Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 02 July 2018 10:10

สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน  หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนเมษายน  เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE ในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 2.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2555 หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนเมษายน ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในระดับดังกล่าวติดต่อกัน 6 เดือน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.0% (yoy) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 และแตะระดับเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดที่ 2.0% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนเมษายน

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% โดยต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนเมษายน  การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐที่ชะลอตัวได้รับผลกระทบจากการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคที่ลดลง

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระบุว่า ธนาคารดอยซ์แบงก์ในสหรัฐฯ ไม่ผ่านผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) รอบที่ 2 ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดย Fed ระบุว่า ดอยซ์แบงก์ "มีความบกพร่องอย่างร้ายแรง" ในการทำธุรกิจ ขณะที่มีธนาคารใหญ่ 33 แห่ง จาก 35 แห่งผ่านการทดสอบ ซึ่งรวมถึงโกลด์แมน แซคส์ และมอร์แกน สแตนลีย์ที่ผ่านการทดสอบอย่างมีเงื่อนไข

สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 1/2561 ขยายตัว 0.2% โดยปรับตัวขึ้นจากตัวเลขประมาณการก่อนหน้านี้ที่ระดับ 0.1% และเมื่อเทียบรายปี เศรษฐกิจอังกฤษมีการเติบโต 1.2% ไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขก่อนหน้านี้ ONS ยังระบุว่า ภาคบริการมีการขยายตัว 0.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว เมื่อเทียบรายปี ในเดือนเมษายนภาคบริการขยายตัว 1.6%

กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า จีนจะติดตามนโยบายด้านการลงทุนจากต่างประเทศของสหรัฐอย่างใกล้ชิด และเตรียมประเมินถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทจีน นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า จีนไม่เห็นด้วยกับมาตรการด้านการลงทุนจากต่างประเทศของสหรัฐ ซึ่งอ้างเรื่องความมั่นคงของชาติ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า ตนสนับสนุนให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมาย เพื่อปกป้องกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความสำคัญจากการเข้าซื้อของต่างชาติ และส่งสัญญาณว่าสหรัฐจะยังไม่ออกคำสั่งพิเศษเพิ่มเติมเพื่อจำกัดการลงทุนจากต่างชาติในขณะนี้ นายเกา เฟิง กล่าวว่า นักลงทุนจากทั่วโลกจะตัดสินใจด้วยตนเองสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับบรรยากาศการลงทุนสหรัฐ

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า อัตราว่างงานเดือนพ.ค.อยู่ที่ระดับ 2.2% ลดลงจากระดับ 2.5% ในเดือนที่ผ่านมา ด้านกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการเปิดเผยว่า ตำแหน่งงานว่างอยู่ที่ระดับ 1.60 ขยับขึ้นจากระดับของเดือนเม.ย.ที่ 1.59 แตะระดับสูงที่สุดในรอบกว่า 44 ปี โดยตัวเลขดังกล่าวหมายความว่า มีตำแหน่งงานว่าง 160 อัตรา สำหรับผู้หางานทุกๆ 100 คน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า บริษัทในญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาขาดแรงงานอย่างหนัก อันเป็นผลมาจากการที่ประชากรผู้สูงอายุในประเทศมีเพิ่มขึ้น และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว คณะรัฐมนตรีของนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จึงได้มีการอนุมัติแผนรับแรงงานต่างชาติเมื่อช่วงต้นเดือนนี้

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.หดตัวลง 0.2% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนเม.ย.อย่างไรก็ดี แม้การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.จะปรับตัวลดลง แต่ทางกระทรวงฯยังคงการประเมินผลผลิตภาคอุตสาหกรรมไว้ที่ระดับเดิม โดยระบุว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรม "กำลังส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างช้าๆ" สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มผู้ผลิตญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า บรรดาผู้ผลิตต่างคาดว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวขึ้น 0.4% ในเดือนมิ.ย. และ 0.8% ในเดือนก.ค.

สำนักงานสถิติแห่งเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ยอดการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. ขยายตัว 1.1% เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการผลิตในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และโทรคมนาคมที่ขยายตัวขึ้น หลังจากที่ขยายตัว 3.1% ในเดือนเม.ย.เมื่อเทียบรายปี การผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือนพ.ค.ขยายตัว 0.9% หลังจากที่ขยายตัว 0.8% ในเดือนเม.ย.เมื่อเทียบรายปี

 

สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค.ขยายตัวดีต่อเนื่องตามการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวสูง สอดคล้องกับอุปสงค์ต่างประเทศที่ขยายตัวดีและราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับ อุปสงค์ในประเทศขยายตัวชัดเจนขึ้นต่อเนื่อง โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในทุกหมวดการใช้จ่าย ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวสอดคล้องกัน ด้านการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในทุกหมวด ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวชะลอลงบ้าง ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเร่งขึ้นตามราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ราคาก๊าซหุงต้ม ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงตามการขาดดุลบริการ รายได้ และเงินโอนตามฤดูกาลส่งกลับรายได้และเงินปันผลของธุรกิจต่างชาติ และรายรับการท่องเที่ยวที่ชะลอลง อย่างไรก็ดี ดุลการค้ายังขยายตัวต่อเนื่องตามรายรับจากภาคการส่งออก ขณะที่ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายค่อนข้างสมดุล

 

ปัจจัยต่างประเทศ (2 กรกฎาคม 2561): ตามเวลาประเทศไทย

ประเทศ     ปัจจัย

ญี่ปุ่น     - ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 2

จีน      - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมิ.ย.จากไฉซิน

EU      - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมิ.ย.จากมาร์กิต (ประเทศสำคัญหลักๆ)

USA     - ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมิ.ย.จากมาร์กิต

- ดัชนีภาคการผลิตเดือนมิ.ย. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)

 

ปัจจัยในประเทศ

วันที่     ปัจจัย

2 ก.ค.  กระทรวงพาณิชย์แถลงสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการ

Source: https://www.ryt9.com/s/iq03/2844545

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันศุกร์ (29 มิ.ย.)  เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ ขณะที่วันนี้นักลงทุนคลายความกังวลลงมาเล็กน้อยเกี่ยวกับความขัดแย้งการค้าสหรัฐฯกับจีนหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯชี้ว่าเขาอาจจะใช้วิธีการที่นุ่มนวลขึ้นในการจัดการเรื่องการเข้ามาลงทุนของจีนในบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีของสหรัฐฯ สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนเม.ย. ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนเม.ย.เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE เพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนพ.ค. ส่วนดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในระดับดังกล่าวติดต่อกัน 6 เดือน เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนพ.ค. ทั้งนี้เงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ฯในช่วงตลาดสหรัฐฯ

- ดอลลาร์/เยน วันศุกร์ (29 มิ.ย.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯชี้ว่าเขาอาจจะใช้วิธีการที่นุ่มนวลขึ้นในการจัดการเรื่องการเข้ามาลงทุนของจีนในบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลลงมาเล็กน้อยต่อการที่ความขัดแย้งเรื่องการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะรุนแรงขึ้น และภาวะดังกล่าวช่วยให้ความต้องการถือเยนลดลงและนักลงทุนมีความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น

- ยูโร/ดอลลาร์ วันศุกร์ (29 มิ.ย.)  เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ ขณะที่การประชุมของ European Council เมื่อวานนี้ได้มีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับเรื่องผู้อพยพ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่อง Brexit ทั้งนี้ประเด็นความกังวลเรื่องการเมืองใน EU ยังเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินยูโร รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางยุโรปล่าสุดที่ชี้ว่าธนาคารกลางยุโรปจะยังไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯวันศุกร์ (29 มิย) ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเมื่อวันศุกร์ โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มวัสดุและหุ้นกลุ่มธนาคาร ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าได้เริ่มคลี่คลายลง ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,271.41 เพิ่มขึ้น 0.23% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,718.37 เพิ่มขึ้น 0.08% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,510.30 เพิ่มขึ้น 0.09%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันศุกร์ (29 มิ.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นหลังเงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับกับดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ช่วงขาขึ้นถูกสกัดจากการที่นักลงทุนรอดูสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐโดยดัชนีนิกเกอิปิดบวก 0.15% ปิดที่ 22,304.51โดยหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวสูงขึ้นได้แก่กลุ่มเภสัชภัณฑ์ สิ่งทอ และโลหะนอกกลุ่มเหล็ก ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดวันนี้สูงขึ้นเช่นกัน ภายหลังจากที่ทางการจีนได้ผ่อนคลายข้อกำหนดด้านการลงทุนจากต่างประเทศในภาคการเกษตรและธนาคาร แม้ว่าสถานการณ์การค้าระหว่างจีนและสหรัฐยังคงตึงเครียดและถูกจับตาอย่างต่อเนื่องก็ตาม ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดเพื่มขึ้น 2.17% ปิดที่ 2,847.42

- ตลาดหุ้นไทย วันศุกร์ (29 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้สูงขึ้นในช่วงแรกก่อนที่จะลดลงหลังจากนั้นและเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ โดยวันนี้มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ปิโตรเคมี พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พาณิชย์ และกลุ่มขนส่ง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 3.96 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 2 ก.ค. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday23853
mod_vvisit_counterYesterday14175
mod_vvisit_counterAll days78589236

We have: 241 guests online
Your IP: 54.81.195.140
 , 
Today: Jul 20, 2018

4088688