Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 18 July 2013 09:25

สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
Source - ธนาคาร ซี ไอเอ็มบี ไทย, บมจ. (Th)

Thursday, July 18, 2013  09:18
40502 XTHAI XECON XFINSEC ZSTOCK V%RESEARCHL P%BT

Snapshot

สหรัฐอเมริกา
          -  เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แถลงนโยบายการเงินต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐว่า Fed จะไม่กำหนดตารางเวลาเกี่ยวกับการลดขนาดโครงการซื้อพันธบัตรเอาไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน และการปรับขนาดโครงการซื้อพันธบัตรซึ่งปัจจุบันอยู่ที่วงเงิน 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือนนั้น Fed จะดำเนินการโดยอิงตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ดังกล่าว เบอร์นันเก้ยังคงย้ำมุมมองที่เคยกล่าวไว้เมื่อเดือนมิถุนายนว่า จะพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก หากข้อมูลเศรษฐกิจที่จะมีการเปิดเผยในวันข้างหน้าบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและอัตราว่างงานอยู่ในระดับที่ปกติหรือหากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดก็จะมีดำเนินการลดขนาดโครงการซื้อพันธบัตรให้เร็วขึ้น โดยคาดการณ์ไว้ว่าจะเริ่มดำเนินการปรับลดขนาดโครงการซื้อพันธบัตรไปจนถึงช่วงครึ่งแรกของปีหน้า ซึ่งหมายความว่าโครงการนี้จะยุติในช่วงประมาณกลางปี แต่หากข้อมูลที่ออกมาไม่สอดคล้องกับการคาดการณ์ก็อาจจะชะลอการดำเนินการดังกล่าว หรืออาจจะเพิ่มขนาดโครงการซื้อพันธบัตรในเวลานั้น
          -  ยอดการเริ่มสร้างบ้านใหม่ในเดือนมิถุนายนลดลง 9.9% (annual rate) มาอยู่ที่ระดับ 836,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 960,000 ยูนิต ขณะที่ตัวเลขการอนุญาตสร้างบ้านลดลง 7.5% มาอยู่ที่ระดับ 911,000 ยูนิต และตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1 ล้านยูนิต ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงภาวะผันผวนในตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐ

ยุโรป: สหภาพยุโรป
          -  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 1.6% จากระดับ 1.4% ในเดือนพฤษภาคม นับเป็นการปรับตัวขึ้นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ปกคลุมยูโรโซน และทำให้ภูมิภาคเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะเงินฝืด โดยปัจจัยหลักที่ทำให้เงินเฟ้อยูโรโซนปรับตัวขึ้นในเดือนที่แล้วคือ ราคาผักและผลไม้ และค่าไฟฟ้า ขณะที่ต้นทุนด้านการโทรคมนาคมสื่อสาร ต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่ง และค่าบริการทางการแพทย์ลดลงมากที่สุด สำหรับเงินเฟ้อในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 27 ประเทศ อยู่ที่ 1.7% เพิ่มขึ้นจาก 1.6% โดยกรีซมีอัตราเงินเฟ้อต่ำสุดที่ -0.3% ส่วนโรมาเนียมีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดที่ 4.5%
          -  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า ยูโรโซนมียอดเกินดุลการค้าในเดือนพฤษภาคม 1.52 หมื่นล้านยูโร (1.99 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นจากยอดเกินดุลการค้าที่ 6.6 พันล้านยูโรในเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้นจาก 1.41 หมื่นล้านยูโรในเดือนเมษายนปีนี้ สำหรับกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) มียอดเกินดุลการค้า 1.58 หมื่นล้านยูโร เทียบกับยอดเกินดุลที่ 8.8 พันล้านยูโรในเดือนก่อนหน้า และยอดขาดดุลการค้าที่ 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันปีก่อน

อังกฤษ
          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ รายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของอังกฤษในเดือนมิถุนายนลดลง 21,200 รายจากเดือนพฤษภาคม มาอยู่ที่ 1.48 ล้านราย ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2553 ส่วนจำนวนผู้ว่างงานตามเกณฑ์การวัดขององค์การแรงงานสากล (ILO) นั้น ลดลง 57,000 ราย เหลือ 2.51 ล้านรายในช่วง 3 เดือนจนถึงเดือนพฤษภาคม ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 7.8%

