Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News ดัชนีเช้านี้ยังมึน
ดัชนีเช้านี้ยังมึน PDF Print E-mail
Thursday, 27 May 2010 09:43

นายชัย จิระเสวีนุประพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.พัฒนสิน กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ระหว่างแนวรับ 720 - 716 จุด และแนวต้าน 735 - 738 จุด เนื่องจากในวันนี้เป็นวันซื้อขายสุดท้ายของสัปดาห์ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว 3 วัน ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนยังขาดปัจจัยใหม่ที่เข้ามาสนับสนุนการลงทุน ทั้งนี้ หากพิจารณาจากตลาดหุ้นในต่างประเทศ พบว่ามีการเคลื่อนไหวที่สลับกันทั้งในแดนบวกและแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป เคลื่อนไหวในแดนบวกและตลาดหุ้นภูมิภาคที่เปิดการซื้อขายส่วนใหญ่ก็มีทิศทางอยู่ในแดนลบ ด้านราคาน้ำมันปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดังนั้น ตลาดหุ้นในวันนี้จึงขาดปัจจัยบวกที่จะเข้ามาหนุนบรรยากาศการลงทุน

โดยดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค ปิดที่ระดับ 9974.45 จุด  ลดลง 69.30 จุดหรือ -0.69%  ดัชนี ฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง เวลา 09:00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 19,015.89 จุด ลดลง 180.56 จุด ทั้งนี้เปิดตลาดที่ระดับ 19,015.89 จุด ปิดตลาดครั้งก่อนที่ระดับ 19,196.45 จุด หรือ -0.94 %ส่วนราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนกรกฎาคม ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคา 71.51  ดอลลาร์/บาร์เรล  เพิ่มขึ้น 2.76  ดอลลาร์ หรือ 4.02%

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การประชุมสภาสมัยวิสามัญที่จะมีการลงมติเพื่ออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีในงวดปี 2554 ว่าจะมีความชัดเจนอย่างไร รวมทั้งในช่วงวันหยุดยาว 3 วันว่ารัฐบาลจะมีการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ซึ่งหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ดังกล่าวก็จะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนจิตวิทยาการลงทุนในสัปดาห์หน้าให้ปรับตัวดีขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 720 - 716 จุด ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 735-738 จุด

ด้านนายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในเช้าวันนี้จะผันผวน ในลักษณะปรับตัวลดลง ตามทิศทางของดัชนีดาวโจนส์ ที่หลุดต่ำกว่า 10,000 จุดเป็นครั้งแรกในหลายเดือนที่ผ่านมา หลังกังวลถึงปัญหาเสถียรภาพทางการเงินในประเทศแถบยุโรป ซึ่งส่งผลมายังตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ บรรยากาศการลงุทนมีความกังวลเพิ่มขึ้นจากการลดสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ เนื่องจากยังคงมีความวิตกต่อปัญหาทางการเมืองไทย และภาวะเศรษฐกิจ ที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/53 จะได้ผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองอย่างรุนแรง อาทิ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิทช์ เรทติ้งส์ หรือ ฟิทช์ เตือนว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสดังกล่าวจะอยู่ในช่วงขาลง ขณะเดียวกันที่ นางธาริษาวัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ออกมากล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/53 จะมีผลกระทบที่รุนแรง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว การบริโภค และการลงทุน แม้ว่าประเทศไทยจะยังมีปัจจัยบวกจากการส่งออกในเดือนเมษายน ที่มีมูลค่าการส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น 35.2% ซึ่ง ธปท.จะประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ใหม่อีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ลงทุนหุ้นในกลุ่มที่มีปัจจัยดี อาทิ PTTEP ที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงหุ้นในกลุ่มยานยนต์ จากการที่ยอดส่งออกรถยนต์ในไตรมาส 1/2553 อยู่ที่ 9 แสนคัน ซึ่งสูงกว่าเป้าที่วางไว้ 8 แสนคัน   

นอกจากนี้ หุ้นขนาดเล็กในตลาด mai ที่จะกลับมานิยมมากยิ่งขึ้น เพราะหุ้นขนาดใหญ่อยู่ระหว่างการพักตัว โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารและพลังงาน ที่ขณะนี้ยังไม่ควรเพิ่มการลงทุน ขณะเดียวกันยังสามารถลงทุนหุ้นเกี่ยวกับกีฬา จากกระแสการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ทั้งนี้ ประเมินแนวรับอยู่ที่ 714 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 735 จุด

ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยช่วงเช้าวันนี้จะอยู่ในลักษณะผันผวน โดยจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ เนื่องจากภาพรวมตลาดฯ ยังมีแรงกดดันจากตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปิดลบ 69.30 จุด  แม้ช่วงแรกดัชนีดาวโจนส์จะปรับเพิ่ม จากยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในภาคอุตสาหกรรมในเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งยอดขายบ้านเดี่ยวในช่วงเวลาเดียวกันที่เพิ่มขึ้น หลังจากนั้นนักลงทุนได้เริ่มเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรระยะสั้น เพราะเกิดความกังวลกับปัญหาหนี้สาธารณะประเทศกรีซที่อาจจะลุกลามไปทั่วประเทศอื่นๆในแถบยุโรป

อย่างไรก็ดี ตลาดฯ ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เชื่อว่าหุ้นกลุ่มพลังงานจะมีการฟื้นตัวได้ในบางช่วงระหว่างการซื้อขาย ส่วนด้านปัจจัยการเมืองภายในประเทศนั้นคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะจะส่งผลโดยตรงต่อบรรยากาศการลงทุน

'หุ้นไทยเช้านี้จะผันผวน มีแนวโน้มในทิศทางขาลงอยู่ แต่จะไม่ลงแรงเท่ากับเมื่อวานนี้ เพราะตลาดฯ ยังได้ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสนับสนุน ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานอาจจะฟื้นตัวได้บ้างในช่วงการซื้อขาย' นายเทิดศักดิ์ กล่าว

กลยุทธ์การลงทุน แนะซื้อเมื่อดัชนีฯ ปรับลดลง โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 720 จุด และประเมินแนวต้านไว้ที่ 740-742 จุด





Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1224
mod_vvisit_counterAll days1224

We have: 1222 guests online
Your IP: 216.73.216.91
Mozilla 5.0, 
Today: Jul 05, 2026

8192032