| กมธ.พาณิชย์ฯ แนะจับคู่ข้อมูล Health Certificate-ศุลกากร |
|
|
|
| Tuesday, 07 July 2026 08:59 | |
|
+เสนอใช้ AI, eTAG และพิกัด 8 หลัก กู้ความเชื่อมั่นตลาดจีน ก่อนเสียแชมป์ไก่พรีเมียมโลก โรงงานหลายแห่งโดนแช่แข็ง รอลุ้นสิทธิ์คืน นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ปธ.กมธ. พาณิชย์ฯ สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับประเด็นปัญหาการส่งออกไก่ไปยังจีนเกินโควต้า โดยมีนายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล รองประธาน กมธ.พาณิชย์ฯ คนที่สอง เสนอญัติดเร่งด่วนให้ที่ประชุมพิจารณา กรณีภาคเอกชนผู้ส่งออกไก่ ยอมรับว่า ศักยภาพและคุณภาพ "ระดับพรีเมียม" ของไก่ไทย เป็นสินค้าอันดับ 1 ของโลก โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 27 ปี ระบุว่าตีนไก่ของไทยมีคุณภาพดีที่สุดในโลก ทำให้คนจีนเปรียบเปรยว่า "จีนมีเหล้าเหมาไถ ส่วนไทยมีตีนไก่ที่สวยที่สุด" ผู้ส่งออกระบุว่า กลุ่มเป้าหมายของสินค้าไทยถูกจัดเป็นเกรดพรีเมียม ซึ่งเป็นที่ต้องการของประชากรระดับบนในจีนประมาณ 10% หรือประมาณ 140 ล้านคน ซึ่งมีกำลังซื้อสูง จากความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง แม้บราซิลและอเมริกาจะส่งออกได้ในปริมาณมาก แต่สินค้ามักเป็นเกรด A,B (มีปมที่อุ้งเท้า) ในขณะที่ตีนไก่ของไทยเป็นสินค้าพรีเมียมคัดคุณภาพอย่างดี หมอนัท - แพทย์หญิงบุญญาภา นาเวียงชัย ปุณณนิฏฐา เลขานุการ กมธ.ฯ (สส.) จังหวัดกาฬสินธุ์ ระบุว่า กรณีประเด็นข้อสงสัยจากทางประเทศจีน เกี่ยวกับการผลิตเกินกำลัง มีประเด็น ทำให้ทางการจีนมีข้อสงสัยว่า กำลังการผลิตของไทยเกินจริง แต่ข้อมูลยังไม่ชัดเจนว่าจีนใช้เกณฑ์ใดในการตัดสิน ระหว่าง "ตัวเลขส่งออกจากไทยเทียบกับนำเข้าของจีน" หรือ "ตัวเลขนำเข้าของจีนเทียบกับกำลังการผลิตจริงของโรงงานในไทย" ในมุมมองของเจ้าหน้าที่ สินค้าถูกส่งออกไปอย่าง ถูกต้องตามกฎหมายและใช้พิกัดที่ถูกต้อง แต่อาจมีปัญหาเมื่อตัวเลขนำเข้าของฝั่งจีนไปเปรียบเทียบกับข้อมูลโรงงานหรือการผลิตภายในประเทศไทยแล้วไม่สอดคล้องกัน เมื่อมีปัญหาการ "สวมสิทธิ์" และความผิดปกติของยอดส่งออกเกินจริง มีการตรวจพบว่ายอดนำเข้าที่ด่านจีนสูงกว่ายอดผลิตจริงของโรงงานอย่างมาก ตัวอย่างเช่น โรงงานผลิตได้ 500 ตู้ แต่มีสินค้าเข้าจีนถึง 700 ตู้ จากกรณีศึกษาโรงงานบางแห่ง ในปี 2022 ส่งออกจริง 2,873 ตัน แต่ยอดเข้าจีนคือ 3,307 ตัน (เกินมา 500 ตัน) และในปีต่อๆ มายังคงมียอดเกินในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง นับว่ามีกลไกการทุจริต สินค้าจะเข้าจีนได้ต้องมี Health Certificate (ใบรับรองสุขอนามัย) ทั้งแบบกระดาษและระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องส่งจากอีเมลของกรมปศุสัตว์เท่านั้น ดังนั้น ยอดเกินมาได้จึงถูกมองว่าเกิดจาก "การทุจริต" ของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ความผิดพลาดของเอกชน เพราะเอกชนไม่สามารถส่งอีเมลในนามกรมได้เอง สถานะของโรงงานไทยในปัจจุบัน ปัจจุบันมีโรงงานไทยถูกระงับการส่งออกทั้งหมด 22 แห่ง โดยแบ่งเป็น มี 1 โรงงาน