เอเชีย: จีน
          -  กระทรวงการคลังของจีนเปิดเผยว่า กำไรของบริษัทของรัฐบาลจีนเพิ่มขึ้น 7% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ หลังจากที่ลดลงในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว  ทั้งนี้บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินของรัฐบาลจีนมีกำไรรวมกัน1.11 ล้านล้านหยวน (1.80 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในช่วงครึ่งปีแรก  โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ดีกว่าในช่วง 6 เดือนแรกปี 2555 ที่กำไรฯลดลง 11.6% อย่างไรก็ดี อัตราการขยายตัวก็ยังต่ำกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2554 ที่กำไรฯเพิ่มขึ้น 22.3% ทั้งนี้บริษัทในอุตสาหกรรมไฟฟ้า, อิเลคทรอนิคส์, ปิโตรเคมี และ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้รายงานผลกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่บริษัทในอุตสาหกรรมโลหะไร้สนิม, ถ่านหิน, เคมีภัณฑ์ และขนส่งมีกำไรลดลงอย่างมาก ทั้งนี้มีความไม่แน่ใจมากขึ้นว่าจีนจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 7.5% ในปีนี้ได้หรือไม่ หลังจากที่เศรษฐกิจชะลอตัวสู่ระดับ7.5% ในไตรมาส 2
          -  กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า จีนสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเดือนมิถุนายนคิดเป็นมูลค่า 1.44 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 20.12% จากเดือนเดียวกันปีก่อน กระทรวงพาณิชย์ฯยังระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จีนดึงดูด FDI คิดเป็นมูลค่า 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.9% จากช่วงเดียวกันของปี 2555

สิงคโปร์
          -  สำนักงานส่งเสริมการค้าของสิงคโปร์รายงานว่าการส่งออกของสิงคโปร์ในเดือนมิถุนายนลดลง 8.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 และเป็นการลดลงมากกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 5.8% ทั้งนี้การลดลงมากดังกล่าวเป็นผลจากการที่การส่งออกสินค้าอิเลคทรอนิกส์ลดลงถึง 12.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11

ไทย
          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานภาวะการว่างงานเดือนพฤษภาคม 2556 พบว่า มีผู้ว่างงานจำนวน 3 แสนกว่าคน คิดเป็นอัตราว่างงาน 0.8% โดยผู้จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาว่างงานมากที่สุด ในขณะที่ภาคกลางและภาคใต้ มีอัตราว่างงานสูงสุด 0.9% สำหรับผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 39.49 ล้านคน แบ่งเป็นผู้มีงานทำ 38.85 ล้านคน และผู้ว่างงาน 303,000 คน หรือคิดเป็นอัตราว่างงาน 0.8% ส่วนจำนวนผู้ว่างงานลดลง 56,000 คน แบ่งตามประเภทงานที่ทำพบว่า มีผู้ว่างงานในภาคการบริการและการค้า 61,000 คน ภาคการผลิต 48,000 คน และภาคเกษตรกรรม 23,000 คน ส่วนระดับการศึกษาที่มีผู้ว่างงานมากสุดเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนคือ ผู้ที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา 123,000 คน ลดลง 29,000 คน รองลงมาเป็นมัธยมศึกษาตอนปลาย 58,000 คน เพิ่มขึ้น 9,000 คน ส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 57,000 คน ลดลง 27,000 คน และระดับประถมศึกษา 43,000 คน ลดลง 5,000 คน และผู้ที่ไม่มีการศึกษาและต่ำกว่าประถมศึกษา 22,000 คน ลดลง 4,000 คน
          -  นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ ได้ออกประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไปให้ผู้สนใจที่มีคำสั่งซื้อข้าวนึ่งจากต่างประเทศเข้าร่วมเสนอราคาซื้อข้าวเปลือกเจ้า 5% ในสต็อกของรัฐบาล ประมาณ 2 แสนตัน เพื่อส่งออกขายต่างประเทศ ทั้งนี้ กำหนดให้ผู้สนใจสามารถยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวเปลือกได้ในวันที่ 30 กรกฎาคม เวลา 09.00 - 16.30 น.  โดยเป็นการเสนอซื้อ ณ โรงสี และกำหนดให้ผู้เสนอซื้อต้องเสนอราคาซื้อข้าวที่สอดคล้องกับปริมาณคำสั่งซื้อข้าวนึ่งจากต่างประเทศ (ในอัตราส่วนข้าวเปลือกต่อข้างนึ่งประมาณ 1.65:1) และต้องวางหลักประกันในอัตราร้อยละ 2 ของมูลค่าที่ยื่นเสนอราคาซื้อ

