Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Thursday, 12 September 2013 10:26

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          - ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ขณะนี้มีอีก 8 ประเทศที่ได้ลงนามแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนข้อเรียกร้องสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียเมื่อเดือนที่ผ่านมาด้วยมาตรการที่แข็งกร้าว โดยนับจนถึงปัจจุบันมีประเทศที่สนับสนุนแผนโจมตีรัฐบาลซีเรีย (ซึ่งทางสหรัฐอ้างว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในชานกรุงดามัสกัสเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม) เป็นจำนวนทั้งสิ้น 32 ประเทศ ประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซาอุดิอาระเบีย สเปน ตุรกี จอร์เจีย กัวเตมาลา คูเวต มาลตา มอนเตเนโกร ปานามา โปแลนด์ โปรตุเกส อัลเบเนีย โครเอเชีย เดนมาร์ก เอสโตเนีย เยอรมนี ฮอนดูรัส ฮังการี โคโซโว ลัตเวีย ลิทัวเนีย โมร็อคโค กาตาร์ โรเมเนียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

          -  กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า สต็อกสินค้าภาคค้าส่งเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกหลังจากหดตัวติดต่อกัน 3 เดือน แต่ก็ต่ำกว่าที่เศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ สำหรับยอดค้าส่งก็ขยับขึ้นแค่ 0.1% หลังจากที่ขยายตัว 0.4% ในเดือนมิถุนายน  ทั้งนี้ ระยะเวลาที่จะขายสินค้าในสต๊อกให้หมดไปต้องใช้เวลา 1.17 เดือน

 

ยุโรป: เยอรมนี

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ในเดือนสิงหาคม ลดลงมาอยู่ที่ 1.5% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.9% ในเดือนกรกฎาคม และหากเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ของเยอรมนีในเดือนสิงหาคมทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ เงินเฟ้อของเยอรมนีชะลอลงในเดือนสิงหาคม เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานได้ผ่อนคลายลง

 

ฝรั่งเศส

          -  นายโลรองต์ ฟาเบียส รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสเตรียมเสนอข้อเรียกร้องต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้ซีเรียส่งมอบอาวุธเคมีให้อยู่ในความดูแลของนานาประเทศ โดยแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าวอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงมาก หากซีเรียฝ่าฝืนเงื่อนไขเกี่ยวกับการส่งมอบอาวุธเคมี ซึ่งต่างจากท่าทีก่อนหน้านี้ที่ฝรั่งเศสได้ประกาศสนับสนุนแผนการโจมตีทางอากาศในซีเรียของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจท่ามกลางการคัดค้านอย่างรุนแรงของนานาชาติ และแม้แต่ชาวอเมริกันเอง

 

อิตาลี

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (Istat) รายงานอัตราว่างงานโดยรวมในเดือนกรกฎาคมลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 12.0% จาก 12.1% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลดลง 0.3% จากเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 3.76 ล้านคนในเดือนกรกฎาคม

 

อังกฤษ

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ รายงานว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของอังกฤษในเดือนสิงหาคม ลดลง 32,600 ราย หลังจากที่ลดลง 36,300 รายในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีการปรับทบทวนจากเดิมที่รายงานว่าลดลง 29,200 ราย ส่งผลให้อังกฤษมีจำนวนผู้ว่างงานทั้งสิ้น 1.402 ล้านคน เทียบกับ 1.434 ล้านคนในเดือนกรกฎาคม ส่วนอัตราว่างงานในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคมปรับตัวลงมาอยู่ที่ 7.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2555 จากระดับ 7.8% ในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและอัตราว่างงานที่ลดลงล่าสุดของอังกฤษ บ่งชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นของตลาดแรงงาน และหนุนกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางอังกฤษอาจจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดกันไว้ โดยการประชุมกำหนดนโยบายครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันที่ 9-10 ตุลาคม

 

เอเชีย : จีน

          -  กระทรวงการคลังของจีนเปิดเผยว่า รายได้ของภาครัฐเพิ่มขึ้น 9.2% ในเดือนสิงหาคม จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สู่ระดับ 8.588 แสนล้านหยวน (1.403 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยชะลอตัวลงจากที่เพิ่มขึ้น11% ในเดือนกรกฎาคมสำหรับในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้รายได้ของภาครัฐเพิ่มขึ้น 8.1%

 

ญี่ปุ่น

          -  ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาค้าส่งของญี่ปุ่นเดือนสิงหาคมปรับตัวขึ้น 2.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนีราคาสินค้าภาคเอกชนเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนกรกฎาคม

          -  ผลสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นพบว่า บรรดาผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นมีความเห็นในแง่บวกมากขึ้นต่อภาวะธุรกิจในไตรมาสที่สาม ซึ่งบ่งชี้ว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลกำลังทำให้ความเชื่อมั่น เพิ่มขึ้น ทั้งนี้กระทรวงการคลัง และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะรัฐมนตรี ได้เปิดเผยผลสำรวจที่จัดทำร่วมกันว่าดัชนีผลสำรวจธุรกิจ (BSI) สำหรับความเชื่อมั่นของผู้ผลิตรายใหญ่ อยู่ที่ +15.2 ในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี เทียบกับ +5.0 ในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย. ดัชนี BSI เป็นการวัดเปอร์เซนต์ของบริษัทที่คาดว่าภาวะธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนลบด้วยเปอร์เซนต์ของบริษัทที่คาดว่าภาวะธุรกิจจะย่ำแย่ลง

