|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
|
|
|
|
|
Monday, 05 August 2013 09:28 |
|
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย Source - ธนาคาร ซี ไอเอ็มบี ไทย, บมจ. (Th)
Monday, August 05, 2013 09:13 53 XTHAI XECON XFINSEC ZSTOCK V%RESEARCHL P%BT
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในเดือนกรกฎาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่เพิ่มขึ้น 188,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 175,000 ราย ขณะอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 7.4% จากระดับ 7.6% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 หรือในรอบกว่า 4 ปี - การบริโภคส่วนบุคคลเดือนมิถุนายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% (m-o-m) ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลขยายตัว 0.3% ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยอัตราการบริโภคส่วนบุคคลได้รับปัจจัยหนุนจากยอดการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ การใช้จ่ายผู้บริโภคเป็นปัจจัยหลักของการขยายตัวทางเศรษฐกิสหรัฐ ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของอุปสงค์ทางเศรษฐกิจ และจากยอดการใช้จ่ายของรัฐบาลที่ลดลงรวมถึงยอดส่งออกที่อ่อนแอในเดือนที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐต้องพึ่งการใช้จ่ายผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นภาพรวมทางเศรษฐกิจ - ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 1.5% สู่ระดับ 4.96 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากบริษัทต่างๆได้เพิ่มปริมาณการลงทุน และความต้องการเครื่องบินที่สูงขึ้น โดยยอดสั่งซื้อเครื่องบินในภาคพลเรือนเพิ่มขึ้น 32% ขณะที่ยอดสั่งซื้อที่ไม่นับรวมด้านคมนาคมที่อ่อนตัวลง 0.4% และยอดสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.7% - สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่าดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนกรกฎาคมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 67.8 หลังจากที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 47 ในเดือนมิถุนายน โดยสถิติดังกล่าวถือว่าขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 2 ปี และดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงกิจกรรมที่หดตัวลงส่วนดัชนีการจ้างงานก็ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคมมาอยู่ที่ระดับ 54.1 จากระดับ 50.8 ในเดือนมิถุนายน และดัชนีรายได้ปัจจุบันปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.9 จากระดับ 50.0 ในเดือนก่อน ทั้งนี้ ผลการสำรวจชี้ว่า 58% มองว่า อุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ คือ ต้นทุน ส่วนอีก 42% มองว่าเป็นเรื่องของเงินเฟ้อ ในการสำรวจชุดใหม่นั้น สมาชิกที่ตอบรับการสำรวจได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัจจัยที่จะทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจดังนี้ ประมาณ 40% มองว่า ปัจจัยที่จะช่วยคือ แรงงานที่มีทักษะ อีก 19% มองว่า เป็นเรื่องของอุปสงค์ในต่างประเทศ
ยุโรป: อังกฤษ - Markit Economics and the Chartered Institute of Purchasing and Supply รายงานดัชนีกิจกรรมการผลิตในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 57 จากระดับ 51 ในเดือนมิถุนายน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 51.5 และเป็นระดับที่สูงกว่า 50 เป็นเดือนที่สามติดต่อกัน รวมทั้งเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี อันเป็นผลมาจากการขยายตัวของภาคก่อสร้าง และการแข็งค่าขึ้นของเงินปอนด์ - National Institute of Economic and Social Research ปรับเพิ่มการคาดการณ์เศรษฐกิจอังกฤษว่าจะขยายตัว 1.2% ในปี 2556 นี้ และขยายตัว 1.8% ในเดือน 2557 จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนพฤษภาคมที่ 0.9% และ 1.5% ตามลำดับ
เอเชีย : จีน - รายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( IMF ) ชี้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินหยวนซึ่งพิจารณาตามพื้นฐานของเศรษฐกิจและปรับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อแล้วยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงประมาณ 5-10% โดยรายงานของ IMF ซึ่งได้วิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนของ 28 ประเทศและกลุ่มยูโรชี้ว่าสถานะด้านต่างประเทศของจีนมีความแข็งแกร่งขึ้นในระดับปานกลางและค่าเงินหยวนก็อ่อนเกินไปเมื่อพิจารณาจากพื้นฐานของประเทศในระยะปานกลางและการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ โดย IMF มองว่าทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนอยู่สูงเกินมาตรฐานของ IMF และแนวโน้มที่ทุนสำรองระหว่างประเทศของจีนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนั้นเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาในมุมมองของ IMF
อินโดนีเซีย - สำนักงานสถิติของอินโดนีเซียรายงานว่าเศรษฐกิจของอินโดนีเซียไตรมาสที่สองขยายตัว 5.81% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งลดลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 6.02% และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 5.9% ทั้งนี้ทางการของอินโดนีเซียกำลังเผชิญปัญหาจากการที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลง ขณะที่ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียอ่อนลงมาอยู่ใกล้จุดต่ำสุดนับจากวิกฤติการเงินโลก โดยธนาคารกลางอินโดนีเซียได้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสองครั้งก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นความพยายามในการที่จะควบคุมอัตราเงินเฟ้อและลดการไหลออกของเงินทุน ซึ่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอาจมีผลให้การใช้จ่ายในประเทศชะลอลง และส่งผลลบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ
ออสเตรเลีย - รัฐบาลออสเตรเลียได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจและรายได้ในการแถลงงบประมาณก่อนการเลือกตั้ง และยืนยันว่าจะเก็บภาษีใหม่ต่อเงินฝากธนาคารเพื่อช่วยให้รัฐบาลมียอดเกินดุลงบประมาณภายในปีงบประมาณ 2016-2017 นายคริส โบเวน รมว.คลัง กล่าวว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจของออสเตรเลียจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.5% ในปีงบประมาณปัจจุบันที่สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายนปีหน้า ซึ่งลดลงจาก 2.75% ที่คาดไว้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ทบทวนปรับเพิ่มยอดขาดดุลงบประมาณสำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน สู่ระดับ 3.01 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจากเดิมที่ 1.80 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลียที่คาดไว้ในเดือนพฤษภาคม
