Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News อมตะคอร์ปอเรชั่นลุยพัฒนาธุรกิจเมืองทวาย
อมตะคอร์ปอเรชั่นลุยพัฒนาธุรกิจเมืองทวาย PDF Print E-mail
Monday, 20 August 2012 16:49

ดร.กฤษติกา  คงสมพงษ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์    สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ  ศศินทร์  แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย    เปิดเผยว่า กว่า30 ปีที่ศศินทร์เปิดให้บริการสังคมและธุรกิจต่าง ๆ  ได้ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ ประสบความสำเร็จและสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ  ทั้งนี้ ศิษย์เก่าที่จบการศึกษาออกไปนั้นไม่ใช่เฉพาะสาขาการตลาดและนักบริหารธุรกิจเท่านั้น ที่ผ่านมามีทั้งผู้บริหารจากสาขาต่าง ๆ ได้มุ่งเข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ไปใช้ในการทำงาน เช่น แพทย์ เภสัชกร ผู้ประกาศข่าว วิศวกร โปรแกรมเมอร์ ฯลฯ  ซึ่งบุคคลจากหลากหลายอาชีพนี้ล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างโอกาสให้กับตนเองโดยไม่ต้องเดินทางไปศึกษาในต่างประเทศ และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

 

                เช่นเดียวกับ ผู้บริหารจากบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น  จำกัด  ( มหาชน) ที่มีแนวคิดว่าแม้จะทำหน้าที่และมีความรับผิดชอบเรื่องระบบการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม   แต่ในฐานะผู้บริหารก็ควรต้องมีความรู้ในเรื่องอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการบริหารธุรกิจ   เช่น  เรื่องไฟแนนซ์  บัญชี  การตลาด  เนื่องจากมีความสำคัญต่อการทำงานในทุกอาชีพ จึงเข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติมที่สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ เพราะเป็นสถาบันมีชื่อเสียงในเรื่องที่เราต้องการจะรู้   และได้รับการยอมรับจากนานาชาติ  ที่สำคัญยังทำให้มีโอกาสได้รู้จักเพื่อนร่วมชั้นเรียนจากหลากหลายอาชีพ  ทำให้เกิดคอนเนคชั่นที่ดี  และเชื่อว่าการศึกษาต่อที่ศศินทร์เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการทำงานได้เป็นอย่างดี

               

นายวิวัฒน์  กรมดิษฐ์    ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายก่อสร้าง  บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น  จำกัด  ( มหาชน) เปิดเผยถึงการดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมว่า   สำหรับในประเทศไทยได้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่อให้บริการภาคธุรกิจต่าง ๆ อยู่ 2 แห่งคือ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี  และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง  แต่ละแห่งมีพื้นที่ประมาณ 2 หมื่นไร่ นอกจากนี้บริษัทยังมีเป้าหมายในการพัฒนาธุรกิจดังกล่าวในต่างประเทศ โดยได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาความเป็นไปได้ในประเทศต่าง ๆ  เช่น การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้  จังหวัดดองไน  ประเทศเวียดนาม   ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ได้พัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ใหม่ทั้งหมด เนื่องจากเวียดนามไว้วางใจและเห็นผลงานด้านการบริหารจัดการของนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร  ที่เป็นอันดับหนึ่งของอาเซียนและเป็นหนึ่งในห้าของธุรกิจดังกล่าวในภูมิภาคเอเชีย

 

ล่าสุดนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ได้เข้าไปพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่เมืองทวาย ประเทศพม่า ซึ่งมีพื้นที่ในการบริหารจัดการถึง 2 แสนไร่   คาดว่าภายในเวลา 5 ปีจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้  ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับประเทศต่าง ๆ เพื่อดำเนินโครงการร่วมกัน  เช่น  ญี่ปุ่นที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี รวมทั้งประเทศจีนที่ให้ความสนใจด้านการลงทุน

 

 “หากการก่อสร้างที่เมืองทวายแล้วเสร็จจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก    และในอนาคตเราจะทำให้เป็น Perfect  city   ทั้งในประเทศไทย  เวียดนาม และทวาย   โดยเฉพาะที่ทวายซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจากพม่ามีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยและมีทรัพยากรที่ยังอุดมสมบูรณ์    สำหรับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ทวายเป็นโครงการใหญ่อันดับหนึ่งของโลก    เนื่องจากจะมีอุตสาหกรรมหนักที่มีการผลิตตลอด 24 ชั่วโมง   และบริษัทต่าง ๆ  ต้องการมาตั้งฐานการผลิตที่ทวาย     เพราะจะมีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก   ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินเรือขนส่งสินค้าในแถบเอเชีย   ที่ทำให้ย่นระยะทางการเดินเรือและสะดวกในการขนถ่ายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก”    นายวิวัฒน์ กล่าวและให้ความเห็นว่า    การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย  โดยเฉพาะหากเน้นเรื่องการทำธุรกิจนี้ให้ดีที่สุดจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย    เนื่องจากอุตสาหกรรมที่เข้ามาอยู่ในนิคมจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบตามที่กำหนดไว้

 

                 ที่ผ่านมานิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร   ได้เข้มงวดกับเรื่องกฎระเบียบเป็นอย่างดี   โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ได้รับมาตรฐาน  ISO  14000   ที่นำไปใช้กับนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี   เป็นทั้งเมืองทำงาน  และที่อยู่อาศัย     มีสาธารณูปโภคพร้อมเพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี    ทั้งนี้นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสียง   มลภาวะทางอากาศ   การบำบัดน้ำเสีย   รวมทั้งการจัดการกับขยะที่เป็นพิษฯลฯ   เนื่องจากมีการตรวจสอบวัดมาตรฐานทุกโรงงาน

 

                นายวิวัฒน์  เปิดเผยเพิ่มเติมว่า   การสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่ทวายมีส่วนสำคัญในการสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจ สร้างฐานการผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ระดับโลกให้กับภูมิภาคเอเชีย   โดยในระยะแรกได้ให้ความสำคัญกับการสร้างงาน เนื่องจากการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่ทวายนั้นต้องใช้แรงงานจำนวนมาก    ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมเรื่องแรงงานไว้แล้ว โดยนำแรงงานพม่ามาฝึกในนิคมฯที่มีอยู่ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญ   สำหรับแรงงานไทยนั้นยังคงเป็นที่ต้องการสูง เนื่องจากมีศักยภาพในด้านความรู้และความเชี่ยวชาญ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของแรงงานไทย 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday898
mod_vvisit_counterAll days898

We have: 895 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.216.26
Mozilla 5.0, 
Today: Feb 06, 2026

8196648