้าหากมีความจำเป็นในอนาคต นายชอย จอง-คู รมช.คลัง กล่าวว่ารัฐบาลจะแจ้งบริษัทมหาชนให้ระงับการกู้เงินจากต่างประเทศ และจะปรับกฎให้เข้มงวดขึ้นสำหรับการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ของธนาคารเพื่อลดความผันผวนในตลาด เขายังระบุด้วยว่า เกาหลีใต้คัดค้านการใช้นโยบายการเก็บภาษีโดยตรงต่อการทำธุรกรรมทางการเงิน แต่ก็จะพิจารณามาตรการที่คล้ายคลึงกัน ถ้าหากการเก็งกำไรค่าเงินวอนรุนแรงขึ้น

ไทย
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2555 เร่งตัวขึ้นจากฐานที่ต่ำในปีก่อนโดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศที่ขยายตัวสูงขึ้นตามการใช้จ่ายภายในประเทศที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและการส่งออกที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน นอกจากนี้ การผลิตภาคบริการจากการท่องเที่ยวต่างประเทศขยายตัวสูงมาก ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 55 สามารถขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 5.7 ตามที่คาดการณ์ไว้เดิม
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) เผยผลสำรวจในปี 2555 ความต้องการแรงงานของบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนมีจำนวน 2,131 โครงการ ซึ่งมีความต้องการแรงงานจำนวนรวมกว่า 254,569 คน แบ่งเป็น กลุ่มผู้ใช้แรงงานทั่วไป (ป.6-ม.6) จำนวน 156,877 คน ช่างเทคนิค(ปวช.-ปวส.) จำนวน 48,705 คน และระดับปริญญาตรีขึ้นไป จำนวน 34,220 คน ใกล้เคียงกับปี 54 ซึ่งมีโครงการแจ้งความต้องการแรงงานจำนวน 1,828 โครงการ และมีความต้องการแรงงานรวม 302,115 คน แรงงานที่ต้องการมากอยู่ในกลุ่มผู้ใช้แรงงานทั่วไป(ป.6-ม.6) จำนวน 204,008 คน ช่างเทคนิค จำนวน 45,889 คน และปริญญาตรี จำนวน 36,337 คน โดยกลุ่มอุตสาหกรรมบริการและสาธารณูปโภคต้องการแรงงานมากที่สุด ตามด้วยกลุ่มยานยนต์ เครื่องจักร และโลหะ โดยเฉพาะแรงงานฝีมือ ช่างเทคนิค และวิศวกรระดับปริญญาตรี ซึ่ง BOI เตรียมจับมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาบุคลากรป้อนภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุคงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปี 56 ขยายตัวที่ 5% การส่งออกขยายตัว 10% ภายใต้สมมติฐานที่เงินบาทเฉลี่ยที่ 30.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเคลื่อนไหวในช่วง 29.70-31.70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยระบุว่า แม้ค่าเงินบาทที่แข็งค่าและมีความผันผวนตั้งแต่ต้นปี แต่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่ตั้งสมมติฐานไว้ อย่างไรก็ตาม สศค.จะยังติดตามการแข็งค่าของเงินบาทว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก และการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือไม่ โดย สศค.จะมีการทบทวนประมาณการอีกครั้งในเดือน มี.ค.56 ทั้งนี้ ภายใต้สมมตฐานเงินบาทแข็งค่า 1% เชื่อว่าจะกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 0.3% ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกลดลง 0.4% แต่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง 0.2%
- นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุยืนยันว่าจะไม่ใช้วิธีควบคุมการไหลเข้า-ออกของเงินตราต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาเงินบาทแข็งโดยเด็ดขาด แต่จะใช้กลไกบริหารนโยบายการเงิน พร้อม ยืนยันว่าไม่มีแนวทางจะใช้มาตรการภาษีที่จะมีผลกระทบกับผลตอบแทนการลงทุนด้วย
- สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.)ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ หรือพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ(Inflation Linked Bond) รุ่นอายุ 15 ปี วงเงิน 40,000 ล้านบาท มีกำหนดชำระคืนเงินต้นครั้งเดียวเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ทั้งนี้ ได้แต่งตั้ง ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารดอยช์แบงก์ เอจี และธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น เป็นผู้จัดจำหน่าย โดยพันธบัตรดังกล่าวจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 4 มี.ค.56 และ Bookbuilding วันที่ 5 มี.ค.56 มีกำหนดจองซื้อวันที่ 8, 11 มีนาคม 2556 และออกพันธบัตร 12 มีนาคม 2556 สำหรับเงินที่ระดมได้จากการออกพันธบัตรดังกล่าว เป็นไปตามแผนการกู้เงินภาครัฐในปีงบประมาณ 56 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ เพื่อการ Rollover และการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งในแต่ละไตรมาส ได้กำหนดแผนการออกพันบัตรแต่ละประเภทไว้แล้ว

