| ตลท.เผย9เดือนแรกบจ.กำไรแตะ4.3แสนล. |
|
|
|
| Thursday, 18 November 2010 18:03 | |||
|
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2553 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม รวมกำไรสุทธิงวด 9 เดือน จำนวน 435,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งมีกำไรรวม 329,002 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 32.41% ขณะที่ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2553 บริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิรวม 151,527.ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.17 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมียอดขายรวม 1,797,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.89% ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (set) จำนวน 465 บริษัท หรือ 92.63 %ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 502 บริษัท (รวมกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 27 กองทุน) มีบริษัทที่มีกำไรสุทธิ 375 บริษัท และขาดทุนสุทธิ 90 บริษัท คิดเป็นสัดส่วน 80.65 ต่อ 19.35 "การที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ยังมีความสามารถในการทำกำไร ถึงแม้จะผ่านเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบเป็นระยะ ๆ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทย" ส่วนบริษัทในกลุ่ม set100 มีกำไรสุทธิงวด 9 เดือน 370,223 ล้านบาท คิดเป็น 84.98% ของกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนรวม เพิ่มขึ้น 27.93% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 19.12 % และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 273.24 % และมีภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลง 2.36 % ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 20.38% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 19.23% เป็น 18.28% สำหรับบริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บมจ. ปตท. (ptt) บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (pttep) บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (scc) บมจ. บ้านปู (banpu) และ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (bbl) ทั้งนี้ ภาพรวมของผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม (industry group) (ที่นำส่งงบการเงินและไม่รวมบริษัทในกลุ่ม nc และ npg) งวด 9 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย.2553 จำนวนรวม 447 บริษัท มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มอุตสาหกรรม รวม 433,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 32.06% โดยผลการดำเนินงาน เรียงลำดับตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสุทธิสูงสุด ดังนี้ 1. กลุ่มทรัพยากร ประกอบด้วย หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดเหมืองแร่ มีกำไรสุทธิ 146,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.49 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่งวดไตรมาส 3 ปี 2553 เพิ่มขึ้น 40.04% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 42.03 % จากไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 2.กลุ่มธุรกิจการเงิน ประกอบด้วย หมวดธนาคาร หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ และหมวดประกันภัยและประกันชีวิต มีกำไรสุทธิรวม 97,644 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.51% จากปีก่อน โดยงวดไตรมาส 3 ปี 2553 เพิ่มขึ้น 23.72% % เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12.27 % จากไตรมาสที่ 2 ของปี 2553 3. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ประกอบด้วยหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดวัสดุก่อสร้าง และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ มีกำไรสุทธิ 57,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.05% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่งวดไตรมาส 3 ปี 2553 ลดลง 13.89 % เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้มีสาเหตุจากมาตรการส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐสิ้นสุดลงในไตรมาส 2 ปี 2553 ทำให้มีการเร่งโอนบ้านในช่วงเวลาดังกล่าว 4. กลุ่มเทคโนโลยี ประกอบด้วยหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีกำไรสุทธิ 39,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.46% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีกำไรสุทธิคิดเป็น 77.70% ของกลุ่ม โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 28.80 % 5. กลุ่มบริการ ประกอบด้วย หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ หมวดพาณิชย์ หมวดการแพทย์ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ และหมวดบริการเฉพาะกิจ มีกำไรสุทธิ 37,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.92% จากงวดเดียวกันของปีก่อนโดยหมวดขนส่งและโลจิสติกส์มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 214.53% 6. กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ประกอบด้วย หมวดอาหารและเครื่องดื่ม และหมวดธุรกิจการเกษตรมีกำไรสุทธิ 26,432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.11 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่งวดไตรมาส 3 กำไรสุทธิลดลง 4.06%เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มมีอัตรากำไรสุทธิต่อยอดขายลดลง 7. กลุ่มวัตถุดิบสินค้าอุตสาหกรรม ประกอบด้วย หมวดวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร หมวดยานยนต์ หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ หมวดบรรจุภัณฑ์ และ หมวดกระดาษและวัสดุการพิมพ์ มีกำไรสุทธิ 24,076 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 2,874.02% 8. กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย หมวดแฟชั่น หมวดของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ มีกำไรสุทธิ 5,038 ล้านบาท เพิ่มขึ้น39.52 %
|






![]() | Today | 1251 |
![]() | All days | 1251 |
Comments