Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View เปิดโลกธุรกิจ SME กับ ปกรณ์:เคล็ดวิชาเขียนแผนธุรกิจ
เปิดโลกธุรกิจ SME กับ ปกรณ์:เคล็ดวิชาเขียนแผนธุรกิจ PDF Print E-mail
Thursday, 03 December 2009 17:33

 

เคล็ดวิชาเขียนแผนธุรกิจ

 

 

 




โดย ปกรณ์ พรรธนะแพทย์

รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

 

                จุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดำเนินกิจการได้ยาวนานและเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ การวางแผนงานที่ดี ซึ่งตัวช่วยในการวางแผนงานให้ครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญคือ แผนธุรกิจ น่าเสียดายที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนน้อยรายที่เห็นความสำคัญ บางท่านมองว่าเป็นภาระที่ยุ่งยาก จะเขียนก็ต่อเมื่อต้องการการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคาร หรือเมื่อต้องการหาผู้ร่วมลงทุน ทั้งๆ ที่แผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการวางแผนการดำเนินงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจว่าอะไรควรดำเนินการก่อนหรือหลัง อย่างไร   

 

                ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการเขียนแผนธุรกิจให้ครอบคลุมประเด็นอย่างง่ายๆ

 

แผนธุรกิจ คือเอกสารที่แสดงรายละเอียดต่างๆ ในการวางแผนธุรกิจ ซึ่งจะเป็นเหมือนแผนที่นำทางไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีองค์ประกอบดังนี้

            1. บทสรุปผู้บริหาร คือข้อมูลสรุปภาพรวมเกี่ยวกับธุรกิจที่คุณจะทำแบบเข้าใจง่าย ทั้งความเป็นมาของกิจการ สถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจนี้ โอกาสทางธุรกิจ ลักษณะของสินค้า กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย กลยุทธ์สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ข้อมูลและผลงานทีมผู้บริหารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคารหรือผู้ร่วมลงทุน ประมาณการทางการเงิน และเงินทุน เป็นต้น

            2. ภาพรวมธุรกิจ ครอบคลุมถึงโครงสร้างของตลาด ขนาดของตลาด อุปสงค์ อุปทาน แนวโน้มของธุรกิจ กลุ่มลูกค้า พฤติกรรมการซื้อ ช่องทางเข้าถึงลูกค้า และสภาวการณ์แข่งขัน โดยอาจใช้การวิเคราะห์ในรูปแบบต่างๆ เช่น SWOT Analysis (Strengths, Weaknesses, Opportunities, Threats) เพื่อชี้ให้เห็นถึงโอกาสในธุรกิจ ข้อควรระวัง และปรับปรุงให้ธุรกิจก้าวหน้าต่อไป

            3. ลักษณะของกิจการ เป็นการให้รายละเอียดของรูปแบบกิจการ แนวคิด กิจกรรม ขอบเขตการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่เป็นลักษณะเฉพาะของบริษัท โครงสร้างลักษณะองค์กร เพื่อใช้ในการวางแผนการบริหารจัดการภายในองค์กร
               
4. ข้อมูลสินค้าหรือบริการ คือขอบเขต จุดเด่น เอกลักษณ์ของสินค้าหรือบริการ ที่จะนำเสนอกับลูกค้าเพื่อให้มีจุดยืนที่ชัดเจนและแตกต่างจากคู่แข่ง

                5. วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย บอกถึงเป้าหมายที่กิจการต้องการจะเป็นในอนาคต และงานหลักที่จะทำให้กิจการไปถึงเป้าหมายที่ว่า ผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการจากงานหลักนั้น แบ่งเป็นระยะสั้นและยาว โดยทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องมีความสัมพันธ์กัน เพื่อให้ทราบทิศทางและความคาดหมายในธุรกิจ

            6. กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดและช่วงเติบโต เป็นทั้งกลยุทธ์ช่วงเข้าสู่ตลาด ซึ่งรวมไปถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ การเลือกช่องทางจัดจำหน่าย และช่วงที่ธุรกิจเติบโต การขยายตลาดด้วยวิธีต่างๆ เพื่อเพิ่มยอดขายของกิจการต่อไป

            7. แผนการตลาด คือรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการตลาด เช่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ขนาดของตลาด ปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อตลาด ตำแหน่งทางการตลาดของสินค้า ความแตกต่างจากคู่แข่ง การตั้งราคา การจัดจำหน่าย การเจาะกลุ่มลูกค้า การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย การประมาณยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาด

                8. แผนปฏิบัติการ ระบุแผนการทำงานในแต่ละส่วนงาน เพื่อให้เห็นว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างไร เช่น แผนการหาทรัพยากรต่างๆ แผนการผลิต แผนการส่งของ แผนการขาย เป็นต้น

            9. แผนพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ บอกถึงแนวทาง ขอบเขต ระยะเวลา แรงงาน เครื่องจักร วัตถุดิบ งบประมาณ การควบคุมคุณภาพ กำลังและศักยภาพการผลิตในการพัฒนาสินค้าหรือบริการ

