Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News กนง.ยอมถอยลดดอกเบี้ยนโยบาย0.25%
กนง.ยอมถอยลดดอกเบี้ยนโยบาย0.25% PDF Print E-mail
Wednesday, 29 May 2013 18:08

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) แถลงผลการประชุม กนง.ในวันที่ 29 และ 29 พ.ค.56 ว่า   ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.75% มาอยู่ที่ 2.50% หลังจากตรึงอัตราดอกเบี้ยมาตั้งแต่เดือน ต.ค.55 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ รวมทั้งแนวโน้มในระยะต่อไป เพื่อกำหนดแนวนโยบายการเงินที่เหมาะสม โดยเห็นว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวล่าช้ากว่าที่คาด เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เศรษฐกิจกลุ่มยูโรยังคงอ่อนแอแต่ความเสี่ยงลดลงบ้าง เศรษฐกิจจีนและเอเชียขยายตัวต่ำกว่าคาด ส่งผลให้การฟื้นตัวของการส่งออกไทยอาจล่าช้ากว่าที่ประเมินไว้ ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มได้รับผลบวกจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสะท้อนจากการส่งออกและการบริโภคที่ปรับดีขึ้น ในขณะที่ภาวะการเงินโลกยังมีความผันผวนสูง ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่ภูมิภาคและต่ออัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว


          เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/56 ขยายตัวต่ำกว่าคาดจากอุปสงค์ในประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อแรงส่งของเศรษฐกิจในระยะต่อไปได้ โดยเฉพาะหากมีความล่าช้าในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ด้านแนวโน้มการส่งออกก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจภูมิภาคโดยเฉพาะจีนที่ขยายตัวชะลอลง ในขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อน้อยลงจากปัจจัยด้านต้นทุน แต่สินเชื่อและหนี้ภาคครัวเรือนยังขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่อง

 

         โดย กนง.ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังคงขยายตัวเนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานในเกณฑ์ดี แต่มีความเสี่ยงมากขึ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 1/56 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดมาก ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย นโยบายการเงินจึงสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้เพื่อลดความเสี่ยงต่อการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศ แต่ภายใต้ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินที่ยังมีอยู่

         

ดังนั้น กนง.จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 2.75 เป็นร้อยละ 2.50 ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ กนง.จะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยและความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินรวมทั้งเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะดำเนินนโยบายที่เหมาะสมตามสถานการณ์

 

สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนไม่ได้เป็นตัวแปรเดียวที่ กนง.พิจารณา แต่ได้ดูตัวแปรต่าง ๆ ทั้งเรื่องความเสี่ยงเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ เสถียรภาพเศรษฐกิจ ขณะที่ค่าเงินบาทคงยากจะคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดแข็งค่าหรืออ่อนค่ามากน้อยแค่ไหน ท่ามกลางสถานการณ์โลกไม่ปกติ มีความผันผวนสูง เงินทุนไหลเข้า-ออกค่อนข้างเร็ว

         

อย่างไรก็ตาม กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ค่อนข้างดีท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความสามารถการแข่งขันขยายตัวไปได้ดีพอสมควร ส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทยไปยังตลาดโลก ก็เพิ่มขึ้นพอสมคร กนง.มองว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ถือว่าเหมาะสมและเพียงพอต่อแนวโน้มเศรษฐกิจระยะข้างหหน้า แต่หากมีตัวเลขใหม่เข้ามาไม่ว่าจะทิศทางใด กนง.ก็พร้อมจะพิจารณาปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์

 

ส่วนแรงกดดันทางการเมืองให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า สังคมคงต้องตีความกันเอาเอง เพราะ กนง.พิจารณาจากข้อมูลต่าง ๆ เป็นไปตามปกติ โดยดูทุกปัจจัยทั้งภาวะเงินทุน ตลาดเงิน การบริโภค การลงทุน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยของไทยนิ่งมานาน หลังจากปรับลดลงครั้งสุดท้ายตั้งแต่เดือน ต.ค.55 ขณะที่ประเทศจี 3 ก็ใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำมานานแล้ว

      

   การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ กนง.ได้ดูแนวโน้มในระยะข้างหน้าว่าเหมาะสมและเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงในระยะต่อไป ภายใต้ความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก ที่ขณะนี้มองว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นจากครั้งก่อน สอดคล้องกับแนวโน้มเงินเฟ้อที่มีความเสี่ยงลดลง จึงมีพื้นที่เพียงพอที่นโยบายการเงินจะสามารถผ่อนคลายเพื่อรองรับและดูแลความเสี่ยงด้านการขยายตัวของเศรษฐกิจได้"นายไพบูลย์ กล่าว

 

ด้านการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปยังดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์นั้น ขึ้นอยู่กับกลไกตลาด ธปท.ไม่ได้บังคับให้ดอกเบี้ยในตลาดต้องปรับตาม แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างธุรกิจธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง รวมถึงต้นทุน  ความสามารถในการปรับตัว และภาวะการแข่งขันในตลาด จึงคาดเดาไม่ได้ว่าดอกเบี้ยในตลาดจะสนองตามดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ ต้องติดตามต่อไป

      

ขณะที่ ข้อกังวลว่าหากปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนนั้น นายไพบูลย์ กล่าวว่า ยังคงเป็นประเด็นที่ กนง.ให้ความสำคัญ ห่วงใยและติดตามอย่างใกล้ชิดไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่ง กนง.ได้ชั่งน้ำหนักวัตถุประสงค์ทั้งอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพเศรษฐกิจ เสถียรภาพการเงิน ได้แก่ หนี้สินภาคเอกชน หนี้สินภาคครัวเรือน และการเร่งตัวขึ้นของราคาสินทรัพย์ เพื่อพิจารณาดูว่าความเสี่ยงด้านไหนจะต้องใช้นโยบายใดเข้ามาดูแล

 

กนง.เห็นว่าการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหมาะสมและเพียงพอที่จะดูแลเศรษฐกิจ ขณะที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อก็ลดลงไปมาก แต่ยอมรับว่าหนี้สินภาคครัวเรือนยังต้องติดตาม"นายไพบูลย์ กล่ว

 

สำหรับการตั้งข้อสังเกตในประเด็นที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีความแตกต่างจากตัวเลขที่ ธปท.คาดไว้นั้น กนง.ดูเครื่องชี้เศรษฐกิจที่มีอยู่ทุกด้าน เพื่อประเมินภาพรวมเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ามาประกอบการพิจารณาดำเนินนโยบายการเงิน เป็นเป้าหมายหลักมากกว่า

 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1322
mod_vvisit_counterAll days1322

We have: 1319 guests online
Your IP: 216.73.216.38
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 24, 2026

8308744