 

อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์

          -  นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าช่องว่างของความแตกต่างในการขยายตัวของเศรษฐกิจของอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์จะกว้างขึ้นจากการทีธนาคารกลางอินโดนีเซียมีแนวโน้มจะต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับจากปี 2551 โดยนักเศรษฐศาสตร์ 7 รายจาก 14 รายจากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกในวันพฤหัสที่ 12 กันยายน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ของปีนี้ และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของอินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้นอีก 0.50% ในไตรมาสแรกปีหน้า ขณะที่ทางด้านธนาคารกลางฟิลิปปินส์นั้นนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ที่ 3.50% ตลอดปีนี้ ทั้งนี้เศรษฐกิจของอินโดนีเซียขยายตัว 5.8% ในไตรมาสที่สองปีนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำที่สุดในรอบกว่า 2 ปี ในขณะที่เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ขยายตัว 7.5% ในไตรมาสสองปีนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน

 

ไทย

          -  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ 3.8 - 4.3% ซึ่งการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว พร้อมแนะว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากปัจจุบันที่ระดับ 2.5% ลงได้อีก เนื่องจากปัจจัยด้านแรงกดดันเงินเฟ้อของประเทศอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายลง จึงไม่จำเป็นที่จะต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวมากนัก

          -  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า ทาง สศค.จะรอดูตัวเลขการส่งออกของประเทศในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ก่อนที่จะมีการทบทวนปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ (GDPX ในปีนี้ใหม่อีกครั้งภายในเดือนกันยายนนี้ อันเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมากกว่าร้อยละ 70 พร้อมคาดว่าเศรษฐกิจของประเทศในช่วงครึ่งปีหลังจะยังคงมีความผันผวนจากเศรษฐกิจในต่างประเทศ ทั้งในประเทศจีน และสหรัฐฯ

          -  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า ยังคงต้องจับตาการพิจารณาลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของสหรัฐฯ เพราะการตัดสินใจลดในระดับใดมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ซึ่งนักลงทุนควรใช้ความระมัดระวัง ลงทุนเฉพาะหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และลงทุนในระยะยาว เพื่อลดความเสี่ยง

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (11 ก.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ตามภาวะที่วันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทีบกับเงินสกุลหลักทั้งเยนและยูโรจากความกังวลที่ลดลงเกี่ยวกับซีเรียที่ส่งผลให้ความต้องการถือเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงมีน้อยลง และการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มในการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (11 ก.ย.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการถือเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุนน้อยลงหลังตลาดคลายความวิตกเรื่องซีเรีย โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ยับยั้งการที่จะดำเนินการโจมตีทางทหารต่อซีเรีย ขณะเดียวกันนักลงทุนก็จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯในวันอังคารและพุธหน้าว่าจะมีการลดขนาดมาตรการ QE หรือไม่ อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนได้แข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (11 ก.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญอื่นๆเป็นส่วนใหญ่ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากการขายเยนออกมาในวันนี้ตามความกังวลที่ลดลงเกี่ยวกับความเสี่ยงสถานการณ์ในซีเรีย ประกอบกับการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มในการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดขนาดของมาตรการ QE อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (11 ก.ย.)   ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นต่อในวันพุธ  ขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับซีเรียลดลงท่ามกลางความพยายามทางการทูตในการให้ซีเรียยอมส่งมอบอาวุธเคมี เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของสหรัฐ ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 0.89% , ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.31%  และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.11%

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (11 ก.ย.)  ดัชนีนิกเอิสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับซีเรียประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่ชี้แนวโน้มไปในทางบวกมากขึ้นในไตรมาสทีสาม รวมถึงการอ่อนลงของค่าเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งส่งผลบวกต้อหุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีฯได้ลดลงจากแรงขายทำกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิก ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้นเพียง 0.01% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตก็เพิ่มขึ้นเช่นกันในช่วงเช้าวันนี้นำโดยหุ้นของบริษัทเดินเรือและอลูมิเนียม โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไอ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.15% สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.17%

          -  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (11 ก.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นลงแคบๆในช่วงเช้าวันนี้หลังดัชนีฯเพิ่มขึ้นมามากต่อเนื่องหลายวัน โดยวันนี้ตลาดหุ้นไทยได้ปัจจัยบวกจากการที่เหตุการณ์ซีเรียมีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางบวก อย่างไรก็ดีปัจจัยเรื่องการไหลออกของเงินทุนก็ยังกดดันตลาดหุ้นไทยอยู่ โดยในช่วงบ่ายดัชนีได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 18.01 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 12 กันยายน 2556

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1030
mod_vvisit_counterAll days1030

We have: 1030 guests online
Your IP: 216.73.216.147
Mozilla 5.0, 
Today: May 17, 2026

4325224