|
มีจังหวะปุ๊บทิ้งทำกำไรปั๊บ!!
|
|
|
|
|
Thursday, 22 July 2010 17:57 |
|
นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ภาพรวมดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในการซื้อขายวันนี้ ดัชนีฯแกว่งตัวในกรอบ 820-840 จุด โดยในการซื้อขายช่วงเช้าดัชนีฯเคลื่อนไหวในเชิงบวก ทั้งนี้ การแกว่งตัวของตลาดหุ้นไทยดีกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย แต่อย่างไรก็ตาม ในการซื้อขายภาคบ่ายดัชนีฯปรับตัวลดลงกว่า 5 จุด เนื่องจากได้รับแรงกดดันหลังรัฐบาลอินโดนีเซียฟ้องจะเรียกร้องค่าชดเชยจากบมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม(PTTEP) กรณีที่บริษัทฯในเครือได้ทำน้ำมันรั่วไหลลงสู่น่านน้ำของออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงขนส่งของอินโดนีเซีย ประเมินถึงมูลค่าความเสียหายคร่าวๆไว้ที่ 1.8 พันล้านบาท ส่งผลให้เป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนของหุ้นกลุ่ม PTT ทำให้มีแรงขายออกมาในช่วงระหว่างการซื้อขายช่วงบ่าย
อนึ่งวันนี้ ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยุดโฮโยโนของอินโดนีเซีย ระบุว่า อินโดนีเซียจะเรียกร้องค่าชดเชยดังกล่าวจาก PTTEP กรณีที่บริษัทย่อยได้ทำน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเลติมอร์เป็นเวลากว่า 2 เดือน หลังจากที่มีการรั่วซึมในเดือนส.ค.52 และเกิดเหตุเพลิงไหม้แท่นขุดเจาะน้ำมันเวสต์ แอตลาส ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งออสเตรเลียตะวันตก
ขณะที่ นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTEP ระบุว่า บริษัทฯยังไม่ทราบเกี่ยวกับ ประเด็นการเรียกร้องค่าชดเชยดังกล่าว และไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายวันนี้อยู่ที่ 42,805.63 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 9 เดือน โดยเมื่อวันที่ 14 ต.ค.2552 มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 47,570.50 ล้านบาท
นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นต่างประเทศ ได้แก่ ดัชนี เวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดตลาดที่ระดับ 7,666.34 จุด ลดลง 34.95 จุด หรือ -0.45% ด้านดัชนี ฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดที่ระดับ 20,589.70 จุด เพิ่มขึ้น 102.47 จุด หรือ 0.50% ส่วนดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดที่ระดับ 9,220.88 จุด ลดลง 57.95 จุด หรือ -0.62% และดัชนี สเตรทไทม์ ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาดที่ระดับ 2,955.67 จุด เพิ่มขึ้น 29.58 จุด หรือ 1.01%
สำหรับแนวโน้มดัชนีฯในวันพรุ่งนี้(23 ก.ค.) นายสมชาย กล่าวว่า ดัชนีฯน่าจะแกว่งตัว โดยหากดัชนีฯอ่อนตัวลง ก็จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาจากนักลงทุน เพราะแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจยังมีทิศทางที่ดี ประกอบกับยังมีแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการในไตรมาส 2/2553 ของบริษัทจดทะเบียนเข้ามาสนับสนุนทิศทางของดัชนีฯ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อดัชนีฯปรับตัวเพิ่มขึ้นก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมา เพราะยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศ รวมถึงการประกาศผลทดสอบความแข็งแกร่งของธนาคารพาณิชย์( Stress Test )ของธนาคารพาณิชย์ในยุโรปในวันพรุ่งนี้ ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ ทยอยขายทำกำไรเมื่อดัชนีฯปรับตัวเพิ่มขึ้น หรือเทรดดิ้งด้วยความระมัดระวัง
โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 820-840 จุด
|
Comments