Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News ไทยออยล์ตั้งเป้าปี54กำไรแอลพีจี2.5พันล้าน
ไทยออยล์ตั้งเป้าปี54กำไรแอลพีจี2.5พันล้าน PDF Print E-mail
Tuesday, 25 January 2011 09:51

           นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นโยบายปรับเพิ่มราคารับซื้อก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือแอลพีจีหน้าโรงกลั่นของรัฐบาล ส่งผลให้ราคาแอลพีจีที่จำหน่ายออกจากโรงกลั่นในปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาตลาดโลก คือตันละ 780 ดอลลาร์ จากเดิมที่ตรึงราคาจำหน่ายที่ตันละ 330 ดอลลาร์ โดยบริษัทคาดว่าในปีนี้จะมีกำไรจากการจำหน่ายแอลพีจีประมาณ 2,500 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หลังจากรัฐบาลประกาศใช้นโยบายดังกล่าว บริษัทได้จำหน่ายแอลพีจีแล้วไม่ต่ำกว่า 5 พันตัน และจะนำน้ำมันที่มีสต็อกเหลืออยู่ 30 วัน มาผลิตเป็นแอลพีจีเพื่อจำหน่ายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทสามารถจำหน่ายแอลพีจีออกสู่ตลาดได้มากถึง 8 พันตัน ขณะเดียวกันจะเพิ่มกำลังผลิตแอลพีจีเป็นเดือนละ 3 หมื่นตัน จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตเดือนละ 1.5 หมื่นตัน และนอกจากการเพิ่มประสิทธิภาพในหน่วยผลิตแล้ว บริษัทจะนำเข้าน้ำมันดิบที่มีคุณภาพเหมาะสมต่อการนำมาใช้ผลิตแอลพีจีเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ มาตรการปรับเพิ่มราคารับซื้อแอลพีจีหน้าโรงกลั่น สามารถลดปัญหาการนำเข้าแอลพีจีของไทยที่ใกล้จะถึงระดับ 1.2 แสนตันต่อเดือน และหากการนำเข้าแอลพีจีเกินเพดานดังกล่าว จะมีข้อจำกัดในเรื่องของคลังเก็บแอลพีจีที่ไม่เพียงพอ และต้องใช้คลังลอยน้ำ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตแอลพีจีเพิ่มขึ้นกว่าตันละ 20 ดอลลาร์

นายสุรงค์ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกว่า ในเดือนม.ค.2554 ราคาน้ำมันจะยังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 85 - 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะสภาพอากาศในหลายภูมิภาคของโลกยังคงมีอุณหภูมิต่ำ แต่เมื่อเข้าสู่เดือนก.พ.คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง โดยจะเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 80 - 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะอุณหภูมิในภูมิภาคต่างๆของโลกจะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้การใช้พลังงานลดลง ซึ่งขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปด้วย โดยคาดว่าราคาเฉลี่ยของน้ำมันในตลาดโลกปีนี้จะอยู่ที่ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับแผนลงทุน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2553 - 2557นั้น บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มในวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ โดยมีโครงการปรับปรุงประสิทธิการกลั่น ลดการผลิตน้ำมันเตาเปลี่ยนเป็นน้ำมันดีเซล การขยายกำลังการกลั่นเพิ่มเป็นวันละ 3 แสนบาร์เรล จากเดิมวันละ 2.75 แสนบาร์เรล การขยายกำลังผลิตพาราไซลีนเป็นปีละ 5 แสนตัน จากเดิมปีละ 1 แสนตัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2555 และการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันหล่อลื่นเป็นปีละ 7 หมื่นตัน จากเดิมปีละ 5 หมื่นตัน

ส่วนในปีนี้ บริษัทมีแผนลงทุนปรับปรุงคุณภาพหน่วยผลิตน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 4 การก่อสร้างหน่วยเพิ่มมูลค่าพาราไซรีน และการศึกษาการขยายกำลังการผลิตโรงกลั่นน้ำมันหล่อลื่นขั้นพื้นฐานหรือไทยลูบเบส โดยสามารถผลิตน้ำมันยางสะอาด(TDAE) ได้ตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็นวันละ 7 หมื่นตัน จากเดิมวันละ 5 หมื่นตัน คาดว่าจะใช้เงินลงทุนในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านดอลลาร์

"คาดว่าผลประกอบการของไทยออยล์ในปีนี้ จะอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการมีกำไรจากสต็อกน้ำมันหรือ stock gain การจำหน่ายน้ำมันยางสะอาด มาตรการปรับเพิ่มราคารับซื้อแอลพีจีหน้าโรงกลั่นของรัฐบาล รวมทั้งราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2553 โดยในช่วงต้นปีนี้ บริษัทมีค่าการกลั่นรวมอยู่ที่บาร์เรลละ 7 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาพาราไซลีนยังอยู่ในระดับสูง และค่าการกลั่นอยู่ที่บาร์เรลละ 5-6 ดอลลาร์ ส่วนผลประกอบการปี 2553 มีกำไรกว่า 8 พันล้านบาท"นายสุรงค์ กล่าว

 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday994
mod_vvisit_counterAll days994

We have: 992 guests online
Your IP: 216.73.216.153
Mozilla 5.0, 
Today: Feb 15, 2026

8179048