Money Market
- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (30 ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นจากการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (30 ม.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในช่วงประมาณสองเดือนที่ผ่านมา โดยค่าเงินเยนถูกกดดันจากแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้นของธนาคารกลางญี่ปุ่นเพื่อยุติปัญหาเงินฝืดที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกันก็เป็นความต้องการของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการให้ค่าเงินเยนอ่อนลงมากๆเพื่อให้ภาคการส่งออกของญี่ปุ่นเติบโตได้มากขึ้น  
- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (30 ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเหนือระดับ 1.35 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อยูโรเป็นครั้งแรกนับจากเดือนธันวาคม 2554 โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของ euro-area จะเพิ่มขึ้นในเดือนนี้ โดยจากการสำรวจของ Bloomberg ดัชนีความเชื่อมั่นฯซึ่งจัดทำโดย European Commission ซึ่งสำรวจจากผู้บริหารและผู้บริโภคใน 17 ประเทศ euro-area เดือนมกราคมจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 88.2 จาก 87 ในเดือนธันวาคมซึ่งตัวเลขจะเผยแพร่ในวันนี้ขณะเดียวกันนักลงทุนก็รอดุผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในคืนนี้

Capital Market
- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (30 ม.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันพุธ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุในแถลงการณ์ฉบับล่าสุดว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ประสบภาวะชะงักงัน แต่การชะลอตัวดังกล่าวจะดำเนินไปเพียงชั่วคราวเท่านั้น ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วงลง 0.32% , ดัชนี S&P 500 ปิดปรับลง 0.39 % และดัชนี Nasdaq ปิดอ่อนลง 0.36 %ตลาดหุ้นสหรัฐทรงตัวเกือบตลอดทั้งวันก่อนที่เฟดจะเปิดเผยผลการประชุมกำหนดนโยบายออกมา โดยเฟดให้สัญญาตามเดิมว่าเฟดจะเข้าซื้อหลักทรัพย์ต่อไปจนกว่าการจ้างงานจะปรับตัวดีขึ้นเป็นอย่างมาก ขณะที่จีดีพีสหรัฐหดตัวลงอย่างพลิกความคาดหมายในไตรมาส 4/2012 โดยหดตัวลง 0.1 %
- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (30 ม.ค.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.28% ในวันนี้จากการคาดการณ์ผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทในตลาดหุ้นญี่ปุ่นขณะที่บางบริษัทก็ได้รายงานผลกำไรที่เพิ่มขึ้นมากในงวดล่าสุด สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1% โดยหุ้นในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโบรกเกอร์มีราคาเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ Fitch Ratings คาดการณ์ว่าปริมาณการก่อสร้างที่อยุ่อาศัยในจีนจะสูงขึ้นในปีนี้ ขณะเดียวกันตลาดหุ้นจีนก็ได้ปัจจัยบวกจากการที่เศรษฐกิจจีนเริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัวมากขึ้น หลังดัชนี PMI เบื้องต้นภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนมกราคมของ HSBC ชี้ถึงการขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 17.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ขณะที่รัฐบาลจีนก็ได้ยืนยันในการที่จะกระตุ้นการพัฒนาในภาคท้องถิ่นมากขึ้น สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.71%
- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (30 ม.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ ทั้งนี้โดยภาพรวมตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ได้ปัจจัยบวกจากการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 12.05 จุด

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 31 มกราคม 2556

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday880
mod_vvisit_counterAll days880

We have: 878 guests online
Your IP: 216.73.217.48
Mozilla 5.0, 
Today: May 03, 2026

4202192