Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Forum
Stockwave Board
Welcome, Guest
Please Login or Register.    Lost Password?
CPF เดินหน้ารับรางวัลนานาชาติ (1 viewing) (1) Guest
Go to bottom Post Reply Favoured: 0
TOPIC: CPF เดินหน้ารับรางวัลนานาชาติ
#19
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
CPF เดินหน้ารับรางวัลนานาชาติ 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
เมื่อเร็วๆนี้ - ซีพีเอฟ เข้ารับ 5 รางวัลความยอดเยี่ยมจากนานาชาติ ในด้านคุณภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริษัทคู่ค้า ตอกย้ำการดำเนินงานอย่างโดดเด่นในต่างประเทศ
นายพิสิฐ โอมพรนุวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า จากกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นการลงทุน การทำตลาดและการสร้างแบรนด์ในตลาดประเทศในหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ซีพีเอฟและผลิตภัณฑ์แบรนด์ซีพีเป็นที่รู้จักและยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลกมาอย่างต อเนื่อง และเมื่อไม่นานมานี้ บริษัทสามารถคว้ารางวัลยอดเยี่ยมด้านต่างๆรวม 5 รางวัลนานาชาติ โดยซีพีเอฟประเทศอังกฤษ เข้ารับรางวัลความโดดเด่น ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (New Product Development Award) สำหรับผลิตภัณฑ์ CP Chicken Temptation และรางวัลบริษัทคู่ค้า (New supplier of the year) จาก Subway แฟรนไชส์แซนวิชชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในขณะที่ ซีพีเอฟประเทศญี่ปุ่น รับรางวัลบริษัทคู่ค้าดีเด่น (The Best Supplier Award) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไก่และกุ้งแปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์กุ้งสดแช่แข็ง จาก 7&I Group กลุ่มบริษัทที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น ผู้ให้บริการร้านค้าปลีกเซเว่น อีเลฟเว่น

นอกจากนี้ ซีพีเอฟประเทศตุรกี เข้ารับรางวัลคุณภาพยอดเยี่ยม (Consumer Quality Reward) สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ CP จากการประชุมสุดยอดผู้บริโภคนานาชาติครั้งที่ 23 ที่เมืองอิสตันบูล ที่ผ่านมาและจะเข้ารับรางวัลคุณภาพยอดเยี่ยม (EU Quality Reward) จากการประชุมสุดยอดด้านคุณภาพสหภาพยุโรป ที่ประเทศเบลเยี่ยม

โดยรางวัลต่างๆที่บริษัทได้รับนั้น แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้างฐานและเครือข่ายในตลาดต่างประเทศให้เกิดความเข้มแข็ มีศักยภาพ สัมพันธภาพที่ดีและความเป็นมืออาชีพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เข้าลงทุนแล้วใน 9 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย ฟิลิปปินส์ ตุรกี อินเดีย มาเลเซีย อังกฤษ ลาว และไต้หวัน รวมถึงสาขาในต่างประเทศซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 14 สาขา และผลิตภัณฑ์จัดจำหน่ายไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

ซีพีเอฟ มีวิสัยทัศน์เป็นครัวของโลก มีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยอย่างต่อเนื่อ ตรวจสอบย้อนกลับได้ ตลอดจนมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย และให้บริการได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปสู่ความพึงพอใจสูงสุดต่อลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#20
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
“เครือซีพี”ปั้นโมเดลใหม่ร้านอาหารในจีน ย้ำภาพ"ครัวโลก"
วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
งาน “World Expo 2010” จัดขึ้นระหว่าง 1 พ.ค.-31 ต.ค. 2553 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เปิดตัวไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ “เครือเจริญโภคภัณฑ์” 1 ใน 130 ร้านอาหาร ได้เปิดตัว “CP Food Pavillion” จำหน่ายอาหารไทยและอาเซียนแก่ผู้เข้าชมงาน ด้วยทุนกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งอาหารที่มาจำหน่ายทั้งเป็นผลิตภัณฑ์ของซีพีในไทยและจีน ในรูปแบบร้านอาหารแบบจานด่วน และร้านอาหารแบบ Dining Style
การออกงานครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกและเป็นโอกาสขยายแบรนด์ “CP” ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในตลาดจีนและตลาดโลก ตอกย้ำการเป็นภาพลักษณ์การเป็น “ครัวของโลก”

นายธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจอาหารของซีพีในจีน จะเน้นทำเป็นอาหารสำเร็จรูป ที่แปรรูปมาจากเนื้อสัตว์ต่างๆ ได้แก่ ไก่ หมู เป็ด ผลิตเป็นลูกชิ้น ไส้กรอก เป็นต้น มีโรงงานผลิตทั้งที่อยู่ในจีนและไทย ขณะที่อาหารทะเล นำเข้าจากโรงงานผลิตในไทย เช่น กุ้ง จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีฟรี ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่าผลิตในจีน

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้จากโรงงานผลิตทั้งในจีนและไทย จะจำหน่ายผ่านภัตตาคารและซูเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้แบรนด์ “CP”

“ธุรกิจฟู้ดส์โปรดักท์ของซีพีในจีน น่าจะมีโอกาสที่จะเติบโตมากที่สุด เนื่องจากคนจีนที่มีจำนวนมาก จึงคาดว่าจะมีกำลังซื้อมหาศาลเพิ่มขึ้น ในอนาคตเราจึงจะเน้นจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับคนรับประทาน และอาหารพร้อมทาน (Ready to Eat) เหมือนกับร้าน CP Fresh Mart ในไทย พร้อมสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่”

ปัจจุบันซีพีจะเน้นร้านอาหารแบบ “Fast Food” เพื่อจำหน่ายอาหารจานด่วน เป็นหลักซึ่งขณะนี้มีเพียง 4 แห่งเท่านั้น ภายใต้ชื่อ “ร้านอาหาร Thai Thai” ซึ่งเปิดให้บริการที่ปักกิ่ง 3 แห่ง และนครเซี่ยงไฮ้ 1 แห่ง เท่านั้น

“โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบ หรือ โมเดลร้านอาหารแบบใหม่ ก่อนที่เราจะขยายสาขาเพิ่ม คิดว่าจะเห็นการรุกธุรกิจร้านอาหารอย่างเต็มที่ในช่วงปลายปีนี้ และจะใช้แบรนด์ซีพี เพื่อให้คนรู้จักมากขึ้น” ผู้บริหารเครือซีพี กล่าว

ปัจจุบันรายได้หลักของเครือซีพีในจีน มาจาก 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจการเกษตร ที่มีรายได้เป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ,ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจอาหาร ซึ่งธุรกิจในจีนปัจจุบันมีขนาดใกล้เคียงกับธุรกิจในไทย

ส่วนกิจการค้าปลีกของเครือซีพีในจีน เมื่อปลายปี 2552 ได้ปรับโฉม (Rebranding) กิจการโลตัส ซูเปอร์มาร์เก็ตในจีนให้ทันสมัย และได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "CP Lotus" พร้อมเปลี่ยนสีโลโก้เป็น “สีแดงสด” แทนชื่อเจียไต๋ ที่มีโลโก้สีเขียวเดิม

ปรับบริหารจาก"รวมศูนย์"เป็น "กระจายอำนาจ" ปัจจุบันเครือซีพีกำลังอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารของซีพีโลตัสในแต่ละมณฑล จากบริหาร “รวมศูนย์” มาเป็นรูปแบบ “การกระจายอำนาจ” เพื่อต้องการให้อำนาจและสิทธิขาดในการจัดซื้อและบริหารกำไรขาดทุนของผู้บริหารในแต่ละมณ ล

โดยอยู่ระหว่างการพัฒนาและสร้างคนในท้องถิ่นของแต่ละมณฑลให้มีอำนาจในการบริหารและจัดกา เองได้ เนื่องจากคนแต่ละมณฑลจะมีนิสัยและความคิดแตกต่างกัน ทำให้ที่ผ่านมา การส่งคนไปบริหาร หรือทำงานยังมณฑลอื่นๆ ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้ปรับวิธีการบริหารใหม่ดังกล่าวซึ่งได้ผลดี