                10. แผนการจัดองค์กรและการจัดการ เป็นรูปแบบขององค์กร โครงสร้างองค์กร แผนผังองค์กร ทีมบริหาร รูปแบบการบริหารจัดการ แผนกำลังคน แผนพัฒนาบุคลากร และงบประมาณด้านกำลังคน

                11. แผนการเงิน ประกอบด้วยเงินลงทุน สินทรัพย์ เงินทุนหมุนเวียน แหล่งที่มาและใช้ไปของเงินทุน ประมาณการค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ประมาณการรายรับ จุดคุ้มทุน งบกระแสเงินสด งบกำไรขาดทุน และงบดุล

                12. การวิเคราะห์ความเสี่ยง ประเมิน และเตรียมกลยุทธ์เพื่อจัดการกับความเสี่ยงต่างๆ อันได้แก่ ความเสี่ยงทางการเมือง ความเสี่ยงทางการเงิน ความเสี่ยงในธุรกิจอันเกิดจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการปฏิบัติการอันมาจากปัจจัยภายในองค์กร

13. แผนสำรอง หากทุกสิ่งไม่เป็นดั่งหวัง ต้องมีแผนสำรองรองรับ เช่น หากธุรกิจประสบปัญหา ยอดขายไม่ถึงเป้า เงินสดขาดมือ ค่าใช้จ่ายบานปลาย ต้องแก้ไขปัญหาในการบริหารภายใน และหาตัวช่วยเรื่องเงินทุนจากภายนอก หรือถ้าธุรกิจไปได้ดีมากๆ ควรหาซัพพลายเออร์รองรับไว้หลายๆ เจ้า เพื่อป้องการการเสียโอกาสการขาย หรือหาช่องทางเพิ่มทุนเพื่อขยายธุรกิจ

14. รายละเอียดอื่นๆ รายละเอียดที่ตั้งกิจการและแผนที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น สิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ต่างๆ  รายละเอียดหลักทรัพย์ รายชื่อลูกค้า แค็ตตาล็อก เป็นต้น


 

                                  

 

 



ธนาคารกสิกรไทย เปิด K SME Care Knowledge Center ศูนย์การเรียนรู้เพื่อผู้ประกอบการครบวงจร

 

สนใจสมัครสมาชิกและใช้บริการได้ฟรีที่ อาคารจามจุรีสแควร์  ชั้น 2 โทร. 0-2160-5203-4 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

 
 


 

เคล็ดวิชาเขียนแผนธุรกิจ

 

 

 

โดย ปกรณ์ พรรธนะแพทย์

รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

 

                จุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดำเนินกิจการได้ยาวนานและเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือ การวางแผนงานที่ดี ซึ่งตัวช่วยในการวางแผนงานให้ครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญคือ แผนธุรกิจ น่าเสียดายที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนน้อยรายที่เห็นความสำคัญ บางท่านมองว่าเป็นภาระที่ยุ่งยาก จะเขียนก็ต่อเมื่อต้องการการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคาร หรือเมื่อต้องการหาผู้ร่วมลงทุน ทั้งๆ ที่แผนธุรกิจเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในการวางแผนการดำเนินงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจว่าอะไรควรดำเนินการก่อนหรือหลัง อย่างไร   

 

                ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการเขียนแผนธุรกิจให้ครอบคลุมประเด็นอย่างง่ายๆ

 

แผนธุรกิจ คือเอกสารที่แสดงรายละเอียดต่างๆ ในการวางแผนธุรกิจ ซึ่งจะเป็นเหมือนแผนที่นำทางไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีองค์ประกอบดังนี้

            1. บทสรุปผู้บริหาร คือข้อมูลสรุปภาพรวมเกี่ยวกับธุรกิจที่คุณจะทำแบบเข้าใจง่าย ทั้งความเป็นมาของกิจการ สถานการณ์ปัจจุบันของธุรกิจนี้ โอกาสทางธุรกิจ ลักษณะของสินค้า กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย กลยุทธ์สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ข้อมูลและผลงานทีมผู้บริหารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคารหรือผู้ร่วมลงทุน ประมาณการทางการเงิน และเงินทุน เป็นต้น

            2. ภาพรวมธุรกิจ ครอบคลุมถึงโครงสร้างของตลาด ขนาดของตลาด อุปสงค์ อุปทาน แนวโน้มของธุรกิจ กลุ่มลูกค้า พฤติกรรมการซื้อ ช่องทางเข้าถึงลูกค้า และสภาวการณ์แข่งขัน โดยอาจใช้การวิเคราะห์ในรูปแบบต่างๆ เช่น SWOT Analysis (Strengths, Weaknesses, Opportunities, Threats) เพื่อชี้ให้เห็นถึงโอกาสในธุรกิจ ข้อควรระวัง และปรับปรุงให้ธุรกิจก้าวหน้าต่อไป

