Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 06 July 2018 09:21

 

สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนในอัตรา 25% วงเงินรวม 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันนี้ ตามกำหนดการที่ได้วางไว้ โดยมีเป้าหมายที่จะตอบโต้จีนที่ขโมยเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ

ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 12-13 มิ.ย. โดยระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ยังคงเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง และยังคงเชื่อมั่นในแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed อย่างไรก็ตาม กรรมการ Fed ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้า โดยระบุว่า ข้อพิพาททางการค้าที่กำลังทวีความรุนแรงในขณะนี้ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจเผชิญกับความไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลง รายงานการประชุมยังระบุว่า  Fed ได้รับทราบจากบรรดาผู้นำทางธุรกิจว่า ภาคธุรกิจมีความกังวลต่อนโยบายการค้า และบางส่วนได้ส่งสัญญาณว่า อาจจะชะลอแผนการใช้จ่ายด้านทุน หากได้รับผลกระทบจากข้อพิพาททางการค้า อย่างไรก็ดี แม้กรรมการเฟดมีความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้า แต่ก็ยังยืนยันถึงจุดยืนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะช่วยสนับสนุนภาวะตลาดแรงงานให้แข็งแกร่ง และจะช่วยหนุนเงินเฟ้อให้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2% อีกครั้ง

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ กล่าวหากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ว่า เป็นตัวการที่ทำให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น พร้อมเรียกร้องให้โอเปกทำอะไรมากกว่านี้ เพื่อบรรเทาปัญหาราคาน้ำมันแพง ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตข้อความว่า "โอเปกต้องจำเอาไว้ว่าราคาน้ำมันพุ่งสูง และพวกเขาแทบไม่ได้ช่วยอะไรในเรื่องนี้ โอเปกกำลังผลักดันราคาพลังงานให้เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่สหรัฐปกป้องสมาชิกของโอเปกหลายประเทศ แต่ราคาน้ำมันกลับแทบไม่ขยับลง มันควรจะต้องเป็นการร่วมด้วยช่วยกัน โอเปกจะต้องลดราคาน้ำมันลงเดี๋ยวนี้!"

คณะกรรมการพิกัดอัตราศุลกากรของจีนเผยว่า จีนจะจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่มเติมในบางรายการในทันที เมื่อมาตรการจัดเก็บภาษีครั้งใหม่ของสหรัฐมีผลบังคับใช้ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐประกาศเตรียมเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม โดยทางคณะกรรมการฯ ได้ตัดสินใจเมื่อช่วงกลางเดือนมิ.ย.ว่า จะเก็บภาษีสินค้าเพิ่มเติม 545 รายการ มูลค่าประมาณ 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์เกษตร ยานยนต์ และผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.นี้ คณะกรรมการพิกัดอัตราศุลกากรในสังกัดคณะรัฐมนตรีจีน ระบุว่า จีนจะไม่จัดเก็บภาษีเพิ่มเติมก่อนหน้าสหรัฐ

สำนักงบประมาณของรัฐสภาเกาหลีใต้ คาดการณ์ว่า การที่สหรัฐจำกัดการนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ ซึ่งครอบคลุมเหล็ก เครื่องซักผ้า และแผงโซลาร์เซลล์นั้น จะกระทบการส่งออกของเกาหลีใต้เป็นวงเงินกว่า 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมสามกลุ่มดังกล่าวของเกาหลีใต้อาจมีการจ้างงานลดลงเกือบ 16,000 ตำแหน่งด้วย ทั้งนี้ สหรัฐได้มีการกำหนดโควตานำเข้าเหล็กกล้าจากเกาหลีใต้ในสัดส่วน 70% ของที่เกาหลีใต้เคยส่งออกในช่วงปี 2558-2560 ทั้งยังมีการกำหนดโควตาภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้า และปรับเพิ่มภาษีนำเข้าแผงพลังงานแสงอาทิตย์

ธนาคารกลางเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีใต้มียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพ.ค.ที่ระดับ 8.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน โดยได้ปัจจัยหนุนจากยอดเกินดุลบัญชีสินค้า ทั้งนี้ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในเดือนพ.ค.ปีนี้ อยู่ในระดับสูงกว่าตัวเลขของเดือนพ.ค.ปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 5.84 พันล้านดอลลาร์ฯ และนับเป็นเดือนที่ 75 ติดต่อกันที่เกาหลีใต้มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด

สำนักงานสถิติแห่งฟิลิปปินส์ (PSA) รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation) เดือนมิ.ย.ของฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 5.2% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี ตัวเลขดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนพ.ค.ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.6% โดยอัตราเงินเฟ้อของฟิลิปปินส์ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 แล้ว แถลงการณ์จาก PSA ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นในเดือนมิ.ย. เป็นผลจากการปรับตัวขึ้นของดัชนีที่มีการถ่วงน้ำหนักมาก คือ ดัชนีอาหารและเครื่องดื่มนอกกลุ่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอยู่ที่ 6.1% รายงานระบุว่า ราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.8% ในเดือนมิ.ย. ขณะที่ราคาบ้าน น้ำ ก๊าซ และเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.6% ส่วนราคาเครื่องเรือน เครื่องใช้ในบ้าน และค่าบำรุงรักษาบ้านตามกาลเวลาปรับตัวเพิ่มขึ้น 3% ราคาขนส่งปรับตัวขึ้น 7.1% ราคาเกี่ยวกับการสื่อสารเพิ่มขึ้น 0.4% และราคาเกี่ยวกับการศึกษาปรับตัวขึ้น 4%

