Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News กสิกรไทยชี้ศก.ไทยปีหน้าโต3.5-4.5%
กสิกรไทยชี้ศก.ไทยปีหน้าโต3.5-4.5% PDF Print E-mail
Tuesday, 16 November 2010 17:20

             นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยได้ประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากเหตุอุทกภัยอยู่ประมาณ 32,400-54,200 ล้านบาท แต่เม็ดเงินในการเยียวยาและฟื้นฟูความเสียหายจะทำให้ ผลกระทบโดยสุทธิแล้ว อาจทำให้จีดีพีในไตรมาสที่ 4/2553 ลดลง 0.6-1.2% จากคาดการณ์เดิมที่ประมาณ 2% ขณะที่ส่งผลให้จีดีพีของทั้งปี 2553 ลดลง 0.16-0.31% จากคาดการณ์เดิมที่ 7.1%

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2553 เผชิญปัจจัยลบเพิ่มขึ้น ทั้งจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็ว     ขณะที่การบริโภคของภาคเอกชนมีทิศทางชะลอตัว รวมทั้งมีผลของฐานที่สูงในปีก่อน (Base Effect) ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวในอัตราเร่งสูแม้จะมีปัจจัยบวกจาก Wealth Effect จากการทะยานของดัชนีตลาดหุ้นที่ขึ้นไปสูงสุดในรอบ 14 ปี ซึ่งอาจหนุนการบริโภค

รวมถึงการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่กลับคืนสู่ระดับปกติแล้วทำให้ คาดว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2553 อาจชะลอลงมาเหลือเพียง  0.8-1.8%

ขณะที่ อัตราการขยายตัวของจีดีพีเฉลี่ยทั้งปี 2553 อาจยังคงมีระดับสูงอยู่ในช่วง 6.8-7.0% ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2554 คาดว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยมีแนวโน้มชะลอลงมาอยู่ที่ 3.5-4.5% เนื่องจาก ฐานที่สูงในปีที่ผ่านมาที่เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น โดยการส่งออกอาจเติบโตต่ำลงมาที่ 6.0-10.0% จากที่คาดว่าจะเติบโตสูงประมาณ 27% ในปี 2553 โดยอาจเห็นมูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทมีอัตราการเติบโตติดลบ ในช่วงครึ่งปีแรก

อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยการลงทุนยังมีแนวโน้มขยายตัวสูงประมาณ 7.5-9.0% ส่วนการบริโภคของภาคเอกชนน่าจะขยายตัวค่อนข้างต่อเนื่องอยู่ในช่วง 3.0-3.5%

ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ธุรกิจและอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีแนวโน้มชะลอตัวในปี 2554 ได้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมส่งออก ในด้านอุตสาหกรรมที่พึ่งพาตลาดภายในประเทศหลายธุรกิจอาจยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโต โดยเฉพาะกลุ่มที่เติบโตตามวัฏจักรการลงทุนโดยธุรกิจที่คาดว่าจะขยายตัวได้ในระดับที่ดี ได้แก่ เกษตรและอาหาร รถยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์   ก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างเครื่องจักรและอุปกรณ์ พลังงานทดแทน นิคมอุตสาหกรรม และบริกาด้านการท่องเที่ยว

ส่วนธุรกิจที่อาจต้องมีการปรับตัวค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกที่เผชิญการแข่งขันสูงด้านราคา และอ่อนไหวต่อการแข็งค่าของเงินบาท เช่น สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก และผลิตภัณฑ์เซรามิกส์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ในระยะข้างหน้า ทางการไทยมีแนวโน้มเผชิญโจทย์ท้าทายที่จะสร้างความซับซ้อนให้แก่การตัดสินใจเชิงนโยบายในหลายด้าน ที่สำคัญคือ โจทย์ในการดูแลเสถียรภาพเงินเฟ้อควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาท ซึ่งต้องยอมรับว่า ยังคงมีหลากหลายปัจจัยรออยู่ข้างหน้าที่อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อมากยิ่งขึ้นทั้งผลจากเหตุการณ์อุทกภัยที่หนุนราคาสินค้าเกษตรให้พุ่งสูงขึ้น การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมัน และการปรับขึ้นค่าจ้างในภาคเอกชนและเงินเดือนข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งเป็นเป้าหมายในการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ( ธปท .) มีโอกาสที่จะปรับสูงขึ้นเข้าใกล้เพดานกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธปท . ในปี 2554 นั้น จะมีผลต่อทิศทางนโยบายการเงินตามมา โดยในที่สุดแล้ว ธปท . อาจมีความจำเป็นที่จะต้องหันกลับมาให้น้ำหนักกับเป้าหมายในการรักษาเสถียรภาพราคาเป็นสำคัญ ซึ่งทำให้มีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะกลับสู่วัฏจักรขาขึ้นอีกครั้งในปี 2554

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเผชิญกับความซับซ้อนในการดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุนระยะสั้น ดังนั้น ภาระส่วนหนึ่งอาจตกอยู่กับรัฐบาลในการใช้มาตรการเข้าดูแลภาระค่าครองชีพ เพื่อบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อ และแบ่งเบาภาระของธปท . ในการดูแลเสถียรภาพด้านราคา

ถึงกระนั้น ท่ามกลางกระแสการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จะยังคงดำเนินต่อไปพร้อมๆ กับการทยอยดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE2 ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED ขณะที่เศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ยังมีแนวโน้มเติบโตในระดับที่ค่อนข้างดี แม้จะชะลอตัวลงบ้างก็ตาม ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะจูงใจให้มีเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดการเงินในภูมิภาค ประกอบกับดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยยังคงมีแนวโน้มเกินดุลในระดับที่สูง ปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้จะยังคงเป็นแรงสนับสนุนการแข็งค่าของเงินบาท

 ด้วยเหตุนี้ ธปท . อาจจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศเพื่อทำให้การดำเนินการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธปท . มีป ระสิทธิผลอย่างที่ควรจะเป็น ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2554 อยู่ในช่วงประมาณ  2.5-4.0%  และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่  1.8-3.0%  ในกรณีนี้ สายงานธุรกิจตลาดทุนธนาคารกสิกรไทย คาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะปรับขึ้นไปสู่ระดับร้อยละ 2.50 จากระดับคาดการณ์ณ สิ้นปี 2553 ที่ 1.75%  ขณะที่ค่าเงินบาทอาจปรับตัวแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 28 บาท/ดอลลาร์ฯ จากระดับคาดการณ์ ณ สิ้นปี 2553 ที่ 29 บาท / ดอลลาร์ฯ

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1625
mod_vvisit_counterAll days1625

We have: 1620 guests online
Your IP: 216.73.217.109
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 30, 2026

8196344