|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
|
|
|
|
|
Friday, 08 March 2013 09:24 |
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดขาดดุลการค้าในเดือนมกราคม 2556 เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.44 หมี่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากระดับ 3.81 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2555 โดยมูลค่าการส่งออกลดลง 1.2% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 1.845 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.8% สู่ระดับ 2.289 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อันเป็นผลมาจากการนำเข้าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ยอดขาดดุลการค้านับเป็นปัจจัยถ่วงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐมาเป็นเวลาหลายปี โดยในปีที่แล้ว ตัวเลขขาดดุลการค้าลดลง 3.6% จากปีก่อนหน้า สู่ระดับ 5.395 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 2 มีนาคมลดลง 7,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 340,000 ราย ตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 355,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ปรับตัวลดลง 7,000 ราย สู่ระดับ 348,750 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 ทั้งนี้ การที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานปรับตัวลดลงอย่างเหนือความคาดหมายและสอดคล้องกับรายงานของ ADP ที่ระบุว่า ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 ปี สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานของสหรัฐเริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ดี นักลงทุนในตลาดการเงินจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐซึ่งจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร - ประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานนอกภาคเกษตรในช่วงไตรมาส 4 ปี 2555 ลดลง 1.9% ต่อปี เทียบกับการลดลง 2% ที่ประเมินไว้ในเดือนที่แล้ว โดยการปรับตัวลงของประสิทธิภาพการผลิตสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้น 0.5% ของผลผลิต และชั่วโมงทำงานที่ปรับขึ้น 2.5% ในช่วงไตรมาสดังกล่าว ส่วนต้นทุนแรงงานต่อหน่วย ซึ่งเป็นสัดส่วนผลตอนแทนรายชั่วโมงต่อประสิทธิภาพการผลิตของแรงงาน เพิ่มขึ้น 4.6% ในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการผลิตเป็นมาตรวัดปริมาณผลผลิตต่อชั่วโมงทำงาน ประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้การสร้างงานชะลอตัวลง เนื่องจากบริษัทต่างๆจะสามารถดำเนินการผลิตได้มากขึ้นด้วยจำนวนพนักงานในปัจจุบันโดยไม่จำเป็นต้องจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น
ยุโรป: สหภาพยุโรป - สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป หรือยูโรสแตท รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนในไตรมาส 4/2555 หดตัว 0.6% จากไตรมาส 3 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขประมาณการเบื้องต้น และเมื่อเทียบรายปี เศรษฐกิจยูโรโซนหดตัว 0.9% ซึ่งเท่ากับตัวเลขประมาณการเช่นกัน ขณะที่จีดีพียูโรโซนในไตรมาส 3/2555 หดตัว 0.1% ซึ่งการที่จีดีพีหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกันหมายความว่าเศรษฐกิจได้ - คณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไปที่ 0.75% ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การที่อัตราว่างงานอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำสถิติในปี 2538 และตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีแนวโน้มมากขึ้นที่อีซีบีอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้
อังกฤษ - ธนาคารกลางอังกฤษมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.5% พร้อมได้ตัดสินใจที่จะไม่ขยายโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงิน 3.75 แสนล้านปอนด์ ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ทั้งนี้ ธนาคารกลางอังกฤษได้คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์มาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว โดยธนาคารกลางอังกฤษได้ลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 0.5% เมื่อเดือนมีนาคม 2552 และได้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับดังกล่าวมานับตั้งแต่นั้น
เอเชีย: ญี่ปุ่น - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.1% นอกจากนี้ บีโอเจยังไม่ประกาศผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมครั้งนี้ - กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 8.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ระดับ 1.2588 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 รายงานของกระทรวงระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศลดลงก็คือมูลค่าของสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินยูโรที่ปรับตัวลดลง จากการอ่อนค่าลงของสกุลเงินยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของญี่ปุ่นประกอบไปด้วยหลักทรัพย์และเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ทองคำ และสกุลเงิน SDR ที่ญี่ปุ่นถืออยู่ในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
ออสเตรเลีย - ออสเตรเลียขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นในเดือนมกราคมเนื่องจากการส่งออกถ่านหินที่ลดลง ขณะที่การนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมเพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสถิติของออสเตรเลียรายงานว่าออสเตรเลียขาดดุลการค้าในเดือนมกราคมทั้งสิ้น 1.06 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ( 1.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หลังจากในเดือนธันวาคมขาดดุลการค้า 688 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขาดดุลการค้า 500 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