เมื่อเครือซีพีในจีนสามารถสร้างคนได้เป้าหมายจะทำให้ธุรกิจค้าปลีกในจีนแข็งแกร่งขึ้น ก็จะหันมาขยายสาขาซีพีโลตัสในจีนต่อไป เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกในจีนมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก และจะเติบโตแบบก้าวกระโดด คาดว่า ในปี 2554 จะเน้นเพิ่มสาขาใหม่

“เราคาดว่า ธุรกิจค้าปลีกในจีนจะเติบโตเฉลี่ย 10-15% ต่อปีได้แน่นอน เพราะถ้าคนมีความพร้อม การขยายธุรกิจก็จะไม่มีปัญหา”นายธนากร กล่าว

ปัจจุบัน ซีพี โลตัส มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศจีนรวม 73 แห่ง และศูนย์กระจายสินค้า 4 แห่ง ให้บริการลูกค้ามากกว่า 300 ล้านคนต่อปี และมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 2-3% ของตลาดค้าปลีกรวม
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#21
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
คาดผลงานยังโตต่อเนื่อง (หุ้นเด่น)

ข่าว หุ้น-การเงิน หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 2 มิถุนายน 2553

สถาบันวิจัย นครหลวงไทย(SCRI)วิเคราะห์หุ้นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารหรือ CPF ธุรกิจส่งออกอาหารของ CPF เริ่มเข้าสู่ High Season ในไตรมาสที่ 2 SCRI ประเมินผลการดำเนินงานของ CPF จะมีแนวโน้มเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน( qoq )และช่วงเดียวกันของ

ปีก่อน( yoy )ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพโดยการสต๊อก วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ต้นทุนต่ำไว้เพียงพอการผลิตจนถึงไตรมาส3ปี2553

ขณะที่ราคาเนื้อสัตว์ในประเทศยังทรงตัวในระดับที่สูงทั้งสุกรและไก่ เนื่องจากปัญหาอุปทานอุปทานเนื้อสัตว์ที่ตึงตัวในประเทศ ทำให้แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของ CPF ในงวด ไตรมาส2และ3 จะยังทรงตัวในระดับที่สูงใกล้เคียงกับงวด ไตรมาส1คือคาดจะอยู่ในระดับ19 - 20%

นอกจากธุรกิจฟาร์มที่ผลการดำเนินงานโดดเด่นในส่วนธุรกิจอื่นๆทั้งการส่ง ออกอาหาร ธุรกิจในต่างประเทศ และธุรกิจผลิตอาหารสัตว์ ก็ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องรวมถึงธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่ CPF ถือหุ้น 27% มีผลการดำเนินงานที่เติบโตเช่นกัน

SCRI ประเมินธุรกิจอาหารจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความรุนแรงจากการชุมนุมทางการ เมืองในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็น นอกจากนี้วิกฤตหนี้สินในยุโรปจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของ CPF ในระดับต่ำ แม้ว่าCPF จะส่งออกไปยังยุโรปในสัดส่วนที่มาก แต่สินค้าอาหารเป็นสิ่งจำเป็น ทำให้คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน CPF มีรายได้จากธุรกิจฟาร์มราว 45% ของรายได้รวม ซึ่งฟาร์มถือเป็นธุรกิจที่มีวัฏจักรธุรกิจและในปี 2552 - 2553 ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ CPF มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นคือธุรกิจฟาร์มเป็นช่วงขาขึ้น หมายความว่า CPF ต้องแบกรับความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจฟาร์ม

อยู่ถึง 45% ของรายได้รวม และแม้ว่า CPF จะปรับกลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยงโดยลดสัดส่วนรายได้จากธุรกิจฟาร์มลงเป็น 1 ใน 3 ของรายได้รวม แต่เท่ากับว่า CPF ยังคงต้องแบกรับความเสี่ยงจากธุรกิจฟาร์มอยู่ถึง 1 ใน 3 ของรายได้
SCRI แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 2553 เท่ากับ 20.00 บาท
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#22
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
บล.เคจีไอ : CPF แนะนำ ‘ซื้อ’ ราคาเป้าหมายที่ 21.50 บาท

คาดอุณหภูมิในปี 2553 จะสูงสุดในรอบสิบปี
กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าอุณหภูมิของประเทศไทยในปี 2553 จะพุ่งสู่ระดับสูงสุด
ในรอบ 10 ปีจากผลของปรากฎการณ์เอลนิโน่ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/52 และคาดว่าจะสิ้นสุด
ในกลางปีนี้ นอกจากนี้กรมฯ ยังคาดว่าปริมาณฝนที่ตกในปี 2553 จะน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ทำให้เกิด
สภาวะอากาศร้อนอบอ้าวและแห้งแล้งในปี 2553 แม้ว่าประเทศจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้
เป็นที่คาดว่าฝนจะตกแค่ในช่วงครึ่งแรกของเดือน มิ.ย. และจะทิ้งช่วงไปตกอีกทีในช่วงครึ่งหลัง
ของเดือน ก.ค. ทั้งนี้กรมอุตุฯ ได้คาดว่า 60 ใน 76 จังหวัดจะประสบปัญหาภัยแล้งในปีนี้ สภาวะ
อากาศร้อยไม่เป็นผลดีต่อการทำปศุสัตว์ เนื่องจากจะทำให้สัตว์ต่าง ๆ เติบโตได้ช้าลง และหมาย
ถึงสภาวะอุปทานที่จำกัดต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3/53

ราคาเนื้อไก่ในเดือน พ.ค. ปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์
CPF ประกาศราคาเนื้อสัตว์ที่ดีในเดือน พ.ค. จากสภาวะอุปทานที่มีจำกัดตามสภาวะ
อากาศร้อนและโรคระบาดในสัตว์ โดยราคาเนื้อไก่ปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 47 บาทต่อ กก.
ซึ่งหมายถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ 56.7% นอกจากนี้ราคาเนื้อสุกรยังสูงถึง 61 บาทต่อ กก. ซึ่งหมาย
ถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ 22.0% สภาวะอากาศร้อยยังทำให้ราคาไข่ไก่พุ่งสูงถึง 2.6 บาทต่อฟอง คิด
เป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 18.2% จากสภาวะอากาศที่สูงผิดปกติ ในขณะที่มีปริมาณฝนตกน้อยกว่า
ปกติในประเทศไทย เราคาดว่าราคาเนื้อสัตว์ต่าง ๆ จะยังสูงต่อเนื่องไปในไตรมาส 3/53

อัตรากำไรสูงขึ้นในไตรมาส 2/53 และปี 2553
เราคาดว่า CPF จะรายงานอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีในไตรมาส 2/53 และปี 2553
จากราคาเนื้อที่อยู่ในระดับสูง นักลงทุนบางท่านอาจยังกังวลเกี่ยวกับราคาผลผลิตทางการเกษตรที่
ปรับตัวขึ้นตามความต้องการใช้น้ำมันที่สูงขึ้น แต่เราพบว่าต้นทุนวัตถุดิบโดยรวมกลับลดลง แม้ว่า
ราคาข้าวโพดจะเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค. มาอยู่ที่ 9.3 บาทต่อ กก. หรือเพิ่มขึ้น 29.2% YoY และ
1.1% MoM ราคาส่วนผสมสำหรับทำอาหารสัตว์อื่น ๆ กลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้นทุน
อาหารสัตว์สำหรับสุกรและไก่ลดลง จากสัดส่วนของธุรกิจการเกษตรที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับ
รายรับรวม และสัดส่วนของยอดขายเนื้อไก่และสุกรเมื่อเทียบกับยอดขายด้านการเกษตรทั้งหมด
เราคาดว่าอัตรากำไรจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 2/53

