| บลจ.กรุงไทยออกกองทุนตราสารหนี้6เดือนชูผลตอบแทน3.20% |
|
|
|
| Tuesday, 03 July 2012 22:47 | |||
|
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า ได้เตรียมออกองทุนเปิดกรุงไทยธนทรัพย์บี 39 ( KTSUPB39 ) ระหว่างวันที่ 4-10 ก.ค. 2555 อายุ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในเงินฝากประจำ Standard Chartered Bank ( Hong Kong ) Ltd .
เงินฝากประจำ Union National Bank ( UNB) , MTN ออกโดย Banco Bradesco S.A. (Brades) ในสัดส่วน 68% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารภาครัฐไทย / เงินฝาก / ตราสารการเงินระยะสั้นธนาคารพาณิชย์ไทย และตั๋วแลกเงินบริษัทเอกชนไทย โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 3.20% ต่อปี ซึ่งเงินลงทุนในต่างประเทศ จะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยประจำ 6เดือน คุ้มครองเงินต้น 4 ( KTFIX6M4 ) เสนอขายถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2555 เป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับต่ำ และผลตอบแทนไม่เสียภาษี โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในพันธบัตรภาครัฐในประเทศ 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือลงทุนในเงินฝากประจำธนาคารพาณิชย์ ผลตอบแทนประมาณ 2.80% ต่อปี
รวมทั้งยังมีโปรโมชั่นที่จะให้กับลูกค้าในงานตลาดนัดกองทุนรวม จะจัดขึ้นในวันที่ 5-8 กรกฎาคมนี้ ที่ Central World โดยบริษัทจะเน้นการจำหน่ายกองทุน RMF /LTF ซึ่งบริษัทได้รับความร่วมมือจากบริษัทบัตรเครดิตทั้งเคทีซี และซิตี้แบงก์ ในการเพิ่มช่องทางการซื้อกองทุน ให้ลูกค้ามีความสะดวกมากขึ้น พร้อมโปรโมชั่น รับคะแนนสะสมสูงสุด x 2 เมื่อชำระค่าซื้อกองทุน ผ่านบัตรเครดิตเคทีซี รวมกันตั้งแต่ 50,000 บาท ขึ้นไป (100 บาท เท่ากับ 2 คะแนน ) ประเภทกองทุนหุ้น และกองทุนผสม ((KTLF, KSLTF, KTLF70/30, KSET50LTF, RMF1, KSRMF ) หรือ รับสิทธิ์แบ่งชำระ 0% นาน 3 เดือนกับบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ พร้อมรับคะแนนสะสม (50 บาท เท่ากับ 1 คะแนน) เมื่อซื้อ LTF & RMF ประเภทกองหุ้น/กองผสม ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อกองทุน และรับเงินคืน 12,000 บาทกับทุกๆล้านบาท เริ่ม 1 ก.ค.30 ก.ย. 2555
นายสมชัยกล่าวด้วยว่า สภาวะการลงทุนตลาดหุ้นในปัจจุบัน ยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยประเด็นสำคัญยังคงเป็นความเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอน ในแนวทางการแก้ไขสถานการณ์วิกฤตหนี้สาธารณะในกลุ่มประเทศยูโรโซน แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีความพยายามออกมาตรการ เพื่อช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหาในด้านต่างๆแล้วก็ตาม แต่ปัญหาดังกล่าวที่แม้จะยืดเยื้อมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ก็ยังคงสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะแพร่กระจายเป็นวงกว้างมากขึ้นหากไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่เศรษฐกิจจีน มีสัญญาณของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบให้สภาวะตลาดในระยะสั้นยังมีความผันผวนอยู่ แต่เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยการลงทุนภายในประเทศแล้ว แม้ว่าจะเริ่มมีปัญหาทางการเมือง แต่กลุ่มบริษัทจดทะเบียนฯ ในประเทศไทยยังคงมีฐานะทางการเงินที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ประกอบกับผลการดำเนินงานที่ประกาศออกมาค่อนข้างดีในช่วงไตรมาสแรก ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อการลงทุนในระยะกลางถึงยาว ซึ่งหากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ มีการปรับตัวลดลงจากปัจจัยความผันผวนในระยะสั้น ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน โดยบริษัท คาดว่าดัชนี SET มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1,300 จุดได้ ณ สิ้นปี 2555
|






![]() | Today | 838 |
![]() | All days | 838 |
Comments