| อิตาเลียนไทยตั้ง8บริษัทใหม่ทำโครงการทวาย |
|
|
|
| Monday, 11 March 2013 23:39 | |||
|
นายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการผู้จัดการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวายว่า บริษัทจะจัดตั้งบริษัทใหม่ 8 แห่ง โดยเข้าถือหุ้นแห่งละ 25% เพื่อรับสิทธิในการทำโครงการทวาย ประเทศพม่า ซึ่งจะประเมินเงินที่อิตาเลียนไทยฯ ได้ลงทุนไปก่อนหน้าเป็นทุน ซึ่งภายในปีนี้ถึงปี 2557 จะลงทุนเป็นเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อใช้ก่อสร้างท่าเรือ ถนน และนิคมอุตสาหกรรมขั้นต้น โดยบริษัทใหม่ ทั้ง 8 แห่ง จะจัดตั้งเป็นบริษัทในรูปแบบจัดตั้งนิติบุคลย่อย หรือ SPC ซึ่งจะประกอบด้วย บริษัทที่ทำธุรกิจ ท่าเรือ ถนน โรงไฟฟ้า ระบบราง ระบบน้ำ นิคมอุตสาหกรรม ไอที และชุมชนที่อยู่อาศัย ในโครงการทวาย
"บริษัทอยากได้เป็นผู้รับเหมา เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี และเป็นการ ลงทุนที่มีผลกำไร และมีส่วนร่วมบริหาร เราจะเข้าไปถือใน SPC ไม่ต่ำกว่า 25%" นายเปรมชัย
สำหรับมูลค่าทุนของแต่ละบริษัท ที่จะตั้งขึ้นมานั้นจะอยู่ที่การตี มูลค่าการลงทุนของแต่ละโครงการ ตั้งแต่ต้นจนถึงการจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จ ขณะนี้ได้มีข้อสรุปเรื่องการจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ หรือ SPV เพื่อรับสัมปทาน ในการทำโครงการที่ทวายแล้ว โดยรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย คือไทยและพม่า ได้มีข้อตกลงที่ จะจัดตั้ง SPV มีรัฐบาลไทยและเมียนมาร์ถือหุ้นฝ่ายละ 30% ที่เหลือ 40% เป็นญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศอื่นๆ โดยในส่วนของรัฐบาลไทยจะให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจของไทย เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณา โดยคาดว่า SPV จะจัดตั้งเสร็จในปลายปีนี้ ซึ่งเป็นคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย
ส่วนบริษัท ทวาย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (DDC) ซึ่ง ITD ถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 99% นั้น จะแปรสภาพเป็น SPV โดยอัตโนมัติ และจะโอนสิทธิทั้งหมดในการได้สัมปทานใน โครงการทวายให้กับ SPV
โดยโครงสร้าง SPV ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย และรัฐบาลพม่า จะช่วยให้การหาแหล่งสินเชื่อ เพื่อดำเนินโครงการระบบสาธารณูปโภค และโครงการอื่นๆในทวาย ได้รับการแก้ปัญหาที่เป็นอยู่ เนื่องจากสถาบันการเงินมีความ เชื่อมั่นมากขึ้น โดยเฉพาะสถาบันการเงินของญี่ปุ่น เพราะโครงการนี้ ถือว่าเป็นของภาครัฐ
"หลังจากที่มีข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่า ที่จะมีการจัดตั้ง SPV ขึ้นมา ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในโครงการมากยิ่งขึ้น...ที่ผ่านมาญี่ปุ่นระบุว่า หากไม่มี รัฐบาลเข้ามาร่วมในโครงการนี้ ก็จะไม่ปล่อยกู้" นายเปรมชัย กล่าว
นายเปรมชัย กล่าวว่า ขณะนี้การลงทุนเบื้องต้นในโครงการที่ทวาย จะมีมูลค่า ราว 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะกู้จากสถาบันการเงิน โดยได้รับการสนับสนุนจากธ.ไทยพาณิชย์ , ธ.กสิกรไทย, ธ.กรุงเทพ และธ.กรุงไทย เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ
ส่วนการลงทุนในระยะต่อไปนั้น ในเฟสแรกจะก่อสร้างท่าเรือและระบบสาธารณูปโภค เพื่อรองรับอุตสาหกรรมผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมประเภท อาหาร สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า รวมถึงอุตสาหกรรมที่จะถูกตัด GSP ในปีหน้า ที่จะย้ายฐานการผลิต มายังพม่า โดยเบื้องต้นทำพื้นที่ไว้รองรับประมาณ 5 พันไร่
นอกจากนี้ ITD จะลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า ขนาดกำลังผลิตเบื้องต้น 280 เมกะวัตต์ โดยใช้ก๊าซ LNG เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีการเซ็น MOU กับผู้จัดจำหน่าย ก๊าซ LNG จำนวน 3 ล้านตัน และยังจะร่วมทุนในโครงการ LNG Terminal ในช่วงต่อไปด้วย
ขณะที่ เป้าหมายการสร้างโรงไฟฟ้าของ ITD แบ่งออกเป็น 2 เชื้อเพลิงหลัก โดยในส่วนที่เป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซ จะมีจำนวน 1 พันเมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าจากถ่านหิน ขนาด 7.2 พันเมกะวัตต์ โดยส่วนที่เป็นถ่านหิน จะมีการแบ่ง 3 พันเมกะวัตต์ เพื่อใช้ในโครงการทวาย และอีก 4.2 พันเมกะวัตต์ รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการเจรจากับพม่า ที่จะส่งเข้ามาในไทย ทั้งนี้คาดว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรก จะสามารถก่อสร้างเสร็จในปี 60
ส่วน การเป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้านั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอ คำตอบจากบมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ว่า จะเข้ามาเป็นผู้พัฒนาโครงการหรือไม่
ขณะเดียวกัน อิตาเลียนไทย ยังตั้งความหวังมีส่วนร่วมราว 50% ของงานภายใต้โครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ 2 ล้านล้านบาท เพื่อเข้ามาเสริมปริมาณงานในมือ(backlog)ที่ขณะนี้มีอยู่แล้ว 2.3 แสนล้านบาท ซึ่งมีกำหนดรับรู้เป็นรายได้ราว 25-30% ภายในปีนี้
|






![]() | Today | 695 |
![]() | All days | 695 |
Comments