แนวโน้มยังดี และมีโอกาสที่ผลประกอบการจะดีกว่าคาด
จากผลประกอบการที่ดีในไตรมาส 1/53 CPF ปรับเพิ่มประมาณการยอดขายและกำไร
ในปี 2553 ขึ้นเป็น 20.0% จากผลประกอบการของธุรกิจในต่างประเทศที่ดี ราคาเนื้อสัตว์ใน
ประเทศที่อยู่ในระดับสูง และส่วนแบ่งกำไรที่ดีจากบริษัทในเครือ ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ผล
ประกอบการดีกว่าประมาณการของเรา เนื่องจากเราคาดว่ายอดขายจะเติบโตเพียง 11.4% นอก
จากนี้บริษัทฯ ยังคาดว่ายอดขายจะสูงกว่าที่คาด หากญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปกลับมานำเข้าไก่แช่
แข็งจากประเทศไทย หลังระงับการนำเข้าจากปัญหาโรคไข้หวัดนกในปี 2547 ปัจจัยดังกล่าวจะ
เป็นผลดีต่อยอดการส่งออกและราคาเนื้อไก่ในประเทศ
เราคงแนะนำ ‘ซื้อ’ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 21.50 บาท จากการคำนวนด้วยวิธี
sum-of-the-part โดยมีค่า PE Multiplier สำหรับกำไรจากการดำเนินงานที่ 12.0x



เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#23
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
CPF ยังมีเสน่ห์แนวต้าน 18.20 บาท ราคาเนื้อไก่พุ่งฉิว-ต้นทุนต่ำติดดิน
โบรกแนะยังเล่น CPF ได้ต่อโดยให้กรอบการลงทุนแนวรับที่ 16.60 บาท แนวต้าน 18.20 บาท
ส่วนพื้นฐานยังสดใสไม่จืดจางท่ามกลางปัญหาต่างชาติขายหุ้นไทยสูงสุดในรอบ 5 ปี การเมืองในประเทศ
หนี้สินยุโรป โดยราคาเนื้อไก่ในเดือนพฤษภาคมปรับขึ้นเป็น 47 บาทต่อกิโลกรัม ราคาเนื้อสุกรทรงตัวที่ 62
บาทต่อกิโลกรัม มาร์จิ้นยังอยู่ในระดับสูงเพราะสต๊อกวัตถุดิบไว้ถึงตุลาคม 2553 และราคาต่ำกว่าตลาด 8%
ธุรกิจต่างประเทศฟื้นพร้อมเข้าสู่ไฮซีซั่น ราคาพื้นฐาน 23.70 บาท
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#24
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
กุ้งไทยได้ดีราคาพุ่งขึ้น 20%
วันศุกร์ที่ 04 มิถุนายน 2010

กุ้งไทยรับอานิสงส์ ราคาพุ่ง 20% หลังวิกฤตน้ำมันรั่วสหรัฐ ทำให้ปริมาณการจับกุ้งลดลงมากกว่า 30% “สมศักดิ์” มั่นใจปีนี้เป็นปีทองของการส่งออกกุ้งไทย หลังสหรัฐประกาศผลการพิจารณาการเก็บภาษีเอดีของบริษัทในไทยลดต่ำลง ขณะที่อินโดนีเซียและบราซิล ประสบปัญหาโรคไวรัสกล้ามเนื้อขุ่น ส่งผลให้ผลผลิตลดลง 40-70%


นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤตน้ำมันรั่วที่เกิดขึ้นในอ่าวเม็กซิโกตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการจับสัตว์น้ำ โดยปริมาณการจับกุ้งจากทะเลลดลงมากกว่า 30% ทำให้ผลผลิตกุ้งของสหรัฐอเมริกาเกิดความเสียหายอย่างหนัก ประกอบกับผู้บริโภคในประเทศขาดความเชื่อมั่นในการปนเปื้อน ขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้แนวโน้มราคากุ้งขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เพราะปริมาณกุ้งจับขาดแคลนทั่วโลก ผู้ซื้อพยายามมองหาแหล่งซื้อกุ้งอื่นเพิ่มเติมเพื่อทดแทนปริมาณที่ขาดหายไปจากอ่าวเม็กซ โก โดยไทยได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มการสั่งซื้อปริมาณเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ราคากุ้งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มสูงขึ้น 20% ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากนี้ ไตรมาส 1/53 ไทยมีปริมาณส่งออกกุ้งแช่แข็งไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่า 8,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 19%
โดยจากปริมาณผลผลิตกุ้งทั่วโลกในปี 52 ไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกกุ้งอันดับหนึ่งของโลก ด้วยปริมาณการส่งออก 390,000 ตัน คิดเป็น 21% ของการส่งออกของโลก ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศส่งออกกุ้งอันดับหนึ่งของไทย ด้วยปริมาณการส่งออกในปีที่ผ่านมาจำนวน 190,000 ตัน (48%) คิดเป็นมูลค่า 45,000 ล้านบาท
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ปี 53 จะเป็นปีทองของกุ้งไทย เพราะนอกจากการรับผลดีจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วแล้ว สหรัฐอเมริกายังได้ประกาศผลการพิจารณาการเก็บภาษีเอดีของบริษัทในไทยลดต่ำลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการส่งออกสินค้ากุ้งแช่แข็งของไทยไปตลาดสหรัฐ ในขณะที่ประเทศผู้ผลิตกุ้งของโลกอย่างอินโดนีเซียและบราซิล ต่างประสบปัญหาโรคไวรัสกล้ามเนื้อขุ่น (IMN) ระบาดอย่างหนัก ส่งผลให้ผลผลิตลดลง 40-70%
นอกจากนี้ จีนประสบกับภาวะทางธรรมชาติ ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของไทย ที่ต้องเร่งเปิดตลาดใหม่ ในช่วงที่ประเทศคู่แข่งขาดแคลนกุ้งอย่างหนัก สำหรับในไทย จากภาวะความต้องการที่มากขึ้นนั้น ส่งผลให้ราคาขยับตัวสูงขึ้น โดยกุ้งขนาด 100 ตัวต่อกิโลกรัม ขยับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 90 บาท จากราคา 77 บาท และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#25
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
ซีพี เฟรชมาร์ทตั้งเป้าสิ้นปี 5 พัน ล.
นายจักร์ชัย นุชประยูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีกซีพี เฟรชมาร์ท เปิดเผยว่า หลังจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านให้มีความทันสมัย เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ในปีนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีก 500 สาขา จากปัจจุบันที่มีสาขารวมทั่วประเทศกว่า 550 สาขา รวมถึงการวางแผนขยายตู้เย็นชุมชนอีกจำนวน 5,000 จุด ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 1,500 จุด โดยเน้นการลงทุนตามแหล่งชุมชน หมู่บ้าน และย่านธุรกิจทั่วประเทศ ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มรายการผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งของแบรนด์ซีพี และแบรนด์ซีพี เฟรชมาร์ท รวมอีกกว่า 100 รายการ เพื่อให้เกิดความหลากหลายในการบริโภค
ครอบคลุมอาหารสด อาหารปรุงสุก อาหารพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่ม รวมทั้งบริษัทจะออกผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานจำนวน 6 เมนู ภายใต้แบรนด์ซีพี เฟรชมาร์ท สำหรับบัตรสมาชิกซีพี เฟรชมาร์ท บัตรสมาร์ทการ์ดที่มอบสิทธิพิเศษและความสะดวกสบายให้กับสมาชิกในการซื้อสินค้า ซึ่งสามารถใช้เป็นส่วนลดและสะสมแต้ม ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกแล้วกว่า 170,000 ราย ในอนาคตจะพัฒนานวัตกรรมการชำระเงินไปเป็นการใช้เครื่องชำระเงินแบบพกพา เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการชำระเงินให้กับสมาชิกที่บ้าน ในส่วนของผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทเติบโตราว 15-20% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะปิดรายได้รวม 5,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโตราว 15% จากที่ปี 2552
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#26
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
CFRESH-CPF-TUF เฮลั่นอุตสาหกรรมกุ้งไทยขาขึ้น เชี่อดันยอดขายธุรกิจส่งออกกุ้งไตรมาส 2/53 กระฉูด ราคาปรับขึ้น 20% หลังได้อานิสงส์น้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกส่งผลให้การจับกุ้งจากทะเลทั่วโลกลดลง 30% รวมถึงโรคระบาดในอินโดนีเซียและบราซิล คาดราคากุ้งพุ่งต่อเนื่อง มองครึ่งหลังยืนเหนือ 150 บาทต่อกก. ด้านผู้บริหาร CFRESH คงเป้ายอดขายปีนี้โต 10-20%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีน้ำมันรั่วไหลที่เกิดขึ้นในอ่าวเม็กซิโก ได้ส่งผลให้การจับกุ้งจากทะเลทั่วโลกลดลง 30% น่าจะส่งผลเชิงบวกต่อผู้ส่งออกกุ้งไทย อย่างบริษัท ซีเฟรชอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ CFRESH ผู้ผลิตและจำหน่ายกุ้งส่งออกรายใหญ่ของประเทศ โดยมีกำลังการผลิตรวมราว 20,000 ตันต่อปี มีตลาดส่งออกหลักแบ่งตามสัดส่วนรายได้ ดังนี้ ญี่ปุ่น 40%สหภาพยุโรป (EU) 40% และสหรัฐ 20% รวมถึงบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และบริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TUF ที่ปีนี้จะได้รับผลดีจากทิศทางราคากุ้งที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น
ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า กรณีน้ำมันรั่วไหลที่เกิดขึ้นในอ่าวเม็กซิโกได้ส่งผลให้การจับกุ้งจากทะเลทั่วโลกลดลง 30% และเนื่องจากผลผลิตกุ้งในสหรัฐที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ไทยสามารถส่งออกกุ้งไปยังทวีปอเมริกาเหนือได้มากขึ้น และส่งผลให้ราคาส่งออกกุ้งเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นถึง 20% ตั้งแต่สิ้นเดือนมี.ค.เป็นต้นมา นอกจากนี้การระบาดของโรคไวรัสกล้ามเนื้อขุ่นในกุ้งในอินโดนีเซียและบราซิล ยังส่งผลกระทบต่อผลผลิตกุ้งในสองประเทศลดลง 40% และ 70% ตามลำดับ ซึ่งผลกระทบที่ตามมาได้แก่ ราคากุ้งในประเทศ ขนาด 40 ตัวต่อกิโลกรัม (กก.) ปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว 7% จาก 135 บาทต่อกก. ณ ต้นเดือนม.ค.มาอยู่ที่ 145 บาทต่อกก. ณ ต้นเดือนมิ.ย. มูลค่าการส่งออกกุ้งไทยในไตรมาส 1/53 (ก่อนเกิดวิกฤตน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก) อยู่ที่ 8,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน
บริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ระบุว่า CFRESH มีแนวโน้มยอดขายในไตรมาส 2/53 จะเติบโตดีอีกครั้งทั้งจากไตรมาส 1/53 และไตรมาส 2/52 เนื่องจาก 1.ผลกระทบต่อเนื่องจากการที่ประเทศผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่บางประเทศ (เช่น อินโดนีเซียและจีน) ต้องประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำหลังเกิดโรคระบาดหรือสภาวะอากาศไม่เอื้ออำนวย ในขณะที่ด้านสภาพเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว ก็ทำให้ความต้องการจากผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบกุ้งในตลาดโลก (Short supply)
อีกทั้งผลบวกจากการที่สต๊อกวัตถุดิบกุ้งต้นทุนต่ำของผู้นำเข้าส่วนใหญ่ที่ทยอยหมดลงแล้ว จึงเร่งราคากุ้งในปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นต่อ โดยผู้บริหารมองเป็นปัจจัยบวกต่อบริษัท เนื่องจากบริษัททำสัญญาซื้อกุ้งกับผู้เลี้ยงไว้แล้วเกือบครึ่งของยอดขายที่บริษัทมีอยู่ นมือแล้ว ประกอบกับ 2. ผลพวงจากการที่ลูกค้าบางส่วนของบริษัทชะลอคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 1/53 มายังไตรมาส 2/53 ดังนั้น จึงทำให้ผู้บริหารประเมินแนวโน้มยอดขายในไตรมาส 2/53 จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งทั้งจากไตรมาส 1/53 ที่ 423 ล้านบาท และไตรมาส 2/52 ที่มีรายได้ 595 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผู้บริหารยังคงเป้ายอดขายปี 53 โต 10-20% เนื่องจากทิศทางคำสั่งซื้อสินค้ากุ้งที่ขยายตัวโดดเด่นในไตรมาส 2/53 ประกอบกับผู้บริหารมองทิศทางอุตสาหกรรมกุ้งไทยโดยรวมที่ยังคงเป็นขาขึ้น นอกจากนั้น ยังมีผลกระทบแง่บวกจากการเกิดแท่นขุดเจาะน้ำมันรั่วในน่านน้ำประเทศสหรัฐช่วงต้นเดือนพ.ค .53 ที่ผ่านมาจนทำให้ทางการสหรัฐต้องสั่งหยุดจับสัตว์น้ำชั่วคราวในพื้นที่ดังกล่าว ดันราคาสัตว์น้ำช่วงสั้นปรับตัวขึ้นอีก จึงยังคงประมาณการปี 53 ที่รายได้ 2,465 ล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อน และกำไรสุทธิ 207 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อน
บริษัทหลักทรัพย์ซิกโก้ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า CFRESH มีแนวโน้มราคากุ้งในไตรมาส 2/53 กลับสูงขึ้น แม้อุณหภูมิที่อบอุ่นจะดีต่อการเติบโตของกุ้ง แต่เนื่องจากการเกิดโรคระบาดกุ้งในอินโดนีเซีย และบราซิล ส่งผลให้แนวโน้มกุ้งส่งออกลดลง
อย่างมาก โดยความกังวลที่ทั่วโลกจะขาดแคลนกุ้ง ทำให้มีการปรับขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เป็นผลให้คาดจะมีคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากผู้ประกอบการที่เลื่อนคำสั่งซื้อมาจากไตรมาส 1/53 และคำสั่งซื้อจากญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น จากอานิสงส์ที่ในตลาดโลกจะเกิดภาวะการขาดแคลนกุ้ง รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากญี่ปุ่นและสหรัฐ ทำให้คาดรายได้ในไตรมาส 2/53 กลับมาเติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ตามภาวะการขาดแคลนกุ้ง จะเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคา และความต้องการในตลาดญี่ปุ่นและสหรัฐ ปรับสูงขึ้นอีก จึงแนะนำ “ถือ” ราคาเหมาะสมปี 53 ที่ 5 บาท
ขอบคุณแหล่งที่มา : kaohoon.com
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#27
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
สอบเก็บเมื่ออ่อนตัว CPF-IVLเต็ง1

สถาบันวิจัยนครหลวงไทย หรือ SCRI ประเมินหุ้น CPF-IVL น่าลงทุน ทั้งนี้ประเมินแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงมีแรงกดดันจากประเด็นความกังวลหนี้ในยุโร และการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงหลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ ม่ดีนัก โดยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนขยับเพิ่มแบบชะลอตัว ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาลดพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหุ้นและโภคภัณฑ์ โดย Net Long Position สินค้าโภคภัณฑ์สัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 3.3% WoW และ Net Long Position น้ำมันลดลง 38% WoW โภคภัณฑ์ที่คาดกลับมีแนวโน้ม Outper form ได้แก่ ทองคำ และโภคภัณฑ์ที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มอาหารซึ่งมีแนวโน้มได้รับปัจจัยหนุนจากช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกสินค้ากุ้งซึ่งอุปทานถู กระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก และล่าสุดมีข่าวโรคระบาดในบราซิลและอินโดนีเซีย รวมถึงระวางเรือคอนเทนเนอร์ซึ่งช่วง Q3 เป็น High Season ของการขนส่งและมีการจัด Event ต่างๆ สนับสนุน
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#28
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
เหตุภาวะร้อนแล้ง...
ทำไข่ไก่ส่อปริมาณการผลิตวูบ


นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ เปิดเผยว่า
ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ จากสภาพอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยมีอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติถึง 43-44 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (2552) ขณะที่อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเลี้ยงไก่ไข่อยู่ที่ 28-30 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่งผลให้แม่ไก่เกิดอาการเครียด กินอาหารได้น้อย และออกไข่ได้ปริมาณน้อยลง

จากสภาวะอากาศร้อนแล้งทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำ และน้ำที่พอจะมี คุณภาพไม่เหมาะสมเพียงพอที่จะใช้ในการเลี้ยงไก่ จึงต้องมีการซื้อน้ำจากที่ไม่เคยซื้อมาก่อน ส่งผลให้เกษตรกรมีภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยขณะนี้อยู่ที่ 2.50 บาทต่อฟอง

นายมงคล กล่าวด้วยว่า สภาวะอากาศร้อนแล้งดังกล่าว ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อตัวแม่ไก่ คือเกิดอาการเครียด ไม่กินอาหาร และเปอร์เซ็นการออกไข่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดในขณะนี้ เมื่อเทียบกับช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จึงมีปริมาณลดลงกว่าปกติ จากปริมาณ 28-30 ล้านฟองต่อวัน มาอยู่ที่ 25-26 ล้านฟองต่อวัน ทั้งนี้ ขนาดของไข่ไก่ที่ได้ ยังมีขนาดเล็กลงกว่าที่ควรจะเป็นอีกด้วย โดยขนาดไข่ไก่ที่ออกมา จะอยู่ที่ เบอร์ 2 – เบอร์ 4 จากภาวะอุณหภูมิปกติ ที่แม่ไก่สามารถออกไข่ได้ขนาดใหญ่ ที่เบอร์ 0 – เบอร์ 1 เป็นหลัก

จากปัจจัยข้างต้น หากสถานการณ์ร้อนจัดและแล้งหนักดังกล่าวยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับปริมาณแม่ไก่ยืนกรงทั่วประเทศที่ลดลง 20% ขณะที่ความต้องการบริโภคของตลาดมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม คาดว่ามีความเป็นไปได้อย่างสูง ที่ปริมาณไข่ไก่ออกสู่ตลาดจะลดลงอีก
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#29
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
บล.ธนชาต: CPF แนะนำซื้อ โดยมีราคาเป้าหมาย 22 บาท

สถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง
กำไรงวด 2Q10E ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาด ทุกธุรกิจมีผลงานดี โดยธุรกิจเนื้อสัตว์ในประเทศ และส่งออกมีผลงานโดดเด่น มีโอกาสที่ตลาดจะปรับประมาณการกำไรของ CPF ขึ้นไปอีก ซื้อขายที่ระดับ P/E ที่ต่ำที่ 9.7 เท่า คงคำแนะนำ “ซื้อ”
กำไรทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง
ช่วง 2Q10 น่าจะเป็นไตรมาสที่ CPF มีกำไรสูงที่สุดตั้งแต่จดทะเบียนและซื้อขายใน ตลาดฯ เมื่อสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยเราคาดว่าจะมีกำไรราว 4.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 31%y-y และ 30%q-q โดยทุกธุรกิจมีการดำเนินงานที่ดี ขณะที่ธุรกิจเนื้อสัตว์ในประเทศ และการส่งออก กุ้งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ โดยน่าจะผลักดันให้กำไรงวด 1H10 เพิ่มขึ้น 87%y-y มาอยู่ที่ 7.4 พันลบ. และคิดเป็น 55% ของประมาณการทั้งปีของเรา หากสมมติให้ Payout ratio อยู่ที่ 50% เราคาดว่า CPF จะจ่ายปันผลจ่ายงวด 1H10E จำนวน 0.50 บาท/หุ้น ในเดือน ก.ย. คิดเป็น Dividend yield ที่ 3% สำหรับการถือหุ้นเพียง 4 เดือนเท่านั้น

สภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรง ผลักดันราคาเนื้อสัตว์
สภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรงทั่วประเทศ นำไปสู่สภาวะการขาดแคลนน้ำ และอากาศที่ร้อนทำให้ผลผลิตลดลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบทางลบต่อการผลิตของผู้ผลิตรายเล็ก ซึ่งการขาดแคลนอุปทานไก่และหมูในประเทศทำให้ราคาไก่ และหมู ปรับตัวขึ้นอย่างมากราว 19% และ 4% มาอยู่ที่ 44 บาท/กก. และ 63 บาท/กก. ตามลำดับ แต่
เนื่องจาก CPF มีระบบฟาร์มแบบปิด จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะแห้งแล้งดังกล่าวและยังได้ประโยชน์จากราคาเนื้อสัตว์ที่เพิ มขึ้น เราคาดว่าอัตรากำไรของธุรกิจเนื้อสัตว์ จะขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ 21% ซึ่งคิดเป็น 54% ของกำไรของ CPF ใน 2Q10E

ยอดส่งออกกุ้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
การส่งออกกุ้งซึ่งแข็งแกร่งอย่างมากตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา มีแนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นไปอีก นอกจากจะได้ประโยชน์จากปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักยังไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ราคาส่งออกยังเพิ่มขึ้นไปอีกราว 20%y-y อีกด้วย ซึ่ง CPF หนึ่งในผู้ผลิตกุ้ง และอาหารสัตว์รายใหญ่ที่สุด เป็นผู้ได้รับประโยชน์ทั้งทางตรง และทางอ้อม ยอดส่งออกกุ้งคิดเป็น 6% ของยอดขายรวมขณะที่ยอดขายอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งมีอัตรากำไรสูงมีสัดส่วน 11% ของยอดขายรวม

มีปัจจัยผลักดันราคาหุ้นที่ชัดเจน
เนื่องจากประมาณการกำไรทั้งปีของเราสูงกว่าตลาดคคาด 10% เราจึงคาดว่าตลาดน่าจะปรับประมาณการกำไรขึ้น และการปรับประมาณการของตลาดจะกลายเป็นปัจจัยผลักดันราคาหุ้นในระยะอันใกล้นี้ นอกเหนือไปจากการมีกำไรที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัทฯ ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นมาแล้ว 57% แต่ CPF ยังคงถูก โดยซื้อขายที่ P/E ที่ 9.7 เท่าในปี 2010E และเนื่องจากมี upside 23% และให้ dividend yield 5% เราจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมาย 22 บาท/หุ้น


เรียบเรียงโดยอรนุช ภัทรกุล
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#30
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
CPF คว้า 2 รางวัลบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC) ประจำปี 2552

นายนภดล ศิริจงดี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่าซีพีเอฟ โดย บริษัทกรุงเทพโปรดิวส จำกัด (มหาชน) และ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ของซีพีเอฟที่ปักธงชัย เป็น 2 องค์กร จากกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรที่ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class – TQC) ประจำปี 2552 จากสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ซึ่งช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นองค์กรชั้นนำของไทยที่มีระบบการบริหารจัดการองค์กรอย่า บูรณาการ ที่มีคุณภาพทัดเทียมระดับมาตรฐานโลก
 
Report to moderator   Logged Logged  
 
Last Edit: 2010/06/16 19:30 By Parday.
  The administrator has disabled public write access.
#31
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
ปัจจัยและประเด็นที่มีอิทธิพลต่อตลาด

ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ได้แถลงข่าวจากห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยกล่าวถึงเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโกที่ยืดเยื้อตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนว่า ป็นหายนะภัยต่อสิ่งแวดล้อมครั้งเลวร้ายที่สุดเท่าที่สหรัฐเคยประสบมา ร้ายแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหวหรือเฮอร์ริเคนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และเหมือนโรคระบาดที่เราต้องต่อสู้เป็นเดือนเป็นปี พร้อมกันนี้เขาสัญญาว่ารัฐบาลจะต่อสู้กับปัญหานี้อย่างถึงที่สุด และจะทำให้บริษัทบีพี ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของอังกฤษ รับผิดชอบค่าเสียหาย โดยให้เงินชดเชยแก่คนงานและเจ้าของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอันเกิดจากความสะเพร่าของบริษ ท และเขาจะพบกับนายคาร์ล เฮนริก สแวนเบิร์ก ประธานบริษัทบีพีในวันพุธนี้ขณะนี้มีการคาดกันว่าน้ำมันรั่วไหลวันละ 1.47 ล้านแกลลอน ถึง 2.52 ล้านแกลลอน ทำให้ปริมาณน้ำมันรั่วไหลตลอดสองเดือนนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 116 ล้านแกลลอนแล้วส่วนบริษัทบีพี ออกแถลงการณ์ว่า จะจ่าย 2 หมื่นล้านดอล์สหรัฐฯ สำหรับรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ำมั่นรั่วไหล และจะเร่งกำจัดคราบน้ำมันและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และในวันนี้ ผู้บริหารบีพีในสหรัฐจะต้องเข้าชี้แจงต่อสภาคองเกรส เรื่องน้ำมันรั่วไหลเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานที่บ่งชี้ว่า บีพีได้ละเลยมาตรฐานด้านความปลอดภัยจนนำไปสู่การรั่วไหลของน้ำมันหลังแท่นขุดเจาะระเบิด มในทะเล
ซึ่งจากปัญหาน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโก ยังคงส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มบริษัทผู้ผลิตกุ้งเพื่อการส่งออก และกลุ่มสำรวจและผลิตน้ำมันของไทยอย่างต่อเนื่อง
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#32
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
ประเทศไทยส่งออกสินค้ากุ้งและผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศกว่า 1 แสนตัน มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลักดันผลิตสินค้า “กุ้งมาตรฐาน” โดยเฉพาะกุ้ง ทะเล แนะเร่งยกระดับการผลิตคุณภาพเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข รองผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกสินค้ากุ้งอยู่ในอันดับ 1 ของโลก ซึ่งในปี 2552 มีการส่งออกกุ้งสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งกุ้งขาวแวนาไม กุ้งกุลาดำ กุ้งก้ามกราม และกุ้งอื่นๆ โดยส่งออกในรูปกุ้งสดแช่เย็น/ แช่แข็ง กุ้งบรรจุกระป๋อง กุ้งต้มสุกแช่แข็ง และกุ้งแห้ง สูงถึง 391,144.97 ตัน คิดเป็น มูลค่ากว่า 91,843.63 ล้านบาท แต่ปัจจุบันประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอินเดีย ได้พัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกุ้งและ
เจาะตลาดการบริโภคกุ้งเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าสินค้ากุ้งทั่วโลก อาทิ สหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น แคนาดา เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดมาตรการด้านสุขอนามัยทุกขั้นตอนการ ผลิต โดยเฉพาะในฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล ทั้งยังได้นำมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็น เงื่อนไขการนำเข้าด้วย ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาเพื่อยกระดับระบบการผลิตกุ้งให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตลอด ายการผลิต ตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงผู้ บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศผู้นำเข้าเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางการค้าแล้ว ยังสามารถช่วยรักษาตลาดส่งออกสินค้ากุ้งไทยในต่างประเทศไม่ให้ถูกชิงส่วนแบ่งตลาด และเป็นช่องทางที่ช่วยขยายตลาดส่งออกใหม่ได้ในอนาคต
นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นผู้เลี้ยงกุ้งทะเลควรเร่งปรับปรุงและพัฒนาระบบการผลิตตามมาตรฐานการปฏิบัติทาง ารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะเล ซึ่ง มกอช.และกรมประมงร่วมกันจัดทำขึ้น โดยมาตรฐานดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีและเหมาะสมสำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทะ ลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระดับฟาร์มที่มีระบบการเลี้ยงที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) การเก็บเกี่ยว การดูแลหลังการเก็บเกี่ยว การขนส่ง ตลอดจนความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับผู้เลี้ยงกุ้งทะเล
สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
สำหรับสถานการณ์ส่งออกสินค้ากุ้งไทยตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2553 ประเทศไทยมีปริมาณการส่งออกสินค้ากุ้งและผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศกว่า 1 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งปีนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่า การส่งออกสินค้ากุ้งไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และมีอนาคตค่อนข้างสดใส เนื่องจากความต้องการของตลาดต่างประเทศมีเพิ่มสูงขึ้น และประเทศคู่แข่งประสบปัญหาโรคระบาดในกุ้ง
ที่มา สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 18/06/10 เวลา 9:47:04
 
Report to moderator   Logged Logged  
 
Last Edit: 2010/06/18 14:16 By Parday.
  The administrator has disabled public write access.
#33
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 2 Months ago Karma: 0  
ซีพีเอฟคว้าเหรียญทองไส้กรอกคุณภาพยอดเยี่ยม

ดร. ฮันส์ ไฮน์ริช ชูมัคเคอร์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย (His Excellency Dr. Hanns Heinrich Schumacher, The Ambassador of the Federal Republic of Germany) มอบเหรียญทองรางวัลผลิตภัณฑ์ไส้กรอกคุณภาพยอดเยี่ยมรวม 4 เหรียญทอง แก่ นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ (Mr.Sukhawat Dansermsuk – Executive Vice President of Charoen Pokphand Foods (CPF) จากผลการแข่งขันผลิตภัณฑ์ไส้กรอกนานาชาติ (International Quality Competitions) ประจำปี 2553 ของสถาบัน The German Butchers’ Association ที่นครแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าว จัดขึ้นภายในงาน PROPAK ASIA ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติกรุงเทพ (ไบเทค) เมื่อเร็วๆนี้.

แหล่งที่มา : ไทยพีอาร์ ดอทเน็ต
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#34
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 1 Month ago Karma: 0  
ภัยแล้งดัน kaset-cpf เด้งรับอานิสงส์

หุ้นกลุ่มเกษตร-อาหาร ฉายแววแจ่ม รับ อานิสงส์ภัยแล้งดันราคา โบรกฯรุม เชียร์ CPF โดดเด่นสุด คาด Q2/53 กำไรทุบสถิติสูงสุด 4.2 พันลบ ทั้งปีคาดกำไรแตะ 1.19 หมื่นล้านบาท แนะซื้อให้ ราคาเป้าหมาย 22 บาท ส่วน KASET ย้ำเป้ารายได้ทั้งปีนี้โต 15 - 25% จากปีก่อนที่ 1.82 พันลบ. ระบุอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ภัยแล้ง ชี้ อาจดันราคาข้าวขยับ ฟากบล.พัฒนสิน ชี้ หุ้นกลุ่มเกษตร-อาหาร มีระดับ P/BV ที่ใกล้เคียงกับบริเวณ 1 เท่า จะเป็นกลุ่มที่ Outperform ตลาดหุ้นไทย

ภัยแล้งมีท่าทีทวีความรุนแรง หลังปริมาณน้ำต้นทุนลดลงต่อเนื่อง ทั้งนี้ แม้จะมีฝนตก แต่ปริมาณน้ำก็ไม่ได้ไหลลงสู่เขื่อนกักเก็บน้ำ สถานการณ์ดังกล่าวจึงได้ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และจากปัญหาภัยพิบัติโลกดังกล่าว จะส่งผลให้ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารของโลกสูงขึ้นตามไปด้วย

*กูรู ชี้แนวโน้ม หุ้นเกษตร-อาหาร กำไรแจ่ม เชียร์ CPF คาดทั้งปี กำไรแตะ 1.19 หมื่นล้านบาท

