| "เอสเอ็มอีแบงก์"โชว์ผลงานไตรมาส1ปี56กำไรสุทธิ350ล้านบาท |
|
|
|
| Tuesday, 30 April 2013 22:52 | |||
|
เอสเอ็มอีแบงก์ โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2556 แนวโน้มเป็นไปตามเป้าหมายแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูของธนาคาร สามารถลด NPLs ลงเหลือ 27,073 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน NPL 28.12% แต่เนื่องจากมีสินเชื่อตกชั้นเพิ่มในปีนี้ ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสแรกของปีนี้ ยอด NPL ลดเหลือสุทธิ 31.92% และมียอดเบิกจ่ายรวม 6,778 ล้านบาท ในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยไม่เกิน 15 ล้านบาท ตามนโยบายกระทรวงการคลังและมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 350 ล้านบาท
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยหรือเอสเอ็มอีแบงก์ ได้จัดงานแถลงข่าวผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2556 โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าว นายนริศ ชัยสูตร ประธานกรรมการนายพิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการบริหาร และนางสาวปาริฉัตร เหล่าธีระศิริวงศ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ ผลประกอบการโดยรวมของธนาคารเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูธนาคารทุกด้าน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ขณะที่ NPLsณ สิ้นปี 2555ธนาคารมียอด NPL เท่ากับ31,279 ล้านบาท หรือคิดเป็น 32.31% ซึ่งธนาคารแก้ไข NPLs ได้เป็นลำดับ โดยลูกค้า NPL ส่วนหนึ่งได้รับการแก้ไขปรับสถานะขึ้นเป็นลูกค้าปกติ จำนวน 2,482ล้านบาทและลูกค้ามีการปิดบัญชีและชำระเงินคืนธนาคารอีก 374 ล้านบาทนอกจากนี้ยังมีสินเชื่อนโยบายภาครัฐ (PSA) ที่มีการชดเชยความเสียหายซึ่งได้รับการผ่อนผันการจัดเป็นสินทรัพย์เสี่ยงและไม่ต้องกันสำรองจากกระทรวงการคลังที่ไม่ควรนับเป็น NPL อีก 1,350 ล้านบาทส่งผลให้ธนาคารน่าจะมียอด NPL ลดลงเหลือ 27,073ล้านบาทหรือคิดเป็น 28.12% อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีหนี้บางส่วนที่ควรจะจัดชั้นคุณภาพไปตั้งแต่ปีที่แล้วได้เริ่มทยอยตกชั้นจำนวน 1,570 ล้านบาทและอีกส่วนหนึ่งที่เป็นลูกค้าปกติอยู่แล้วได้ตกชั้นเพิ่มเติม 738 ล้านบาท รวมกับการจัดชั้นหนี้สินเชื่อ PSA 1,350 ล้านบาท เป็น NPLส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2556NPL ของธนาคารเท่ากับ 30,731ล้านบาทหรือเท่ากับ 31.92%
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีหนี้บางส่วนที่เป็นหนี้ตกชั้น (หนี้สูญ) จำนวน 1,570 ล้านบาท (ปี 2555) และในปี 2556 มีลูกค้าเป็นหนี้ตกชั้นเพิ่มเติม 738 ล้านบาท รวมกับการจัดชั้นหนี้สินเชื่อ PSA 1,350 ล้านบาท เป็น NPL ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2556 NPL ของธนาคารเท่ากับ 30,731 ล้านบาท หรือเท่ากับ 31.92 %
ด้านยอดเบิกจ่ายสินเชื่อ ณ ไตรมาส 1/2556 ธนาคารมียอดเบิกจ่ายรวม 6,778 ล้านบาท 2,088 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นยอดเบิกจ่ายด้านสินเชื่อนโยบายภาครัฐ โครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภาพการผลิต ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มรายย่อยวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท และสินเชื่อแฟคตอริ่ง เพื่อช่วยผู้ประกอบการเสริมสภาพคล่องธุรกิจซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นรายย่อยต่ำกว่า 15 ล้านบาท ตามนโยบายของกระทรวงการคลังอย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนหนึ่งได้ชำระเงินคืนเงินกู้ และปิดบัญชีกับธนาคาร ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2556 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างเท่ากับ96,276 ล้านบาท
ส่วนผลประกอบการณ ไตรมาส 1/2556 ธนาคารน่าจะมีกำไรสุทธิ 1,705ล้านบาท โดยเป็นกำไรที่เกิดจากการบริหารจัดการอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อของธนาคารให้สูงขึ้นเป็นไปตามภาวะตลาด และบริหารต้นทุนเงินต่ำลง รวมถึงแก้ไข NPL เป็นสินเชื่อปกติ ทำให้กลับมาสร้างรายได้ให้กับธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง ส่งผลให้ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิก่อนหักค่าใช้จ่ายดำเนินงานและสำรองส่วนเพิ่ม 719 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาส 4/2555 ประมาณ 9%นอกจากนี้กระทรวงการคลังได้ผ่อนผันการกันสำรองและการจัดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงของลูกหนี้กลุ่ม PSA ของธนาคารใหม่ทำให้เงินกันสำรองควรจะลดลง1,355ล้านบาทอย่างไรก็ตามเนื่องจาก ธนาคารเล็งเห็นว่าอาจมีสินเชื่อที่ควรจัดชั้นตามเกณฑ์คุณภาพในปีที่ผ่านมาอาจจะตกชั้นเป็น NPL ได้อีก จึงได้กันผลกำไรที่ควรจะเพิ่มขึ้นจากที่ได้รับผ่อนผันดังกล่าวเป็นสำรองส่วนเกินไว้ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2556ธนาคารจึงมียอดกำไรสุทธิจากการดำเนินงานเท่ากับ 350 ล้านบาท
BISRatio ณ สิ้นปี 2555BIS Ratio ของธนาคารอยู่ที่ระดับ 3.28%ซึ่งภายหลังจากธนาคารได้บริหารจัดการมีผลประกอบการกำไร และจากการผ่อนผันของกระทรวงการคลังเรื่องการกันสำรองและการจัดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงลูกหนี้กลุ่ม PSAรวมถึงเมื่อต้นเดือนเมษายน 2556 ได้มีการเพิ่มทุนให้ธนาคาร 555 ล้านบาทส่งผลให้ BIS Ratio ของธนาคารน่าจะอยู่ที่ระดับ 7.09% แต่เนื่องจาก ธพว.จะไม่ Reverse สำรองสินเชื่อ PSA เป็นกำไรโดยจะตั้งเป็นสำรองส่วนเกินแทนจึงทำให้ BIS Ratio ลดลงเหลือ 5.10%
อย่างไรก็ตามในระยะเวลาที่เหลือของปี 2556ธนาคารยังคงมีความมุ่งมั่นในการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง โดยวาง 3 แนวทาง ได้แก่ การด้านสินเชื่อการแก้ไขปัญหา NPLตลอดจนเร่งรัดพัฒนาระบบ ITที่จะมารองรับการปฎิบัติงานของธนาคารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการภายในองค์กร เพิ่มจาก 2% ที่ตั้งไว้ ซึ่งคณะกรรมการธนาคาร และฝ่ายจัดการจะเพิ่มความระมัดระวังในการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อธนาคารกลับคืนมาเพื่อให้เป็นสถาบันการเงินหลักเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ต่อไป
|






![]() | Today | 603 |
![]() | All days | 603 |
Comments