| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 05 August 2014 09:23 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่าดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กในเดือนกรกฎาคมปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 68.1 จากระดับ 60.5 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 และเป็นการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 8 เดือน โดยค่าดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของกิจกรรม นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ธุรกิจในเมืองนิวยอร์กจ้างงานเพิ่มขึ้นในเดือนดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี นักธุรกิจมองว่า ต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นนับเป็นอุปสรรคต่อการขยายธุรกิจ ทั้งนี้ ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กส่วนใหญ่เป็นการประมวลผลจากธุรกิจนอกภาคการผลิต ซึ่งจะมีขึ้น 1 วันทำการก่อนที่ ISM จะรายงานข้อมูลธุรกิจนอกภาคการผลิตในระดับประเทศ ซึ่งจะมีขึ้นในวันทำงานที่ 3 ของทุกเดือน - Conference Board เปิดเผยดัชนีแนวโน้มการจ้างงานในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 0.3% สู่ระดับ 120.31 จากระดับ 119.92 ในเดือนมิถุนายน
ยุโรป: เยอรมนี - นายซิกมาร์ กาเบรียล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี ตัดสินใจฉีกสัญญามูลค่า 100 ล้านยูโร หรือประมาณ 4.3 พันล้านบาท ที่จะสร้างค่ายซ้อมรบที่มีอาวุธครบครันให้แก่กองกำลังรัสเซีย และมีกำหนดจะเปิดใช้งานภายในปีนี้แล้ว หลังวิกฤตการณ์ยูเครนยังคงยืดเยื้อ อีกทั้งรัสเซียเองก็มีท่าทีแข็งกร้าวไม่สนใจเสียงทัดทานจากนานาประเทศ กรณีเข้าแทรกแซงการเมืองยูเครน และผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ
โปรตุเกส - ธนาคารกลางโปรตุเกสได้เข้าควบคุมกิจการของธนาคารบังโค เอสปิริโต ซานโต ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของโปรตุเกสแล้ว ด้วยวงเงินในการช่วยเหลือ 4.9 พันล้านยูโร หรือ 6.6 พันล้านดอลลาร์ โดยกองทุนเรโซลูชัน ฟันด์ของธนาคารกลางโปรตุเกสจะโยกการดำเนินงานในส่วนของเงินฝากของบังโค เอสปิริโต ซานโต รวมทั้งสินทรัพย์เกือบทั้งหมดไปยังบริษัทโนโว บังโค ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่
รัสเซีย - รัสเซียได้เริ่มปฏิบัติการซ้อมรบระยะเวลา 1 สัปดาห์แล้ว โดยการซ้อมรบดังกล่าวครอบคลุมถึงการใช้เครื่องบินต่อสู้และเครื่องบินทิ้งระเบิด ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการประสานงานกันระหว่างระบบการบิน และระบบการป้องกันทางอากาศ
เอเซีย: จีน - อัตราการเติบโตในภาคบริการของจีนลดลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 6 เดือน ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ยอดสั่งซื้อปรับขึ้นในอัตราที่อ่อนแอที่สุดในรอบอย่างน้อยหนึ่งปี สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการลดลงสู่ 54.2 ในเดือนกรกฎาคม จาก 55 ในเดือนมิถุนายน โดยระดับ 54.2 นี้ถือว่าเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นต้นมา อย่างไรก็ดีดัชนี PMI ที่ระดับสูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคบริการขยายตัว
ญี่ปุ่น - หนังสือพิมพ์นิกเกอิของญี่ปุ่นรายงานว่า ญี่ปุ่นและจีนพยายามจะจัดการเจรจาสองทางระหว่างผู้นำสองประเทศในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในเดือนพฤศจิกายน โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ หลังจากความสัมพันธ์ดังกล่าวได้รับแรงกดดันจากปัญหาขัดแย้งเรื่องเขตแดนและประวัติศาสตร์ในช่วงสงคราม การจัดการเจรจาดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่าจีนได้ปรับเปลี่ยนจุดยืนไปแล้ว เพราะก่อนหน้านี้จีนเคยปฏิเสธข้อเรียกร้องจากนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นที่ต้องการจัดการประชุมสุดยอดในระหว่างการประชุมกลุ่มเอเปก หนังสือพิมพ์นิกเกอิระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนแสดงความต้องการที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นในระหว่างการประชุมกับ นายยาสุโอะ ฟุกุดะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่เดินทางมาเยือนจีนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม โดยนายฟุกุดะเดินทางมาประกอบภารกิจเพื่อจัดให้มีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้
อินโดนีเซีย - สำนักงานสถิติของอินโดนีเซียรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซียลดลงสู่ 4.53 % ต่อปีในเดือนกรกฎาคม โดยอัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมลดลงจากระดับ 6.7 % ในเดือนมิถุนายน และอยู่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 4.6 % ในโพลล์รอยเตอร์ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาอาหารอยู่ที่ 4.64 % ในเดือนกรกฎาคม เทียบกับ 4.81 % ในเดือนมิถุนายน โพลล์รอยเตอร์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ 4.66 % ในเดือนกรกฎาคม
ฟิลิปปินส์ - รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้จัดสรรงบประมาณ 1.03 หมื่นล้านเปโซ (236 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อนำเข้าข้าว 500,000 ตันผ่านการประมูลที่กำหนดจัดขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้ นายเร็กซ์ เอสโตเปอเรซ โฆษกสำนักงานอาหารแห่งชาติ (NFA) เปิดเผยว่า NFA ได้กำหนดวันประมูลใหม่เป็นวันที่ 27 สิงหาคม เพื่อเพิ่มสต็อกข้าว หลังจากที่เผชิญกับพายุไต้ฝุ่น และราคาขายปลีกข้าวที่พุ่งขึ้นมากในประเทศ รัฐบาลจึงได้ตัดสินใจนำเข้าข้าวมากขึ้น โดยการซื้อในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งอาจจะซื้อมากถึง 1 ล้านตัน