นักวิเคราะห์บล.คันทรี่ กรุ๊ป คาดการณ์ว่ากลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหารในไตรมาส 2 มีแนวโน้มผลประกอบการดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1 โดยเฉพาะ CPF ที่มีความโดดเด่นในทุกธุรกิจ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ทั้งธุรกิจส่งออกสินค้ากุ้งกับไก่ อีกทั้งยอดขายภายในประเทศยังคงเติบโตต่อเนื่องตามการบริโภคที่ฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้สภาพอากาศที่ร้อนส่งผลให้ผลผลิตที่ทางการเกษตรลดลง ส่งผลดีต่อราคาสินค้าให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามราคาหุ้น CPF ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูงมาก จึงแนะนำเพียงเก็งกำไร โดยคาดการณ์ปีนี้ CPF จะมีกำไรแตะ 1.19 หมื่นล้านบาท ประเมินราคาเหมาะสม 20.28 บาท
ขณะที่ TVO ก็ถือเป็นอีกหลักทรัพย์ที่สามารถเข้าเก็งกำไรได้ เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทฯ ครึ่งปีหลัง53 จะออกมาดีกว่าครึ่งปีแรก 53 จากการขยายกำลังการผลิตเพิ่ม หลังโรงงานใหม่สามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ อย่างไรก็ตามคาดการณ์กำไรปีนี้อยู่ที่ 1,645 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากสินค้าถั่วเหลืองในตลาดโลกยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก จึงแนะนำเก็งกำไร ประเมินราคาเหมาะสม 20.32 บาท

*กิมเอ็ง แนะซื้อ CPF ประเมินราคาเหมาะสม 20.50 บาท

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)(KEST) กล่าวว่า CPF เป็นหุ้นในกลุ่มเกษตรและอาหารที่น่าสนใจ เพราะคาดการณ์ว่าทั้งปี 2553 รายได้และกำไรมีแนวโน้มที่จะเติบโตจากปีก่อนจากปัจจัยบวกการกระจายธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ผลประกอบการค่อนข้างที่จะมีเสถียรภาพ โดยพบว่าในเกือบทุกธุรกิจ อาทิ การลงทุนในต่างประเทศ ธุรกิจอาหาร ยังมีการเติบโตที่ดี โดยคาดการณ์กำไรในไตรมาส 2/2553 เติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโตจากไตรมาสแรกของปีนี้
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#35
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 1 Month ago Karma: 0  
CPF รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ

22 มิถุนายน 2553

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบ “รางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ” หรือ Thailand Quality Class – TQC ประจำปี 2552 ให้แก่ PTT, CPF, ThaiOil ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#36
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 1 Month ago Karma: 0  
ข่าวหุ้นรายวัน 23 มิถุนายน 2553

***CPFต่างชาติรุมซื้อหุ้นเป้าหมายใหม่23บาท ขานรับกำไรQ2นิวไฮอีกรอบ โร
ดโชว์สหรัฐราบรื่น (หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น)
CPF โรดโชว์สหรัฐ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลต่าง
ชาติซื้อต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 11-21 มิ.ย.เก็บกว่า 16 ล้านหุ้น เชื่อไฮซีซั่นดัน
ตัวเลข Q2/53 โตต่อเนื่อง จากราคาสินค้าสูง ขณะที่ผลผลิตลดลง ประกอบ
กับน้ำมันรั่วไหล ที่อ่าวเม็กซิโกเพิ่มการส่งออกกุ้ง 20% โบรกเชียร์ซื้อลุ้นแนว
ต้าน 22 บาท โดยให้เป้าหมาย 23 บาท
***CPF ส่งซิกรายได้และกำไรไตรมาส 2/2553 สูงกว่าไตรมาส 1/2553 ที่มีรายได้ 44,805.41 ล้านบาทกำไรสุทธิ 3,224.43 ล้านบาท ได้รับผลดีจากทุกธุรกิจโดยเฉพาะกุ้งรวมถึงราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นยังเดินหน้าปั้นกำไรสุทธ ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 20% เปิดแผนบุกตลาดอียูใช้ตุรกีตั้งโรง.อาหารครบวงจร (ทันหุ้น/ประชาชาติธุรกิจ)
ความเห็น การลงทุนตั้งโรงงานอาหารแปรรูปที่ตุรกีครั้งนี้เรามองว่าจะช่วยให้การทำธุรกิจในตุรกีลด วามเสี่ยงด้านราคาเนื้อสัตว์ลงได้ ซึ่งเป็นตามนโยบายของ CPF อยู่แล้วที่จะเพิ่มสัดส่วนธุรกิจอาหารให้มากขึ้นจากที่มีในปัจจุบัน (ปัจจุบันธุรกิจหลักของ CPF สามารถแบ่งได้ 3 ธุรกิจได้แก่ อาหารสัตว์ เนื้อสัตว์ และอาหาร) ซึ่งตามแผนโรงงานแปรรูจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. นี้ ซึ่งตลาดสำคัญที่ CPF ตั้งเป้าจะขยายไปได้แก่ตลาดประเทศตุรกีเอง รวมถึงตลาดทางด้านทวีปยุโรปและกลุ่มประเทศมุสลิมในแถบตะวันออกกลางเนื่องจากมีการขนส่งท ่สะดวกกว่าการส่งไปขายโดยตรงจากประเทศไทย ซึ่งหากเป็นไปตามแผนจะทำให้การลงทุนในตุรกีได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นในอนาคตและจะส่งผ ดีกับผลประกอบการของ CPF ด้วย จากปัจจัยบวกดังกล่าวเราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ใน CPF เช่นเดิม โดยมีประเด็นเรื่องผลประกอบการในงวด 2Q53 ที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิออกมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกอีกประการด้วย (เราประเมินมูลค่าเหมาะสมอยู่ที่ 20.28 บาท)
 
