| ประธานส.อ.ท.เชื่อจีดีพีไทยปีนี้โตได้5% |
|
|
|
| Wednesday, 18 January 2012 16:56 | |||
|
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถดูแลสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองให้มีเสถียรภาพได้น่าจะช่วยให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) ขยายตัวได้ 5% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกจะมีปัญหาก็ตาม เนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยยังมีความแข็งแกร่ง และสามารถกระจายตลาดส่งออกได้ในหลายประเทศ ส่วนการปรับโครงสร้างราคาพลังงานซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตนั้น ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า หากเป็นการปรับขึ้นไปตามกลไกตลาดก็เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตมากนัก แต่หากรัฐบาลตรึงราคาพลังงานเป็นเวลานานเกินไปจะทำให้ประชาชนเกิดความเคยชินกับการใช้พลังงานราคาถูกจนทำให้การปรับขึ้นราคาทำได้ยาก ส่วนผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้านั้นบางชนิดอาจจะต้องปรับสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลให้การปรับราคาสินค้าเป็นไปตามกลไก ไม่ให้เกิดการผูกขาด และมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในปีนี้ คือ ภาคเกษตรและอาหาร สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เพราะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ที่จะเริ่มในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่น่าจะประสบปัญหาเรื่องการเลิกจ้างแรงงานตามที่เป็นข่าว เพราะหลายบริษัทมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิต หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีที่มีข่าวว่า ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ อดีตคณบดีคณะนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมาเป็น รมว.อุตสาหกรรม แทน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นั้น ประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เคยร่วมประชุมในคณะกรรมการส่งเสริมนโยบายการลงทุน(บีโอไอ) ซึ่งจะต้องรอดูภาพรวมการทำงานก่อน แต่เชื่อว่านโยบายต่างๆจะถูกสานต่อ ซึ่งภาคเอกชน อยากเห็นการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน ดูแลเอสเอ็มอี และขจัดปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ ส่วนหน้าตา ครม.ยิ่งลักษณ์ 2 เชื่อว่า จะมีการขับเคลื่อนตามนโยบายที่วางไว้ แต่จุดสำคัญอยู่ที่กระบวนการทำงานจะต้องแข่งขันกับเวลา ขณะเดียวกัน ประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย(Thai Industries Sentiment Index:TISI) ในเดือน ธ.ค.54 ว่า ส่งสัญญาณฟื้นตัว พร้อมแนะรัฐบาลเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม และชะลอปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท "ค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในเดือนธันวาคม 2554 อยู่ที่ระดับ 93.7 ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 87.5 ในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ค่าดัชนีที่เพิ่มขึ้นเกิดจากองค์ประกอบด้านยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ได้คลี่คลาย และเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ" นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.ระบุในเอกสารเผยแพร่ ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมทยอยกลับมาดำเนินการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ประกอบกับเส้นทางคมนาคมขนส่งก็สามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้งภายหลังน้ำลดส่งผลดีต่อระบบโลจิสติก และซัพพลายเชน อย่างไรก็ตามค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ยังอยู่ต่ำกว่า 100 แสดงว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอยู่ในระดับที่ไม่ดี สะท้อนได้จากการที่ยังมีผู้ประกอบการที่ไม่สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ เนื่องจากโรงงานได้รับความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูเพื่อให้กลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 106.3 ปรับเพิ่มขึ้นจาก 104.5 ในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีหลายตัว ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ สำหรับด้านสภาวะแวดล้อมในการดำเนินกิจการขณะนี้ผู้ประกอบการมีความกังวลในประเด็นผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกมากที่สุด รองลงมาคือ ราคาน้ำมัน สถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐในเดือนนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ภาครัฐควรเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังภาวะน้ำท่วมคลี่คลาย ชะลอการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท/วัน รวมทั้งชะลอการปรับขึ้นราคาพลังงานในภาคอุตสาหกรรม อีกทั้งสร้างความสมดุลในการบริหารจัดการน้ำทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
|






![]() | Today | 759 |
![]() | All days | 759 |
Comments