| กคช.แนะลูกค้าบ้านเอื้อเช่าซื้อครบ5ปีเร่งกู้แบงก์ |
|
|
|
| Thursday, 05 July 2012 08:08 | |||
|
นายชวนินทร์ พรหมรัตนพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า ในช่วงตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป ทางการเคหะแห่งชาติต้องการรณรงค์ให้ลูกค้าเช่าซื้อที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการบ้านเอื้ออาทรยื่นกู้กับสถาบันการเงิน เนื่องจากลูกค้าที่เช่าซื้อและอยู่อาศัยในโครงการฯ ครบ 5 ปีแล้วนั้น การเคหะฯ เล็งเห็นว่ามูลค่าหลักทรัพย์ในปัจจุบันมีมูลค่าสูงขึ้น พร้อมกับอยากให้ลูกค้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของบ้านตัวเอง จึงเปิดโอกาสให้ลูกค้าไปกู้จากสถาบันการเงินต่าง ๆ ได้ เพื่อลูกค้าจะได้ผ่อนชำระกับทางสถาบันการเงินโดยตรง ทั้งนี้ลูกค้าที่ทำเช่าซื้อมีจำนวนทั้งสิ้น 30,000 ราย แต่การเคหะฯ ตั้งเป้าหมายไว้สำหรับลูกค้าที่จะโอนกรรมสิทธิ์เข้าสู่ระบบสถาบันการเงินไว้ที่ 10,000 - 12,000 ราย หรือ ประมาณ 30 – 40 เปอร์เซ็นต์ ของผู้เช่าซื้อทั้งหมดที่มีอยู่ ทั้งนี้หากดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จะทำให้การเคหะฯมีรายได้เข้ามาอีกประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ส่วนลูกค้าที่เหลือคิดว่าคงจะทยอยเข้ามาให้การเคหะฯ ดำเนินการต่อจนครบลูกค้าที่เช่าซื้อดังกล่าว
นายชวนินทร์ กล่าววว่า การดำเนินการเพื่อให้ลูกค้าที่เช่าซื้อที่ครบเวลา 5 ปี เข้าสู่ระบบสถาบันการเงิน ตามแผนงานของการเคหะฯนั้น ไม่ได้เป็นการผลักภาระของลูกค้า หรือบังคับลูกค้าให้ดำเนินการ ทั้งสิ้น แต่การเคหะฯ ต้องการให้ลูกบ้านที่เช่าซื้อเมื่อครบระยะเวลา 5 ปี ได้แจ้งความจำนงมายังการเคหะฯ ทางการเคหะฯ จะเป็นผู้ดำเนินการยื่นเอกสารกับทางสถาบันการเงินให้เมื่อสถาบันการเงินอนุมัติมาแล้วทางการเคหะฯ จะเชิญลูกบ้านมาเซ็นเอกสารอย่างเดียว การดำเนินการนี้ มีข้อดี คือ ลูกบ้านได้ผ่อนชำระบ้านกับสถาบันการเงิน ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูก
ตามกลไกของตลาด คือ 3 - 4 เปอร์เซ็นต่อปี ในขณะที่การเช่าซื้อกับการเคหะฯ ลูกค้าโครงการบ้านเอื้ออาทร จะต้องเสียดอกเบี้ย ถึง 8.5 เปอร์เซ็น และลูกค้าจะได้มีชื่อในโฉนดบนทรัพย์สินของตนเอง เพียงแต่จำนองกับสถาบันการเงิน ในขณะที่ การเช่าซื้อกับการเคหะ ชื่อในโฉนด ยังคงมีการเคหะแห่งชาติเป็นเจ้าของ
การเคหะแห่งชาติ มีหน้าที่สร้างที่อยู่อาศัยเพื่อให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยเมื่อถึงเวลาที่จะมอบสิ่งที่ดีมีประโยชน์ให้กับลูกบ้านก็ต้องเร่งดำเนินการเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ซึ่งในกรณีดังที่กล่าวมาข้างต้นก็เช่นกัน การเคหะฯ อยากให้ลูกบ้านที่เช่าซื้อครบ 5 ปี เข้ามาแจ้งความประสงค์กับการเคหะแห่งชาติ ทั้งที่สำนักงานใหญ่ และศูนย์ขายในพื้นที่ที่ท่านอาศัยอยู่ การเคหะฯ พร้อมแล้วเรื่องเอกสารทั้งหมด เพียงลูกค้ามาแจ้งความจำนงก็จะได้ดำเนินการให้ที่สถาบันการเงินนั้นๆ โดยลูกค้าไม่ต้องดำเนินการใดๆเลย และอยากให้ลูกค้าแจ้งความจำนงมากันมากๆ ด้วย
การเคหะฯ มั่นใจว่าการทำให้ลูกค้าจะเข้าสู่ระบบการชำระกับสถาบันการเงินไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจากโครงการบ้านเอื้ออาทรที่ลูกค้าซื้อเมื่อ 5 ปีที่แล้วนั้น ราคา 390,000 บาทต่อยูนิต แต่ในขณะนี้โครงการมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 500,000 บาทต่อยูนิตแล้ว ซึ่งทรัพย์สิ้นที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การกู้ของลูกบ้านง่ายขึ้น รวมทั้งลูกบ้านยังสามารถกู้เพิ่มเติมได้ในกรณีที่ต้องการ อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าที่ยังไม่พร้อมเรื่องการไปยื่นกู้กับสถาบันการเงินและยังต้องการที่จะเช่าซื้อต่อกับการเคหะแห่งชาติต่อไป การเคหะฯ ก็ยินดีให้ลูกค้าเช่าซื้อต่อในอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดและหากลูกค้าพร้อมก็สามารถแจ้งความจำนงมา การเคหะฯก็พร้อมจะดำเนินการให้ทันทีเช่นกัน
สำหรับสถาบันการเงินที่รองรับลูกค้าการเคหะแห่งชาตินั้นขณะนี้นอกเหนือจาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์ , ธนาคารออมสิน , ธนาคารอิสลามแล้ว ยังมีธนาคารทหารไทย สนใจเจรจาในการมาปล่อยสินเชื่อบ้านของการเคหะฯด้วย และการเคหะฯ ก็ไม่ปิดกั้น หากลูกค้าจะเข้าสหกรณ์ต่าง ๆ การเคหะฯ ก็พร้อมจะเปิดกว้างดำเนินการให้ทันที
|






![]() | Today | 718 |
![]() | All days | 718 |
Comments