อื่นๆ
          -  องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD)  เปิดเผยในรายงานแนวโน้มการจ้างงานประจำเดือนพฤษภาคมว่า ประเทศในกลุ่ม OECD จะมีอัตราว่างงานสูงไปจนถึงสิ้นปี 2557 โดยจะมีผู้ตกงานกว่า 48 ล้านคน โดยประเทศในกลุ่ม OECD จะมีอัตราว่างงานลดลงเพียงเล็กน้อยในอีก 18 เดือนข้างจาก 8% ไปอยู่ที่ระดับ 7.8% ในช่วงสิ้นปี 2557 ซึ่งลดลงเพียง 0.5% จากระดับว่างงานสูงสุดในปี 2552 โดยประชาชนวัยหนุ่มสาวและผู้ด้อยทักษะความชำนาญได้รับผลกระทบหนักสุด ขณะที่จำนวนผู้หางานภายในสิ้นปี 2557 จะมากกว่าช่วงเริ่มต้นวิกฤตการเงินที่เริ่มต้นขึ้นปี 2550 อยู่เกือบ 16 ล้านคน ทั้งนี้ สำหรับกลุ่มยูโรโซนที่กำลังแบกรับหนี้สิ้นอยู่นั้น มีความเสี่ยงอย่างมากที่อัตราว่างงานจะสูงสุด อย่างไรก็ดี รายงานเผยว่า อัตราว่างงานของบรรดาสมาชิก OECD มีความต่างกันมากขึ้น โดยอัตราว่างงานของฝรั่งเศสจะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 11.2% สเปนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 27.8% และกรีซจะทำสถิติสูงสุดที่ 28.2% จนถึงสิ้นปี 2557

Money Market
          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (17 ก.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับการที่วันนี้ดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักทั้งเยนและยูโรวันนี้ก่อนการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯต่อสภาคองเกรส อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ปรับตัวอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับบาท
          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (17 ก.ค.)  ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการแถลงนโยบายการเงินต่อสภาคองเกรสของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯที่เริ่มในวันนี้ นอกจากนี้นักลงทุนก็คาดการณ์ว่าตัวเลขการเริ่มก่อสร้างบ้านในสหรัฐฯเดือนมิถุนายนที่จะประกาศในวันนี้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ขณะเดียวกันรายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 10-11 มิถุนายนที่เปิดเผยในวันนี้ชี้ว่ากรรมการธนาคารธนาคารกลางญี่ปุ่นคนหนึ่งเห็นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นควรจะจำกัดระยะเวลาในการที่จะดำเนินมาตรการทางการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทำอยู่ในขณะนี้ไว้สองปีหลังจากนั้นจึงทบทวนว่าจะยังดำเนินการต่อหรือไม่ เนื่องจากเขาเห็นว่าหากตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะดำเนินมาตรการดังกล่าวยาวนานกว่าเดิมหรือจะมีการดำเนินมาตรการกระตุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ก็อาจจะส่งผลลบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจญี่ปุ่นในระยะปานกลางถึงระยะยาว
          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (17 ก.ค.)  ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนรอดูการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯในวันนี้และวันพรุ่งนี้ว่าในแถลงการณ์จะมีข้อมูลใดเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงความเห็นเรื่อง QE

Capital Market
          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (17 ก.ค.)  ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันพุธหลังจากนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่าเฟดยังไม่ได้กำหนดเวลาสำหรับการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.12%, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.32%
          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ ( 17 ก.ค.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.11% ในวันนี้โดยนักลงทุนจับตาการแถลงนโยบายการเงินต่อสภาคองเกรสของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯในวันที่ 17-18 ก.ค.ว่าในแถลงการณ์จะมีข้อมูลใดเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงความเห็นเรื่อง QE ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของดัชนีฯวันนี้มีปัจจัยสนับสนุนจากการอ่อนลงของค่าเงินเยนในวันนี้ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 1.01% โดยนักลงทุนกำลังกังวลว่ารัฐบาลจีนจะสามารถป้องกันการที่เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวชะลอตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลังได้หรือไม่ อย่างไรก็ดีวันนี้กระทรวงการคลังของจีนเปิดเผยว่า กำไรของบริษัทของรัฐบาลจีนเพิ่มขึ้น 7% ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ หลังจากที่ลดลง 11.6% ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และขยายตัว 22.3% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2554 ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า จีนสามารถดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเดือนมิถุนายนคิดเป็นมูลค่า 1.44 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 20.12% จากเดือนเดียวกันปีก่อน โดย 6 เดือนแรก FDI เพิ่มขึ้น 4.9%
          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (17 ก.ค.)  ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนในวันนี้ โดยนักลงทุนรอดูการแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯต่อสภาคองเกรสที่เริ่มในวันนี้ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 6.63 จุด

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 18 กรกฎาคม 2556


Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday974
mod_vvisit_counterAll days974

We have: 973 guests online
Your IP: 216.73.216.236
Mozilla 5.0, 
Today: May 16, 2026

4200728