| “ดร.โกร่ง”กุมขมับ คลัง-ธปท.เดินคนละทางหวั่นเสียหายหนัก |
|
|
|
| Friday, 03 May 2013 00:02 | |||
|
“ดร.โกร่ง”นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวถึงความกังวลในการแก้ปัญหาอัตราค่าเงินบาทแข็งโดยระบุว่า รู้สึกหนักใจและเป็นห่วงความขัดแย้งระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กับผู้ว่าการ (ธปท.) ที่มีความเห็นไม่ตรงกันในการแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า โดยเห็นว่า ต่างฝ่ายต่างโยนความรับผิดชอบ จนผลเสียเกิดกับประเทศและประชาชน ซึ่งอยากให้ทั้ง 2 ฝ่ายหาทางออกร่วมกัน เพราะหากปล่อยให้เงินบาทแข็งค่ามากกว่านี้ จะทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจซ้ำรอยปี 2540 ได้
“หลังจากเป็นประธานบอร์ดธปท. มาปีเศษการทำงานของรมว.คลังกับผู้ว่าธปท. มีปัญหา ทั้งที่ความจริงควรจะสอดประสานเพื่อให้เกิดเสถียรภาพต่อระบบเศรษฐกิจแต่ทางฝ่ายก็โยนความผิด ความรับผิดชอบ” นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์กล่าวด้วยว่า ตามกฎหมายกระทรวงการคลังต้องเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบต่อผลกำไรและขาดทุนของธปท. แต่ในทางปฏิบัติ รัฐมนตรีคลังไม่สามารถทักท้วงผู้ว่าธปท.ได้เลย ดังนั้นเมื่อเกิดความเสียหาย นายกรัฐมนตรีและรมว.คลังก็ไม่อาจรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรได้ แม้จะเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดก็ตาม โดยตามกฎหมาย ผู้ว่าการธปท.ไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ถือเป็นมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งเท่าที่ดูจากรายชื่อกนง. ตนถือว่า ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมหภาค แต่ก็มีอำนาจอย่างมหาศาล โดยใครพูดทักท้วงก็ไม่มีผล
นายวีรพงษ์กล่าวว่า รู้สึกอึดอัดและเป็นกังวลกับเหตุการณ์ข้างหน้า เพราะเคยเตือนตั้งแต่เงินบาทอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จนหลุด 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพราะอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ร้อยละ 2.75 สูงกว่าต่างประเทศที่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 0.25 ดังนั้นเงินต่างชาติก็จะไหลเข้ามาเก็งกำไรดอกเบี้ยไทย จึงเห็นว่า กนง.ควรลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยต่ำลงจนไม่จูงใจของต่างชาติ ที่ผ่านมาเคยพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แต่ธปท.ก็ยืนยันว่า มีมาตรการหลายอย่างในการดูแลเงินบาท ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นมีมาตรการอะไรออกมา ส่วนจะมีแนวทางในการผ่าทางตันเรื่องนี้อย่างไร
นายวีรพงษ์กล่าวว่า ไม่มีอำนาจใดๆทั้งสิ้น แม้ที่ผ่านมารมว.คลังจะมีหนังสือเตือนถึงปัญหาการขาดทุนของธปท. และได้แจ้งเตือนไปยังผู้ว่าธปท.แล้วแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบรับ และตนก็ไม่มีอำนาจที่จะปลดผู้ว่าการ ธปท.และตนก็ไม่อยากให้ถึงขั้นปลดผู้ว่าการ ธปท.
นายวีรพงษ์กล่าวว่า ปัญหาแก้ไขได้ เพราะเป็นปัญหาขององค์กร และเป็นปัญหาระบบราชการแผ่นดินมากกว่า แต่ยอมรับว่า งบดุลของธปท.จะขาดทุนเพิ่มเติมอีก โดยอาจจะขาดทุนถึง 1 ล้านล้านบาท ในไม่เกินสิ้นปี 2556 จากปัจจุบันขาดทุนเพิ่มจาก 530,000 ล้านบาทในสิ้นปี 2555 เป็นกว่า 800,000 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2556 ซึ่งหากขาดทุนถึง 1 ล้านล้านบาท ก็ใกล้เคียงกับช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งที่ขาดทุน 1.14 ล้านล้านบาท สถานการณ์เงินบาทตอนนี้ก็แย่แล้ว ภาคส่งออกก็เสียหาย อุตสาหกรรมที่จะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตก็เป็นไปไม่ได้ มองไปข้างหน้า ถ้าเงินบาทยังแข็งค่าต่อไปเรื่อยๆ เศรษฐกิจก็จะล้ม ดังนั้นจึงขอฝากให้ทั้ง 2 ฝ่ายหาทางออกร่วมกัน
นายวีรพงษ์ ยอมรับว่า แม้จะเป็นประธานคณะกรรมการ ธปท.ก็ไม่สามารถบังคับ หรือปลดผู้ว่าการ ธปท.ได้ แต่เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม นายวีรพงษ์ ระบุว่า ไม่อยากเห็นเรื่องราวลุกลามไปถึงขั้นปลดผู้ว่าการ ธปท. ออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ต้องการให้ถึงขั้นที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจฝ่ายบริหารปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
|






![]() | Today | 603 |
![]() | All days | 603 |
Comments