| ไทย-ปากีสถานกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน |
|
|
|
| Wednesday, 21 August 2013 23:00 | |||
|
ปากีสถานเป็นประเทศเป็นคู่ค้าอันดับที่ 2 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ การค้าไทย-ปากีสถาน ครึ่งปีแรกของปี 2556 มีมูลค่า 563.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราขยายตัวจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.2 โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 446.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ปากีสถานเป็นตลาดใหม่ที่น่าจับตามองในแง่การค้าและการลงทุนของไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพขนาดใหญ่ ที่มีประชากรถึง 180 ล้านคน และเป็นประตูการค้าไปสู่ภูมิภาคเอเชียกลาง ซึ่งมีประชากรรวมกันแล้วมากกว่า 300 ล้านคน โดยในปี 2555 ประเทศในกลุ่มเอเชียกลางเหล่านี้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 5.7 และมีรายได้จากการขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อีกทั้งกำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้มีแนวโน้มความต้องการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้ร่วมแสดงเจตนารมย์ที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน โดยตั้งเป้าหมายการค้าให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปี และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม MOU ในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ปากีสถาน (Joint Trade Committee: JTC) ระหว่างรัฐมนตรีการค้าของทั้งสองฝ่าย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2556 เพื่อให้การค้าระหว่างกันขยายตัวอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ปากีสถาน (JTC) ครั้งที่ 1 ขึ้น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2556 ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายยรรยง พวงราช) เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย ทั้งสองฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็นด้านเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองประเทศ รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน โดยกระทรวงพาณิชย์มีบทบาทหลัก ในการเร่งผลักดันให้การค้าขยายตัวตามเป้าหมายของรัฐบาล เช่น
อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ไทยและปากีสถานตกลงที่จะขยายความร่วมมือในด้านการจัดหาวัตถุดิบอัญมณีในปากีสถาน เนื่องจากเห็นว่า ปากีสถานเป็นแหล่งแร่ที่มีคุณภาพดี เช่น ทับทิบ แซฟไฟร์ มรกต โกเมน และควอตซ์ เป็นต้น ประกอบกับไทยมีความรู้ด้านการแปรรูปอัญมณี ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ดังนั้นการร่วมมือกันในส่วนของการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจะส่งผลดีแก่ทั้งสองฝ่ายในการขยายตลาดและมูลค่าทางการค้าระหว่างกัน ต่อหน้า 2 ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ไทยต้องการมีความร่วมมือกับปากีสถานในด้านพัฒนาการผลิตและการตลาดอาหารฮาลาลให้เป็นมาตรฐานสากล เพื่อขยายตลาดอาหารฮาลาลไปยังปากีสถานและกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางและเอเชียกลาง นอกจากนั้น ไทยจะได้ประโยชน์จากการขยายการส่งออกเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตอาหารฮาลาลไปปากีสถานได้เพิ่มขึ้น ซึ่งในปี 2012 ไทยได้ส่งออกเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมไปปากีสถาน มีมูลค่า 73 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
การประมง ปากีสถานเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ โดย ในปี 2555 ไทยนำเข้าสินค้าในส่วนของประมงเป็นมูลค่า 28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ ไทยมีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในการถนอมอาหาร จึงต้องการเข้าไปลงทุนจัดตั้งโรงงานแปรรูปและแช่แข็งสินค้าประมงในปากีสถาน การร่วมมือทางเทคโนโลยีของไทยและทรัพยากรจากปากีสถาน จะส่งเสริมผลประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมาก
เทคโนโลยีการเกษตร ไทยยินดีให้ความร่วมมือกับปากีสถานในด้านเทคโนโลยีการเกษตรในด้านการปลูกฝ้ายและผลไม้เมืองร้อน เนื่องจากไทยมีเทคโนโลยีทางด้านการเกษตรที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้กับสินค้าเกษตรที่สำคัญของปากีสถาน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์รวมทั้งขยายการค้าการลงทุนระหว่างไทยและปากีสถานให้เพิ่มยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถใช้กลไกการประชุม JTC เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
ไทยให้ความสำคัญในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับตลาดใหม่ โดยกระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการตั้งสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครการาจี เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจไทยในการขยายการค้าและการลงทุนในปากีสถาน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ ในการสนับสนุนให้การค้าการลงทุนระหว่างไทยและปากีสถานขยายตัวได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล
|






![]() | Today | 740 |
![]() | All days | 740 |
Comments