|
Thursday, 29 July 2010 09:24 |
|
บล.กิมเอ็ง : PTTEP แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 195 บาท
บริษัทรายงานผลกำไรไตรมาส 2/53 ออกมา 10,616 ล้านบาท ดีกว่าคาด 21% จากราคาจำหน่ายปิโตรเลียมที่สูงกว่าคาดเป็นหลัก แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/53 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากราคาจำหน่ายปิโตรเลียมและปริมาณการจำหน่ายที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง บวกกับการรับรู้เงินประกันชดเชยจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลและไฟไหม้ในโครงการ Montara ด้วย ราคาหุ้นมี upside อยู่ 32% จากราคาเป้าหมายของเราที่ 195 บาท คงคำแนะนำ ซื้อ
ไตรมาส 2/53 รายงานกำไร 10,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% yoy และ 1% qoq บริษัทประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/53 ออกมาอย่างน่าประทับใจมีกำไรสุทธิ 10,616 ล้านบาท หรือ 3.20 บาท/หุ้น เติบโต 63% yoy และ 1% qoq และดีกว่าที่เราคาดไว้ 21% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาจำหน่ายปิโตรเลียมที่สูงกว่าที่เราคาดไว้, อัตราภาษีที่ต่ำกว่าที่เราคาดและรายได้พิเศษจากการจำหน่ายตึกให้กับ PTT จำนวน 420 ล้านบาท ปริมาณการจำหน่ายปิโตรเลียมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 263,392 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 2% qoq และ 13% yoy จากปริมาณการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นของโครงการ MTJDA, อาทิตย์เหนือและบงกช ในขณะที่ราคาจำหน่ายปิโตรเลียมก็เพิ่มสูงขึ้น 9% qoq และ 24% yoy เป็น 46.21 เหรียญ/บาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 3% qoq และ 35% yoy เป็น 77.97 เหรียญ/บาร์เรลและราคาก๊าซที่เพิ่มขึ้น 6% qoq และ 11% yoy เป็น 5.55 เหรียญ/ล้านบีทียู จากการปรับราคาจำหน่ายก๊าซในโครงการบงกช, ยาดานา, เยตากุนและ MTJDA ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในไตรมาสนี้อัตราภาษียังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 38% (จากระดับปกติที่ 45-46%) เท่าไตรมาสแรก เนื่องจากการผลิตที่เพิ่มขึ้นของโครงการ MTJDA ที่ได้รับสิทธิทางภาษียกเว้นภาษี 8 ปี ในไตรมาสนี้บริษัทมีการตัดจำหน่ายหลุมแห้งในโครงการกัมพูชา บี (AT-01) จำนวน 76 ล้านบาท
แนวโน้มไตรมาส 3/53 ผลกำไรมีโอกาสดีขึ้นไปอีก จากการรับรู้เงินประกันภัย แนวโน้มผลกำไรยังคงดีต่อเนื่องในไตรมาส 3/53 ตามปริมาณการจำหน่ายปิโตรเลียมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก จากการเพิ่มปริมาณการจำหน่ายก๊าซของโครงการ MTJDA ในขณะที่ราคาจำหน่ายปิโตรเลียมก็คาดว่าจะยังสูงอยู่ตามราคาน้ำมันดิบและราคาจำหน่ายก๊าซที่ปรับเพิ่มขึ้นมาในเดือน เมษายนที่ผ่านมา นอกจากนั้นแล้วในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคาดว่าจะมีการรับรู้รายได้เงินประกันภัยจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วและไฟไหม้ในโครงการ Montara อีก ประมาณ 210 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 6.8 พันล้านบาทก่อนหักภาษี โดยส่วนใหญ่จะบันทึกในไตรมาส 4/53 ซึ่งก็จะเป็นปัจจัยหนุนผลกำไรในครึ่งปีหลัง ในขณะที่อัตราภาษีจ่ายก็คาดว่าจะยังต่ำกว่า 40% จากการจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นของโครงการ MTJDA
คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 195 บาท ส่วนประเด็นความคืบหน้าผลการตรวจสอบน้ำมันรั่วไหลและไฟไหม้ในโครงการ Montara ของรัฐบาลออสเตรเลีย ผู้บริหารเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดี บวกกับการดำเนินตามขั้นตอนที่ถูกต้องในการสำรวจจะทำให้บริษัทอาจถูกลงโทษแค่ปรับเงินเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ถึงกับยึดสัมปทานคืน โดยจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลออสเตรเลียยังคงให้สัมปทานโครงการ Oliver เพิ่มกับบริษัทหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนเรื่องรัฐบาลอินโดนีเซียอาจจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกรณีสิ่งแวดล้อม บริษัทยังไม่ได้รับการแจ้งแต่อย่างใด ราคาหุ้นปัจจุบันมี upside อยู่ 31% จากราคาที่เหมาะสม (DCF) ที่ 195 บาท เราคงคำแนะนำ ซื้อ
|
Comments