ไทย - ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า กระแสการเคลื่อนย้ายเงินทุนของต่างชาติหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลของไทยยังคงคาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากจากภาพเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ดำเนินนโยบายทางการเงินสวนทางกัน โดยสหรัฐฯ กำลังจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือมีการปรับทิศในการดำเนินนโยบายทางการเงิน ขณะที่ยุโรปและญี่ปุ่น ยังคงดำเนินนโยบายในเชิงผ่อนคลายทางการเงิน แต่เมื่อมองปัจจัยภายในประเทศ เชื่อว่าไทยจะยังได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์ต่างๆ พร้อมระบุถึงปัจจัยเสี่ยงที่เป็นกังวลคือ สงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการที่สหรัฐและยุโรปร่วมมือกันเพื่อคว่ำบาตรรัสเซีย โดยระบุว่ากรณีดังกล่าววชจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะการฟื้นตัวของยุโรปที่อาจจะถดถอยลงไป ประกอบกับ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับรัสเซีย แม้ว่าเศรษฐกิจไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก พร้อมกันนี้ ยังได้ระบุถึงทิศทางเศรษฐกิจครึ่งปีหลังนี้ว่า จะปรับตัวดีขึ้น จากครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากภาวะความไม่สงบทางการเมือง ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจครึ่งปีแรกติดลบเล็กน้อย โดยคาดว่าไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4/2557 จะสามารถเติบโตได้ 3-4% ต่อไตรมาส ขณะที่ทั้งปีการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) จะอยู่ที่ระดับ 1.5% ได้ และมองว่าปี 58 การเติบโตของ GDP จะเติบโตได้ตามศักยภาพ รวมถึงเติบโตจากฐานที่ต่ำในปีนี้ โดยคาดว่าตัวเลขการเติบโตน่าจะอยู่ที่ระดับ 5.5%
Money Market - บาท/ดอลลาร์ วันจันทร์ (4 ส.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินบาทและสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้แม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันศุกร์จะออกมาดี โดยวันนี้เงินลงทุนที่เข้ามาในตลาดหุ้นเอเซียมากส่งผลบวกต่อค่าเงินเอเซียส่วนใหญ่ - เยน/ดอลลาร์ วันจันทร์ (4 ส.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเยนในช่วงเช้าวันนี้ตามปัจจัยพื้นฐานเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ยังต้องการมาตรการผ่อนคลายทางการเงินมากเป็นพิเศษต่อไปเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯล่าสุดเมื่อวันศุกร์โดยรวมยังชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯยังมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยทั้งตัวเลขการจ้างงาน การผลิต รวมทั้งรายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลล้วนชี้ถึงการขยายตัว - ยูโร/ดอลลาร์ วันจันทร์ (4 ส.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรในช่วงเช้าวันนี้ โดยค่าเงินยูโรถูกกดดันให้อ่อนลงหลังรายงานอัตราเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนกรกฎาคม 2014 ลดลงมาอยู่ที่ 0.4% จากเดือนมิถุนายนซึ่งอยู่ที่ 0.5% ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อการที่เศรษฐกิจยูโรโซนจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด โดยนักลงทุนจับตาดูการประชุมธนาคารกลางยุโรปที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสที่ 7 สิงหาคมนี้ว่าจะมีการดำเนินมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มขึ้นหรือไม่หลังจากเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนได้ลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.10% จาก 0.25% มาอยู่ที่ 0.15% และลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงเป็นลบ 0.1% (-0.1%) จาก 0% และธนาคารกลางจะให้เงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ธนาคารพาณิชย์มากขึ้นเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อมากขึ้น
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ วันจันทร์ (4 ส.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทเบิร์คไชร์ ฮาธาเวย์ และการปรับตัวขึ้นของกลุ่มหุ้นส่วนใหญ่ซึ่งช่วยหนุนดัชนี S&P 500 ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.46% ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.72% และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.72% - ตลาดหุ้นเอเชีย วันจันทร์ (4 ส.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้รายงานตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดของแต่ละประเทศมีทั้งบวกและลบ โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันศุกร์ชี้ว่าการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ และเพิ่มขึ้นน้อยกว่าเดือนก่อน อย่างไรก็ดีการจ้างงานก็เพิ่มขึ้นเกิน 200,000 ตำแหน่งต่อเดือนมาแล้วเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆโดยรวมของสหรัฐฯเช่นตัวเลขการผลิต รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคล และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคก็ออกมาค่อนข้างดี ขณะที่ทางด้านยูโรโซนตัวเลขอัตราเงินเฟ้อล่าสุดทำให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อแนวโน้มที่เศรษฐกิจยูโรโซนจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ส่วนทางด้านจีนสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนกรกฎาคมลดลงสู่ระดับ 54.2 จาก 55 ในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ดีระดับที่สูงเกิน 50 ก็ชี้ว่าภาคบริการของจีนขยายตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 1.74% ส่วนดัชนีนิกเกอิวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.31% - ตลาดหุ้นไทย วันจันทร์ (4 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกมาดีมีส่วนหนุนการปรับสูงขึ้นของดัชนีหุ้นไทยในวันนี้ โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX สูงขึ้น 19.18 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 5 ส.ค. 2557
|






![]() | Today | 707 |
![]() | All days | 707 |
Comments