ไทย - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รายงานว่า รมว.คลัง ได้เห็นชอบในหลักการแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน โดยมีหลักการ ดังนี้ (1) ให้ชุมชนเข้ามา มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาผ่านองค์กรการเงินชุมชนที่เข้มแข็งและมีศักยภาพ โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนจัดการตนเอง ซึ่งสถาบันการเงินเฉพาะกิจอาจพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและความรู้ในการพัฒนาศักยภาพขององค์กรการเงินชุมชนเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ (2) ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น (3) จัดให้มีกลไก ในการเจรจาประนอมหนี้ที่เหมาะสมและเป็นธรรม รวมทั้งจัดให้มีกระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพของลูกหนี้เพื่อให้มีความสามารถในการประกอบอาชีพและสามารถชำระหนี้ได้ และป้องกันไม่ให้กลับไปเป็นหนี้นอกระบบอีก และ (4) ในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจะคำนึงถึงบริบทที่แตกต่างระหว่างชุมชนเมืองและชุมชนในเขตชนบท ซึ่งชุมชนเมืองจะมีความสัมพันธ์ในชุมชนไม่เข้มแข็งเท่ากับชุมชนในเขตชนบท จึงต้องมีทางเลือกในการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมถึงประชาชนทุกกลุ่ม ขณะเดียวกัน ยังระบุว่า ในระยะต่อไป กระทรวงการคลังโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะดำเนินการประสานกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคัดเลือกกองทุนสวัสดิการชุมชนหรือองค์กรการเงินชุมชนที่มีศักยภาพและเข้มแข็ง เพื่อจัดทำโครงการนำร่องในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในพื้นที่ต่าง ๆ - สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) รายงานว่า ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 56 มีจำนวน 5,177,034.68 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 44.13 ของ GDP โดยแบ่งเป็นหนี้ของรัฐบาล 3,609,170.92 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1,065,687.09 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 501,363.31 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 813.37 ล้านบาท และ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสุทธิ 22,281.06 ล้านบาท โดยหนี้ของรัฐบาลและหนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน เพิ่มขึ้น 19,442.53 ล้านบาท และ 5,506.81 ล้านบาท ตามลำดับ ในขณะที่หนี้หน่วยงานอื่นของรัฐและหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) ลดลง 2,570.00 ล้านบาท และ 98.27 ล้านบาท ส่วนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ นั้นไม่มีหนี้คงค้าง
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 2 ส.ค) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทรวมทั้งสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเซียในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯชี้ออกมาในทางบวกมากขึ้นทำให้มีการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้มากขึ้นในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดมาตรการทางการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้อ่อนค่าลง - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ ( 2 ส.ค) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ สอดคล้องกับภาวะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันพฤหัสชี้ออกมาในทางบวก โดยเฉพาะดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนกรกฎาคมทั้งของสถาบันจัดการด้านอุปทาน และ Markit ที่แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวมากขึ้นและขยายตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์มองถึงความเป็นไปได้มากขึ้นในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรรายเดือน อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนได้ปรับตัวแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (2 ส.ค) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรในช่วงเช้าวันนี้ อย่างไรก็ดีความต้องการถือยูโรก็ถูกจำกัดจากการที่ประธานธนาคารกลางยุโรปกล่าวหลังการประชุมเมื่อวันพฤหัสว่าคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรปคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม โดยที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารกลางยุโรปเมื่อวานนี้ได้มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ต่อไป
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (2 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์และดัชนี S&P 500 ปิดตลาดที่สถิติระดับปิดสูงสุดใหม่ ดัชนีบวกขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้สหรัฐรายงานว่าการจ้างงานชะลอการเติบโตลงในเดือนก.ค.ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดปรับขึ้น 0.19% , ดัชนี S&P 500 ปิดบวกขึ้น 0.16 % และดัชนี Nasdaq ปิดปรับขึ้น 0.38 % กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 162,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่เพิ่มขึ้น188,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (2 ส.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 3.29% ในวันนี้จากการที่รายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดี ไม่ว่าจะเป็นดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนกรกฎาคมจากการจัดทำของทั้ง สถาบันจัดการด้านอุปทาน และ Markit ที่ชี้ถึงภาวะการขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นและขยายตัวมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานก็ลดลง นอกจากนี้ค่าเงินเยนที่อ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯก็ส่งผลบวกต่อภาคส่งออกของญี่ปุ่นและตลาดหุ้นญี่ปุ่นในวันนี้ สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.02% โดยหุ้นในกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีราคาสูงขึ้นจากการที่มีการคาดการณ์กันว่ารัฐบาลจีนจะผ่อนคลายการควบคุมการขยายตัวของภาคธุรกิจดังกล่าวลงจากผลของการที่เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง ในขณะที่หุ้นในกลุ่มสุขภาพและสาธารณูปโภคพื้นฐานมีราคาลดลง - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (2 ส.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยลดลงในช่วงเช้าวันนี้สวนทางกับดัชนีตลาดอื่นๆส่วนใหญ่ในเอเซีย โดยปัจจัยจากการที่นักลงทุนกังวลเรื่องการเมืองในประเทศมากขึ้นส่งผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันนี้ ทั้งนี้ในช่วงบ่ายดัชนีเคลื่อนไหวเล็กน้อย ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 16.57จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2556
|
Comments