|
ทองคำสัปดาห์นี้อยู่ที่ 1,165 ดอลลาร์/ออนซ์
|
|
|
|
|
Tuesday, 27 July 2010 16:54 |
|
น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้ทางวายแอลจีให้กรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไว้ที่ 1,165 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ 1,175 – 1,203 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ลดกรอบการเคลื่อนไหวจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 1,185 -1,218 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้ภาพรวมระยะสั้นราคาทองคำยังถูกกดดันจากแรงขายพอสมควร
ทั้งนี้ ให้นักลงทุนจับตาดูที่ระดับราคา 1,203 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากราคาทองคำไม่สามารถขึ้นมายืนเหนือระดับดังกล่าวได้ แสดงว่าราคาทองคำยังมีโอกาสลงไปสร้างจุดต่ำสุดใหม่ได้อีก แต่ถ้าราคาทองคำสามารถขึ้นมายืนเหนือระดับราคา 1,203 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ได้ จะทำให้ภาพขาลงในช่วงสั้นของราคาทองคำสิ้นสุดลง โดยราคาทองคำจะเข้าสู่สภาวะ SIDE WAY ในกรอบใหญ่ คือ 1,175 – 1,218 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยก็ต้องพิจารณาปัจจัยพื้นฐานที่จะมากระทบต่อตลาดทองคำว่าจะมีปัจจัยหนุน มากพอที่จะทำให้ราคาทองคำกลับเข้าสู่สภาวะ SIDE WAY ในกรอบใหญ่ เพื่อกำหนดทิศทางที่ชัดเจนในอนาคตต่อไปได้หรือไม่ และเป็นที่น่าสังเกตว่าระยะหลัง ทองคำเริ่มกลับมามีความสัมพันธ์กับปัจจัยหลักที่ผูกติดกับราคาทองคำในสภาวะ การเคลื่อนไหวที่เป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของดัชนีดอลลลาร์ ค่าเงินสกุลยูโร ราคาน้ำมัน มากขึ้น โดยนักลงทุนจำเป็นต้องดูความสัมพันธ์ดังกล่าวต่อไปอีกระยะ เพื่อเป็นการยืนยันถึงทิศทางความสัมพันธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ น.ส.ฐิภา กล่าวว่า ทางวายแอลจียังแนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นเก็งกำไรในกรอบ 1,175 – 1,203 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากราคาลงมาใกล้ระดับ 1,175 - 1,180 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำและทำกำไรทันที เมื่อราคาปรับตัวเข้าใกล้บริเวณ 1,195- 1,203 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถ้าหากราคาผ่านแนวต้านระยะสั้นที่ 1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไปได้ ให้นักลงทุน FOLLOW BUY ทันที โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1,213 – 1,218 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่หากราคาหลุดกรอบ 1,175 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนะนำให้นักลงทุนถือทองคำต่อไป โดยไปดูที่แนวรับถัดไปที่ 1,165 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ว่าจะสามารถรองรับต่อแรงขายได้หรือไม่ เพราะเชื่อว่าหากราคาทองคำไม่หลุดแนวนี้ ราคาทองคำยังสามารถดีดตัวกลับให้นักลงทุนขายทองออกโดยยังมีกำไร แต่หากราคาทองคำหลุดแนวรับดังกล่าว ให้นักลงทุน CUT LOSS ไปก่อน เพื่อรอซื้อที่ต้นทุนที่ต่ำกว่า
ส่วนนักลงทุนระยะกลางและระยะยาวนั้น อาจใช้กลยุทธ์การลงทุนเช่นเดียวกับนักเก็งกำไรยะยะสั้น แต่อาจปรับสัดส่วนการลงทุนโดยค่อย ๆ สะสมซื้อบางส่วน เนื่องจากสัญญาณการกลับตัวของราคาทองคำที่จะกลับเป็นขาขึ้นนั้น ยังมีความชัดเจนไม่มากนัก หากนักลงทุนเข้าซื้อด้วยเงินลงทุนทั้งหมด เชื่อว่ายังไม่ใช่กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมในตอนนี้
|
Comments