            3. ลักษณะของกิจการ เป็นการให้รายละเอียดของรูปแบบกิจการ แนวคิด กิจกรรม ขอบเขตการดำเนินธุรกิจ สิ่งที่เป็นลักษณะเฉพาะของบริษัท โครงสร้างลักษณะองค์กร เพื่อใช้ในการวางแผนการบริหารจัดการภายในองค์กร
               
4. ข้อมูลสินค้าหรือบริการ คือขอบเขต จุดเด่น เอกลักษณ์ของสินค้าหรือบริการ ที่จะนำเสนอกับลูกค้าเพื่อให้มีจุดยืนที่ชัดเจนและแตกต่างจากคู่แข่ง

                5. วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย บอกถึงเป้าหมายที่กิจการต้องการจะเป็นในอนาคต และงานหลักที่จะทำให้กิจการไปถึงเป้าหมายที่ว่า ผลสัมฤทธิ์ที่ต้องการจากงานหลักนั้น แบ่งเป็นระยะสั้นและยาว โดยทั้ง 3 ส่วนนี้ต้องมีความสัมพันธ์กัน เพื่อให้ทราบทิศทางและความคาดหมายในธุรกิจ

            6. กลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดและช่วงเติบโต เป็นทั้งกลยุทธ์ช่วงเข้าสู่ตลาด ซึ่งรวมไปถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ การเลือกช่องทางจัดจำหน่าย และช่วงที่ธุรกิจเติบโต การขยายตลาดด้วยวิธีต่างๆ เพื่อเพิ่มยอดขายของกิจการต่อไป

            7. แผนการตลาด คือรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการตลาด เช่น กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ขนาดของตลาด ปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อตลาด ตำแหน่งทางการตลาดของสินค้า ความแตกต่างจากคู่แข่ง การตั้งราคา การจัดจำหน่าย การเจาะกลุ่มลูกค้า การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การส่งเสริมการขาย การประมาณยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาด

                8. แผนปฏิบัติการ ระบุแผนการทำงานในแต่ละส่วนงาน เพื่อให้เห็นว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างไร เช่น แผนการหาทรัพยากรต่างๆ แผนการผลิต แผนการส่งของ แผนการขาย เป็นต้น

            9. แผนพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ บอกถึงแนวทาง ขอบเขต ระยะเวลา แรงงาน เครื่องจักร วัตถุดิบ งบประมาณ การควบคุมคุณภาพ กำลังและศักยภาพการผลิตในการพัฒนาสินค้าหรือบริการ

                10. แผนการจัดองค์กรและการจัดการ เป็นรูปแบบขององค์กร โครงสร้างองค์กร แผนผังองค์กร ทีมบริหาร รูปแบบการบริหารจัดการ แผนกำลังคน แผนพัฒนาบุคลากร และงบประมาณด้านกำลังคน

                11. แผนการเงิน ประกอบด้วยเงินลงทุน สินทรัพย์ เงินทุนหมุนเวียน แหล่งที่มาและใช้ไปของเงินทุน ประมาณการค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ประมาณการรายรับ จุดคุ้มทุน งบกระแสเงินสด งบกำไรขาดทุน และงบดุล

                12. การวิเคราะห์ความเสี่ยง ประเมิน และเตรียมกลยุทธ์เพื่อจัดการกับความเสี่ยงต่างๆ อันได้แก่ ความเสี่ยงทางการเมือง ความเสี่ยงทางการเงิน ความเสี่ยงในธุรกิจอันเกิดจากปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงในการปฏิบัติการอันมาจากปัจจัยภายในองค์กร

13. แผนสำรอง หากทุกสิ่งไม่เป็นดั่งหวัง ต้องมีแผนสำรองรองรับ เช่น หากธุรกิจประสบปัญหา ยอดขายไม่ถึงเป้า เงินสดขาดมือ ค่าใช้จ่ายบานปลาย ต้องแก้ไขปัญหาในการบริหารภายใน และหาตัวช่วยเรื่องเงินทุนจากภายนอก หรือถ้าธุรกิจไปได้ดีมากๆ ควรหาซัพพลายเออร์รองรับไว้หลายๆ เจ้า เพื่อป้องการการเสียโอกาสการขาย หรือหาช่องทางเพิ่มทุนเพื่อขยายธุรกิจ

14. รายละเอียดอื่นๆ รายละเอียดที่ตั้งกิจการและแผนที่ รายชื่อผู้ถือหุ้น สิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ต่างๆ  รายละเอียดหลักทรัพย์ รายชื่อลูกค้า แค็ตตาล็อก เป็นต้น

 

           

 

 

 

 

 



ธนาคารกสิกรไทย เปิด K SME Care Knowledge Center ศูนย์การเรียนรู้เพื่อผู้ประกอบการครบวงจร

 

สนใจสมัครสมาชิกและใช้บริการได้ฟรีที่ อาคารจามจุรีสแควร์  ชั้น 2 โทร. 0-2160-5203-4 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

 
 

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1008
mod_vvisit_counterAll days1008

We have: 1007 guests online
Your IP: 216.73.216.26
Mozilla 5.0, 
Today: Feb 05, 2026

4490008