| ธ.ก.ส.เพิ่มสิทธิประโยชน์บัตรสินเชื่อเกษตรกร |
|
|
|
| Thursday, 28 June 2012 15:57 | |||
|
ธ.ก.ส. จับมือ ปตท. และ บางจาก เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านปัจจัยการผลิตประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกร จ่ายคืนดอกเบี้ย 7 สตางค์ต่อลิตร พร้อมรับสิทธิพิเศษปลอดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 4 เดือน จากบริษัทผู้ผลิตปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืชและเมล็ดพันธุ์ กว่า 100 บริษัท เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร ระหว่าง นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) และ ตัวแทนเครือข่ายสมาคมผู้ผลิตปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ราคายุติธรรม เป็นการเพิ่มสิทธิ์ประโยชน์และเป็นการลดภาระดอกเบี้ยให้แก่เกษตรกร
นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย เปิดเผยหลังพิธีลงนามว่า ได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์และแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยให้แก่เกษตรกรตามโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร โดย ปตท.และบางจาก จะมอบสิทธิประโยชน์ในด้านปัจจัยการผลิตประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเกษตรกรสามารถซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกร ในสถานีบริการของ ปตท.และบางจาก ที่เข้าร่วมโครงการ ประมาณ 1,000 แห่งทั่วประเทศ วงเงินไม่เกินรายละ 3,000 บาท ต่อฤดูการผลิต โดย ธ.ก.ส. จะงดคิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ซื้อ ส่วน ปตท.และบางจากจะสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรที่ซื้อน้ำมันของบริษัทผ่านระบบบัตรสินเชื่อเกษตรกรในอัตราลิตรละ 7 สตางค์ ในจำนวนไม่เกิน 100 ลิตร ต่อราย
สำหรับตัวแทนเครือข่ายสมาคมผู้ผลิตปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ได้แก่บริษัทปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และเมล็ดพันธุ์ จำนวน 5 กลุ่ม ได้แก่ สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร และสมาคมอารักขาพืชไทย จะจำหน่ายปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ราคายุติธรรม ให้กับเกษตรกรผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกร โดย ธ.ก.ส. งดคิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เกษตรกรใช้บัตรสินเชื่อซื้อปัจจัยการผลิต ส่วนบริษัทเครือข่ายผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิต ประเภทปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช และเมล็ดพันธุ์ ที่เข้าร่วมโครงการจะสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเกษตรกรที่ซื้อสินค้าของบริษัทผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกร ในอัตรา MRR ปัจจุบันเท่ากับ ร้อยละ 7 ต่อปี เป็นระยะเวลา 120 วัน รวมแล้วเกษตรกรสามารถซื้อปัจจัยการผลิตผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกรโดยไม่มีภาระดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาถึง 5 เดือน
นายทนุศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ธ.ก.ส. ได้ดำเนินโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือเกษตรกรในการจัดหาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และมีการทดลองระบบในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และสระบุรี ซึ่งผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีจำนวนลูกค้าที่ทดลองใช้บัตรทั้งสิ้น 5,522 ราย มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรสินเชื่อจำนวน 7,272,704 บาท สำหรับการดำเนินงาน ณ ปัจจุบัน ได้จัดทำบัตรสินเชื่อแล้ว 823,794 ใบ และอยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาอนุมัติเพิ่มจำนวน 806,950 ใบ ซึ่งพร้อมที่จะมอบให้กับเกษตรกรลูกค้าทั่วประเทศในวันเปิดตัวบัตรสินเชื่อเกษตรกรอย่างเป็นทางการโดยนายกรัฐมนตรี ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ พร้อมกับติดตั้งเครื่อง EDC ที่พร้อมใช้งานให้กับร้านค้าเครือข่ายแล้วจำนวน 2,352 ร้านค้า ทั้งนี้จะทยอยมอบบัตรสินเชื่อเกษตรกรจนครบ 2,000,000 ใบ ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และติดตั้งเครื่อง EDC ให้แก่ปั๊มน้ำมันให้ครบทุกอำเภอ ประมาณ 1,000 แห่ง รวมถึงร้านค้าเครือข่ายในส่วนที่เหลือ ภายใน 31 กรกฎาคมนี้
|






![]() | Today | 835 |
![]() | All days | 835 |
Comments