| ธปท.เผยดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจเดือนก.ย.อยู่ที่50.6 |
|
|
|
| Friday, 29 October 2010 15:54 | |||
|
ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนก.ย.อยู่ที่ 50.6 ปรับตัวสูงขึ้นจาก 50.3 ในเดือนที่ผ่านมา สำหรับในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจอยู่ที่ระดับ 56.0 ส่วนอัตราการใช้กำลังผลิตในเดือนก.ย. 53 อยู่ที่ 64.4% ระดับการผลิตยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราการขยายตัวยังคงปรับสู่แนวโน้มปกติ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) ขยายตัว 8.1% ชะลอลงหลังจากที่เร่งตัวมากในช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ การผลิตที่ขยายตัวดี เช่น Hard Disk Drive, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ สอดคล้องกับคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะหมวดยานยนต์ที่มีคำสั่งซื้อที่ยังค้างส่งมอบอยู่มาก ด้านภาคเกษตร อุปทานในประเทศลดลงจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง รวมทั้งปัญหาเพลี้ยระบาดที่ส่งผลยาวนานและรุนแรงต่อผลผลิตมันสำปะหลัง ทำให้ผลผลิตภาคเกษตรหดตัว 3.1% ขณะที่ราคาพืชผลยังขยายตัวดีต่อเนื่องที่ 31.4% จากอุปสงค์ในตลาดโลกที่อยู่ในเกณฑ์ดี ส่งผลให้รายได้เกษตรกรขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 27.3% ด้านอุปสงค์ในประเทศ เริ่มชะลอลงหลังจากที่ขยายตัวสูงในช่วงก่อนหน้า โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน(PCI) ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.1% เทียบกับที่ขยายตัว 6.7% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามการชะลอตัวของเครื่องชี้การนำเข้าสินค้าอุปโภค-บริโภคและการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม เครื่องชี้การใช้จ่ายอื่น ทั้งปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงและการใช้ไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยยังขยายตัวดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชนจากรายได้ภาคเกษตร การจ้างงาน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง ด้านการลงทุน ดัชนีการลทุนภาคเอกชน(PII) เพิ่มขึ้น 20.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขยายตัวของการลงทุนในหมวดก่อสร้างเป็นสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาลที่เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยในกทม. และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับภาคการคลัง ในเดือนก.ย.นี้ การใช้จ่ายรวมทั้งจากงบประมาณปกติและเงินกู้ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ลดลง 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีก่อนมีการเพิ่มทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามโครงการไทยเข้มแข็งฯ ขณะที่รายได้จัดเก็บขยายตัวดีจากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจ รายได้นำส่งภาครัฐที่เพิ่มขึ้นมากกว่ารายจ่าย ส่งผลให้ดุลเงินสดรัฐบาลเกินดุล 67.4 พันล้านบาท สำหรับทั้งปีงบประมาณ 53 ภาครัฐยังคงมีบทบาทในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องจากปีงบประมาณก่อน สะท้อนจากดุลเงินสดที่ขาดดุล 2.0%
|






![]() | Today | 1082 |
![]() | All days | 1082 |
Comments