| บสก.ซื้อหนี้ SCB-BAY จ้างทรีนีตี้แต่งตัวเข้าตลาดหุ้นปี56 |
|
|
|
| Friday, 29 October 2010 11:40 | |||
|
นายสุเมธ มณีวัฒนากรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด(บสก.) เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการเจรจากับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)SCB และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)BAY ในการซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) รวมมูลค่าทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาทโดยจะเซ็นสัญญาช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้มีการซื้อNPL จาก ธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) TMB ไปแล้ว 500 ล้านบาท โดยล่าสุดในช่วงเดือนกันยายน 2553 บริษัทมีNPL ทั้งสิ้น 44,696 รายคิดเป็นมูลค่า 233,519 ล้านบาท ขณะที่มี NPA อยู่ที่ 14,589 รายการ คิดเป็นมูลค่า 37,902 ล้านบาท โดยในช่วงที่ผ่านมาได้เพิ่มขนาดสินทรัพย์ด้วยการรับซื้อ รับโอน NPL และ NPA จากสถาบันการเงิน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 15,792.08 ล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ในช่วงต้นปี 2556 หลังจากที่ได้มีการโอนสินทรัพย์และพนักงานจาก บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย หรือ บสท. ที่จะมีการปิดตัวลงในช่วงปี 2555 แล้ว โดยปัจจุบันได้มีการว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงิน (FA)จากบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้จำกัด (มหาชน) เพื่อมาดูแลเกี่ยวกับข้อมูลและการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าไปจดทะเบียนใน ตลท. ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าทางด้านผลการดำเนินงานไม่น่าจะมีปัญหา แต่บริษัทยังต้องมีการปรับปรุงด้านระบบไอทีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงที่ยังล่าช้า ซึ่งบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อมาดูแลบริหารความเสี่ยงจากการดำเนินงานของบริษัทโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามหลังจากที่บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลท.แล้วก็มีแนวทาง ที่จะขยายธุรกิจให้เพิ่มขึ้นเพื่อที่จะส่งผลบวกต่อรายได้บริษัทโดยเบื้องต้น คาดว่าอาจมีการจัดตั้งบริษัทย่อยมา 1 แห่งเพื่อรับประเมินราคาทรัพย์สิน NPL และ NPA เพราะถือว่าบริษัทมีข้อมูลที่พร้อมจากการดำเนินงานมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวก็มีความเชื่อถือได้ นายสุเมธ กล่าวถึง ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทมีรายได้จากการปรับโครงสร้างหนี้และจำหน่ายทรัพย์รวมทั้งสิ้น 10,487 ล้านบาท คิดเป็น 116.88% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่มีรายได้ 8,972 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ 9 เดือน อยู่ที่ 2,353.78 ล้านบาท ทั้งนี้มั่นใจว่าปีนี้จะมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 11,963 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท โดยผลประกอบการที่ออกมาค่อนข้างดีนั้นเพราะทางบริษัทใช้กลยุทธ์กิจกรรมส่งเสริมการขายทุกรูปแบบเพื่อกระตุ้นยอดขายทรัพย์เช่น การร่วมออกบูธในงานมหกรรมอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งการออกบูธของบริษัทเอง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยตั้งเป้าออกบูธจำหน่ายทรัพย์ปีนี้ 100 ครั้งทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ล่าสุดออกบูธ 91 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 2,792.52 ล้านบาท
|






![]() | Today | 742 |
![]() | All days | 742 |
Comments