 

สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เผยผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.61) มีจำนวน 132,447 ล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 โดยเป็นผลมาจากการเร่งลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-ชุมพร ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรีและโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปาของการประปาส่วนภูมิภาค รวมถึงการเพิ่มทุนบริษัทในเครือของบมจ. ปตท. (PTT) ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

 

ปัจจัยต่างประเทศ (6 กรกฎาคม 2561): ตามเวลาประเทศไทย

ประเทศ           ปัจจัย

ญี่ปุ่น          - การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนพ.ค.

- ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนพ.ค.

เยอรมนี  - การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.

ฝรั่งเศส  - ดุลการค้าเดือนพ.ค.

อังกฤษ   - ดัชนีราคาบ้านเดือนมิ.ย.จากฮาลิแฟกซ์

USA     - ดุลการค้าเดือนพ.ค.

- ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.

 

ปัจจัยในประเทศ

วันที่        ปัจจัย

สัปดาห์ที่ 2 - ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แถลงข้อมูลสรุปภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์

- ศูนย์วิจัยทองคำแถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน

11 ก.ค.            - สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) แถลงสรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไตรมาสที่ 2 และแนวโน้มการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไตรมาสที่ 3 ปี 2561

Source: https://www.ryt9.com/s/iq03/2851586

 

Money Market

- ดอลลาร์/บาท วันพฤหัส (5 ก.ค.)  เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้ขณะที่นักลงทุนจับตามาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ที่ 6 ก.ค.นี้ รวมทั้งการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯเดือนมิ.ย.ในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ชี้แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยในส่วนของมาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนนั้นหากมีผลบังคับใช้จริงคาดว่าจะส่งผลลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐฯและจีน และกระทบต่อการส่งออกของประเทศอื่นๆที่อยู่ในสายการผลิตด้วย

- ดอลลาร์/เยน วันพฤหัส (5 ก.ค.) เงินเยนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนจับตาวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯจะมีการใช้มาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 25% มูลค่า 34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่จีนก็เตรียมเก็บภาษี 25% ต่อสินค้าสหรัฐในวงเงินเดียวกันในวันดังกล่าวเช่นกัน นอกจากนี้นักลงทุนจับตารายงานการประชุมเดือนมิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐในวันนี้และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย.ของสหรัฐ ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยในวันศุกร์

- ยูโร/ดอลลาร์ วันพฤหัส (5 ก.ค.)  เงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในเช้าวันนี้โดยนักลงทุนจับตาการใช้มาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งของสหรัฐฯและจีนในวันศุกร์นี้ รวมทั้งรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯวันที่ 12-13 มิ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งจะเปิดเผยในคืนนี้และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯเดือนมิ.ย.ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยในวันศุกร์

 

Capital Market

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯวันพฤหัส (5 กค) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 ก.ค.) ขานรับรายงานข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าจะยุติการเรียกเก็บภาษีรถยนต์จากยุโรป ขณะที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนีได้ออกมาสนับสนุนให้สหภาพยุโรป (EU) ปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐเช่นกัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่า คณะกรรมการเฟดยังคงเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ และยังคงเดินหน้าแผนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,356.74 จุด เพิ่มขึ้น 0.75% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,736.61 จุด เพิ่มขึ้น 0.86% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,586.43 จุด เพิ่มขึ้น 1.12%

- ตลาดหุ้นเอเชีย วันพฤหัส (5 ก.ค.)ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ลดลงในวันนี้โดยนักลงทุนจับตาวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯจะมีการใช้มาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน 25% มูลค่า 34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่จีนก็เตรียมเก็บภาษี 25% ต่อสินค้าสหรัฐในวงเงินเดียวกันในวันดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งหากมีผลบังคับใช้จริงคาดว่าจะส่งผลลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของทั้งสหรัฐฯและจีน และกระทบต่อการส่งออกของประเทศอื่นๆที่อยู่ในสายการผลิตด้วย โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.78%, 0.91% และ 0.21%

- ตลาดหุ้นไทย วันพฤหัส (5 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ลดลงสอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ โดยนักลงทุนจับตามาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ที่ 6 ก.ค.นี้ โดยวันนี้มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อาหารและเครื่องดื่ม เงินทุนและหลักทรัพย์ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 27.78 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 6 ก.ค. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday23848
mod_vvisit_counterYesterday14175
mod_vvisit_counterAll days78589231

We have: 238 guests online
Your IP: 54.81.195.140
 , 
Today: Jul 20, 2018

4089280