ถูกถอดรายชื่อถาวรเนื่องจากตรวจพบว่าค่าน้ำและค่าไฟไม่สอดคล้องกับยอดการผลิต และอีก 21 โรงงาน ถูกระงับชั่วคราวและอยู่ในระหว่างการลุ้นสิทธิ์คืน สำหรับการสวมสิทธิ์ มีโรงงาน 1 แห่งถูกจับได้ว่าสวมสิทธิ์ ทำให้รายชื่อโรงงานส่งออกได้ลดลงจาก 28 เหลือ 27 โรง (ก่อนจะถูกระงับเพิ่มเติม) นับว่าปัญหาการส่งออกเป็ด เป็ดตัวขายไม่ได้ ไทยสามารถส่งออกเป็ดไปจีนได้ 3 โรงงาน แต่เป็น "เป็ดตัว" ซึ่งราคาของไทย (80 บาท/กก.) สูงกว่าเป็ดในจีน (40 บาท/กก.) จึงแข่งขันไม่ได้ โดยความต้องการที่แท้จริง ตลาดจีนต้องการ สินค้าพลอยได้ (By-products) เช่น กึ๋นเป็ด, ตีนเป็ด, คอเป็ดลอกหนัง, ปีก และลิ้นเป็ด มากกว่าเป็ดตัว คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ สภาผู้แทนราษฎร จึงต้องการร่วมแก้ปัญหากรณีปัญหาการส่งออกไก่ไทยไปจีน หลังพบข้อสงสัยเรื่องปริมาณส่งออกเกินกำลังการผลิตของโรงงาน จนจีนตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของระบบไทย ทั้งที่ไก่และตีนไก่ไทยได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้าพรีเมียมอันดับต้นของโลกและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคกำลังซื้อสูงในจีน จากสภาพปัญหา อยู่ที่ตัวเลขการส่งออกและการนำเข้าของจีนไม่สอดคล้องกับกำลังการผลิตจริงของโรงงาน โดยมีบางกรณีพบสินค้านำเข้าจีนมากกว่ายอดผลิตหลายร้อยตัน ทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องการสวมสิทธิ์หรือการออกเอกสารรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) โดยมิชอบ ส่งผลให้โรงงานไทยหลายแห่งถูกจีนระงับการส่งออก และผู้ประกอบการได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้บางแห่งยังไม่มีข้อสรุปว่ากระทำผิด หน่วยงานภาครัฐชี้แจงว่า ความคลาดเคลื่อนอาจเกิดจากการใช้พิกัดศุลกากร (HS Code) ที่แตกต่างกันระหว่างไทยกับจีน รวมถึงระบบฐานข้อมูลของกรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ และกรมการค้าต่างประเทศที่ยังไม่เชื่อมโยงข้อมูลปริมาณสินค้าอย่างสมบูรณ์ ขณะที่กรมการค้าต่างประเทศเตรียมนำไก่และชิ้นส่วนไก่เข้าสินค้าเฝ้าระวัง พร้อมพัฒนาระบบ e-Form E และใช้ AI ช่วยตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าในปี 2570 ภาคเอกชนและกรรมาธิการพาณิชย์ ข้อเสนอแนะ คือ รัฐบาลต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อจีนอย่างโปร่งใส เร่งจับคู่ข้อมูลการส่งออกกับ Health Certificate และข้อมูลศุลกากรให้ตรงกัน รวมถึงนำระบบ eTAG, GPS และการตรวจสอบด้วยพิกัด 8 หลักมาใช้ เพื่อปิดช่องโหว่การสวมสิทธิ์และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ กรมศุลฯ ยังเสนอขอให้จัดสรรงบประมาณจัดซื้อเครื่อง X-ray เพิ่ม และเร่งบูรณาการข้อมูลทุกหน่วยงาน เพื่อกู้ความเชื่อมั่นของจีน ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเกษตรกร หากปล่อยปัญหายืดเยื้อ ไทยอาจสูญเสียความได้เปรียบในตลาดไก่พรีเมียมให้คู่แข่งอย่างบราซิล สหรัฐฯ และรัสเซียในอนาคต +++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|






![]() | Today | 878 |
![]() | All days | 878 |
Comments