| บลจ.กรุงศรีขายกองทุนตราสารหนี้ตปท.6เดือนชูยิลด์3.00% |
|
|
|
| Monday, 11 March 2013 22:52 | |||
|
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี)เปิดเผยว่า บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ 6M3(KFFIF6M3) อายุประมาณ 6 เดือนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เช่น เงินฝากธนาคาร Union National Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาขามาเก๊า , สาธารณรัฐประชาชนจีน) สัดส่วนการลงทุน 10% เงินฝากธนาคาร Commercial Bank of Qatar (กาตาร์) สัดส่วนการลงทุน 10% ตราสารหนี้ ECP รับประกันโดยธนาคาร Sberbank of Russia สัดส่วนการลงทุน 15% ตราสารหนี้ ECP รับประกันโดยธนาคารGazprombank OJSC (รัสเซีย) สัดส่วนการลงทุน 15% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Banco Santander Brasil S.A. (บราซิล) สัดส่วนการลงทุน 15% และตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Banco Itau Unibanco S.A (บราซิล) สัดส่วนการลงทุน 15%และกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน โดยนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการขายคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติประมาณ 3.00% ต่อปี และหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป
"กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ 6M3(KFFIF6M3) เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนในตราสารหนี้เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก และสามารถลงทุนได้เป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน"
นายฉัตรพี กล่าวว่า ในส่วนของเศรษฐกิจสหรัฐฯมีการขยายตัวเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยตลาดแรงงานและตลาดที่อยู่อาศัยปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่ผลกระทบจากการสิ้นสุดมาตรการภาษีจะเริ่มเห็นในเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ทางด้านดัชนีภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐฯปรับตัวขึ้นมากกว่าที่คาดในเดือนกุมภาพันธ์ และการใช้จ่ายส่วนบุคคลยังคงเพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม
นอกจากนี้ ผลการทดสอบภาคธนาคารภายใต้ภาวะวิกฤตของเฟดบ่งชี้ว่า ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ 17 จาก 18 แห่งมีเงินทุนมากพอที่จะรองรับการทรุดตัวอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจ จากข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดี ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนเป็นไปในทางบวก ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาครัฐของสหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้น และเส้นอัตราผลตอบแทนมีลักษณะชันมากขึ้น ถึงแม้มาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ (sequestration) มูลค่า 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมก็ตาม ขณะที่ทางด้านธนาคารกลางยุโรปมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ย และธนาคารกลางยุโรปได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้ลงจากเดิมคาดว่าจะหดตัว 0.3% เป็นหดตัว 0.4% และคาดว่าจีดีพีปี 2557 จะขยายตัว 1.0% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.2%
|






![]() | Today | 647 |
![]() | All days | 647 |
Comments