ไทย - ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 อยู่ที่ระดับ 84.0 เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2556 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 81.7 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมอยู่ที่ 74.3 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำอยู่ที่ 75.5 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 102.2 ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ ซึ่งปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และปรับตัวสูงสุดในรอบ 19 เดือน สำหรับปัจจัยบวกที่มีผลต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู่บริโภคในเดือนนี้ ได้แก่ สภาพัฒน์แถลง GDP ไตรมาส 4/55 โตถึง 18.9% ซึ่งขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์,คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.75%,การส่งออกในเดือนมกราคม 2556 ขยายตัวได้ 16.1%, เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้น, การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วันทั่วประเทศ และ การใช้จ่ายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยลบ ได้แก่ ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้น, ความกังวลต่อวิกฤติไฟฟ้าในช่วงวันที่ 5-14 เมษายน 2556 ที่พม่าจะหยุดส่งก๊าซให้ไทย, ความกังวลต่อภาวะเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าอย่างรวดเร็ว, ผู้บริโภควิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังอยู่ในระดับสูง
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 7 มี.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้ ADP รายงานว่าตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนในสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดีนักลงทุนก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังดำเนินมาตรการซื้อพันธบัตรฯต่อไปจนกว่าอัตราการว่างงานจะลดลงไปอยู่ในระดับเป้าหมาย ขณะเดียวกันนักลงทุนก็รอดูตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนกุมภาพันธ์ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ โดยมีความกังวลว่าตัวเลขดังกล่าวจะชี้ว่าการส่งออกชะลอลงในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินบาท - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 7มี.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยในการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นวันนี้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.1% นอกจากนี้ บีโอเจยังไม่ประกาศผ่อนคลายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมครั้งนี้ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นปฏิเสธข้อเรียกร้องในการที่จะเริ่มโครงการ open-ended asset purchases ทันทีในปีนี้ จากที่กำหนดไว้ว่าจะเริ่มในปีหน้า อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินเยนได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (7 มี.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันนี้ โดยค่าเงินยูโรได้รับปัจจัยบวกจากการที่ Standard & Poor’s ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของโปรตุเกสจาก Negative เป็น Stable
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (7 มี.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก ขานรับจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐที่ปรับตัวลดลงอย่างเหนือความคาดหมาย ขณะที่นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งจะมีการเปิดเผยในคืนวันศุกร์ตามเวลาไทย ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 33.25 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 14,329.49 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.80 จุด หรือ 0.18% ปิดที่ 1,544.26 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 9.72 จุด หรือ 0.30% ปิดที่ 3,232.09 จุด - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (7 มี.ค.) ดัชนีนิกเกอิปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นถึง 198,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 215,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg คาดการณ์ไว้ที่ 170,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ดีดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้ลดลงหลังจากค่าเงินเยนแข็งขึ้นจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นปฏิเสธข้อเรียกร้องในการเริ่มโครงการ open-ended asset purchases ทันทีจากที่กำหนดจะเริ่มในปีหน้า โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.30% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตช่วงเช้าวันนี้เคลื่อนไหวแคบๆโดยนักลงทุนรอดูตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ เช่นการส่งออก อัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีฯได้ปรับลดลงจากความกังวลว่าดัชนีเศรษฐกิจจะออกมาไม่ดี โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตลดลง 0.98% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง 0.03% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (7 มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆในเช้าวันนี้ โดยปัจจัยภายนอกมีทั้งบวกและลบ กล่าวคือข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนในสหรัฐฯออกมาดีกว่าที่คาด ขณะที่นักลงทุนก็กังวลว่าข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนกุมภาพันธ์ที่จะประกาศสัปดาห์นี้จะชี้ว่าการส่งออกชะลอลงในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น โดยในช่วงบ่ายดัชนียังคงเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับช่วงเช้า ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 1.63 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 8 มีนาคม 2556
|
Comments