Report to moderator   Logged Logged  
 
Last Edit: 2010/06/23 18:02 By Parday.
  The administrator has disabled public write access.
#37
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 1 Month ago Karma: 0  
เปิดแผน"ซีพีเอฟ"บุกตลาดอียู ใช้ตุรกีตั้งรง.อาหารครบวงจร
http://www.prachachat.net/view_news.php?newsid=02p0105240653&sectionid=0201&day=2010-06-24
ซีพีเอฟใช้ตุรกีเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมอาหาร ลงทุนอีก 1,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานอาหารแปรรูป ปั้นแบรนด์ "CP" ส่งเข้าไปจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรป
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัทได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนที่ประเทศตุรกีเพื่อขยายโรงงานผลิตอาหารแปรรูป อีกประมาณ 1,000 ล้านบาท โรงงานแห่งใหม่จะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ และได้รับการรับรองตรวจสอบให้ผลิตสินค้าอาหารแปรรูปเข้าไปจำหน่ายในสหภาพยุโรป โดย CPF ได้ตกลงที่จะใช้ตุรกีเป็นฐานการส่งออกที่สำคัญในยุโรป เหมือนกับที่ใช้เวียดนามเป็นฐานผลิตและแปรรูปกุ้งส่งออก
การใช้ตุรกีเป็นฐานการผลิตอาหารเพื่อเจาะตลาดยุโรปก็เพราะการขนส่งทำได้ง่าย แค่นำสินค้าใส่ตู้คอนเทนเนอร์และเอารถหัวลากเข้าไปที่ยุโรปจะใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 2 วัน ก็สามารถขนส่งสินค้าถึงมือลูกค้าทุกรายในยุโรป เมื่อเทียบกับการขนส่งจากประเทศไทยไปยุโรปจะมีค่าใช้จ่ายสูงและระยะเวลาที่นานกว่า
ปัจจุบัน CPF เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ที่ตุรกีอย่างครบวงจร ประกอบด้วยโรงงานผลิตอาหารสัตว์-ฟาร์มเลี้ยงไก่ และโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ โดยโรงงานอาหารแปรรูปแห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อไก่แปรรูปภา ใต้แบรนด์ "CP" ในตลาดตุรกี-ยุโรป รวมทั้งเพื่อนบ้านที่เป็นกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น อิรัก ทุกวันนี้ประเทศอิรักประสบปัญหาขาดแคลนอาหารก็ต้องซื้อเนื้อไก่และไข่ไก่จากประเทศตุรกี ป็นหลัก
"ในอนาคตตุรกีจะเป็นฐานการส่งออกที่สำคัญแห่งหนึ่งของ CPF เช่นเดียวกับไทยและเวียดนาม สาเหตุที่เราต้องเข้าไปตั้ง ฐานการผลิตในประเทศต่าง ๆ ส่วนหนึ่ง มาจากนโยบายกีดกันทางการค้า บางประเทศไม่ถูกกีดกัน ฉะนั้นประเทศที่ไม่ถูกกีดกัน CPF ก็ต้องเข้าไปสร้างฐานผลิตใน จุดที่สามารถขยายตลาดส่งออกไปได้" นายอดิเรกกล่าว
ที่ผ่านมาประเทศตุรกีถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากตุรกีเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคเอเชีย-ยุโรป ทำให้ตุรกีเป็นจุดสนใจของนานาประเทศทั้งการค้าและการลงทุน ประกอบกับรัฐบาลตุรกีเองมีนโยบายเปิดกว้างให้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือครองกิจการในประ ทศได้ถึง 100% CPF จึงตัดสินใจเข้าไปลงทุนในตุรกีตั้งแต่ปี 2528 โดยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท C.P. Standart Gida Sanyani ve Ticaret A.S. หรือ CPS มี CPF Investment Limited (CPFI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ CPF ถือหุ้นใน CPS ตุรกี 70% และ CPF ถือหุ้น 30% ช่วงที่ผ่านมา CPF ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนกิจการในตุรกีไปแล้วกว่า 30 ล้านลีร่า ในการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูปจากเนื้อไก่ แต่ในระยะยาวเพื่อลดแรงกดดันการต่อต้านธุรกิจของชาวต่างชาติ CPF มีเป้าหมายที่จะกระจายหุ้นออกไปเป็นบริษัทมหาชนในที่สุด
สำหรับผลดีของการลงทุนในตุรกีของ CPF จะประกอบไปด้วย
1) การลดข้อจำกัดในเรื่องโควตาส่งออกเนื้อไก่ไทยไปจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรป เมื่อตุรกีสามารถเข้าร่วมในสหภาพยุโรปได้ก็ยิ่งทำให้ CPF มีโอกาสขยายตลาดได้มากขึ้นตามไปด้วย
2) การเพิ่มโอกาสขยายตลาดอาหารฮาลาลในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของตุรกี เช่น อิรัก, อิหร่าน, จอร์เจีย
3) การใช้ตุรกีเป็นฐานการผลิตช่วยประหยัดต้นทุนค่าขนส่งไปยังตลาดสหภาพยุโรปกับกลุ่มประเทศ ุสลิมในตะวันออกกลาง และ
4) ตุรกีเป็นตลาดใหญ่ที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะสินค้าไข่และเนื้อไก่ เนื่องจากมีประชากร 70 ล้านคน และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน/ปี
ตั้งแต่ปี 2529 เป็นต้นมา CPF ได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตอาหารสัตว์-ฟาร์มไก่-โรงชำแหละไก่-โรงงานอาหารแปรรูป กระจายอยู่ใน 6 เมืองทั่วประเทศตุรกี ได้แก่ อิสตันบูล, บูร์ซา, อิสเมียร์, อังการา, อะดานา และแอร์ซูรุม มีกำลังการผลิตอาหารสัตว์ประมาณ 730,000 ตัน/ปี ผลิตไข่ไก่ประมาณ 550 ล้านฟอง และ ผลิตเนื้อไก่ประมาณ 1,000 ตันในปีนี้ โรงงานแปรรูปอาหารที่เพิ่งลงทุนใหม่จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน กำลังผลิตเบื้องต้นประมาณ 1,000 ตัน/เดือน และยังมีการก่อสร้างฟาร์มไก่ไข่เพิ่มขึ้นอีก 2 ฟาร์ม
ส่งผลให้กิจการของ CPF ในตุรกีมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2551 สามารถทำรายได้ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยธุรกิจอาหารสัตว์สามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับ 1 ในตุรกีตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา ธุรกิจไข่ไก่ครองตลาดเป็นอันดับ 2 กิจการอุตสาหกรรมไก่เนื้อครบวงจรได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลตุรกีอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ในระบบ contract-farming ด้วยการว่าจ้างเกษตรกรตุรกีผลิตและรับซื้อคืนในราคาประกัน นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ CP ของ CPF ในตุรกียังได้รับรางวัลคุณภาพยอดเยี่ยม (Consumer Quality Reward) จากการประชุมสุดยอดผู้บริโภคนานาชาติครั้งที่ 23 ที่เมืองอิสตันบูลด้วย
ปัจจุบัน CPF ได้เข้าไปลงทุนใน 10 ประเทศ ประกอบด้วยจีน, รัสเซีย, ฟิลิปปินส์, ตุรกี, อินเดีย, มาเลเซีย, อังกฤษ, สปป.ลาว, เวียดนาม และไต้หวัน รวมถึงสำนักงานขายในต่างประเทศอีก 14 สาขา และมีฐานตลาดกระจายกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ในปี 2552 CPF มีกําไรสุทธิ 10,190 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 226% จาก ปี 2551 จากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจภายในประเทศ 66% ธุรกิจส่งออก 15% และการลงทุนในต่างประเทศ 19%
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
#38
Parday (User)
Expert Boarder
Posts: 96
graphgraph
User Offline Click here to see the profile of this user
Re:CPF 9 Years, 1 Month ago Karma: 0  
CPF ลงทุนเพิ่มในฟิลิปปินส์ 1 พันลบ.-ร่วมทุนธุรกิจให้เช่าอสังหาฯ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) – จันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2553
นางสาวพัชรา ชาติบัญชาชัย เลขานุการ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร(CPF)แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.53 อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนของบริษัทย่อย คือ Charoen Pokphand Foods Philippines Corporation (CPFP) ดำเนินธุรกิจเพาะฟักลูกกุ้ง
CPF ถือหุ้นใน CPFP 100% ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มจำนวน 1,450 ล้านเปโซ หรือประมาณ 1,034 ล้านบาท (จำนวน 145 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 เปโซ) ทุนจดทะเบียนหลังการเพิ่มทุน 1,500 ล้านเปโซ หรือประมาณ 1,069 ล้านบาท (จำนวน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 เปโซ) วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนเพื่อใช้เป็นรายจ่ายลงทุนในการขยายไปสู่ธุรกิจผลิตอาหารสัตว น้ำ และฟาร์มเลี้ยงสุกร
นอกจากนี้ อนุมัติให้ CPFP เข้าร่วมลงทุนในบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ A.P.P. Enterprise ซึ่งจัดตั้งในประเทศฟิลิปปินส์ดำเนินธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะจัดตั้งบริษัทภายในไตรมาส 3/53 มีทุนจดทะเบียน 5,000 เปโซ หรือประมาณ 3,570 บาท ประกอบด้วย หุ้นสามัญจำนวน 500 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 เปโซ
สำหรับโครงสร้างการถือหุ้น A.P.P. Enterprise ทาง CPFP ถือหุ้น 39.60% นักธุรกิจสัญชาติฟิลิปปินส์ 3 ราย ถือหุ้น 60% และ นักธุรกิจสัญชาติไทย 2 ราย ถือหุ้น 0.40%
 
Report to moderator   Logged Logged  
  The administrator has disabled public write access.
Go to top Post Reply
Powered by FireBoardget the latest posts directly to your desktop

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday13223
mod_vvisit_counterYesterday27640
mod_vvisit_counterAll days91376044

We have: 452 guests online
Your IP: 35.173.48.224
 , 
Today: Aug 18, 2019

12695680