| ไทยและภูฏานตกลงความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกัน |
|
|
|
| Monday, 09 September 2013 09:20 | |||
|
ไทยและภูฏานมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดทั้งในระดับราชวงศ์และประชาชน ที่ผ่านมา รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้พยายามกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2556 ไทยได้จัดการประชุมร่วมกับภูฏานเพื่อจัดทำร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ (Trade and Economic Cooperation Agreement between Thailand and Bhutan) จนประสบความสำเร็จ และปีที่ผ่านมาเมื่อกล่าวถึงภูฏาน ประชาชนคนไทยต่างชื่นชมยินดีในพระกิจวัตรอันงดงามของพระราชวงศ์และประชาชนชาวภูฏาน ซึ่งเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่า "Land of Happiness" เป็นดินแดนที่คนไทยทุกคนใฝ่ฝันจะได้ไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต ความสำคัญของภูฏานมิได้เพียงเท่านั้น แต่ภูฏานยังเป็นประเทศที่มีความสำคัญทางการค้าการลงทุนที่ประเทศไทยไม่ควรมองข้าม เพราะรัฐบาลภูฏานมีนโยบายส่งเสริมการค้าและการลงทุนที่เปิดกว้างมาก และยินดีต้อนรับนักลงทุนจากประเทศไทย ล่าสุด เพื่อเป็นการเร่งติดตามนโยบายขยายการค้าการลงทุนระหว่างประเทศของนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไทยจึงได้จัดให้มีการประชุมร่วมกับภูฏานเพื่อจัดทำร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจขึ้น เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2556 นางพิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ตนและคณะได้ร่วมการประชุมกับภูฏาน ซึ่งประกอบด้วย Mr. Sonam P. Wangdi รองปลัดกระทรวงเศรษฐการของภูฏาน (Joint Secretariat, Ministry of Economic Affairs) เพื่อจัดทำร่างความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจร่วมกัน โดยมีสาระสำคัญของความตกลงฯ ครอบคลุมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน การอำนวยความสะดวกทางการค้า การท่องเที่ยว ก่อสร้าง สุขภาพและการรักษาพยายาล การศึกษา พลังงาน โลจิสติกส์ รวมทั้งการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและเล็ก ตลอดจนมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee) เพื่อเป็นเวทีในการทบทวนพัฒนาการด้านการค้าและการลงทุน รวมทั้งหารือถึงแนวทางขยายการค้าระหว่างกัน โดยคาดว่าความตกลงฯ จะมีการลงนามภายในปลายปี 2556 หรือต้นปี 2557
ต่อหน้า 2 นางพิรมล กล่าวว่า ถึงแม้ภูฏานจะเป็นประเทศเล็ก ไม่มีทางออกทะเล แต่เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทย มีการนำเข้าสินค้าไทยเป็นมูลค่าเฉลี่ยปีละ 150,000 เหรียญสหรัฐ และในปี 2556 การส่งออก จากไทยไปภูฏาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 98.97 นอกจากนั้น ภูฏานยังเป็นประเทศที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนใน หลายกิจการ รวมถึงกิจการที่รัฐบาลดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การพัฒนาส่งออกพลังงานน้ำ ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ การพัฒนาศูนย์การศึกษาในประเทศ ศูนย์ผลิตพืชออแกนิค ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ ภูฏานได้มีความตกลง FTA กับหลายประเทศ อาทิ อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน เป็นต้น เป็นสมาชิก ความตกลงการค้าเสรีระดับภูมิภาค เช่น SAARC และ BIMSTEC จึงนับว่าภูฏานเป็นประเทศที่ยังมีโอกาสให้นักลงทุนของไทยเข้าไปลงทุนและทำการค้ากับภูฏาน เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่ภูฏานได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีเหล่านั้น
"โอกาสของประเทศไทย คือ การขยายการค้าการลงทุนไปตั้งในภูฏาน เพื่อใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีตาม FTA ที่ภูฏานมีกับคู่เจรจาสำคัญๆ ในเอเชียใต้ ได้แก่ อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ซึ่งจะง่ายกว่าการไปตั้งธุรกิจในประเทศเหล่านั้น นอกจากนี้ โครงการใหญ่ที่สำคัญกำลังจะเปิดรับนักลงทุนต่างชาติ คือ โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 10,000 เม็กกะวัตต์ และจะขยายเป็นอีก 3 เท่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อส่งไปขยายต่อยังอินเดียและประเทศเพื่อนบ้าน (ขณะนี้มีอินเดียเป็นนักลงทุนรายใหญ่) โอกาสยังเปิดกว้างสำหรับธุรกิจบริการอื่นๆ ที่ไทยมีจุดแข็ง คือ ด้านดูแลสุขภาพ การศึกษา การท่องเที่ยว รีสอร์ต ร้านอาหาร และธุรกิจบริการในด้านอื่นๆ" นางพิรมล กล่าว
ในปี 2556 ภูฏานเป็นคู่ค้าอันดับที่ 153 ของไทย ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา (2551-2555) การค้ารวมเฉลี่ยมีมูลค่า 12.10 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 134 ของไทย มีมูลค่าเฉลี่ย (2551-2555) 11.94 ล้านเหรียญสหรัฐ และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับที่ 180 ของไทย มีมูลค่าเฉลี่ย (2551-2555) 0.15 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออกไปภูฏาน ได้แก่ สิ่งทอ รถยนต์และอุปกรณ์ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผ้าผืน เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เป็นต้น สินค้านำเข้าจากภูฏานที่สำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และสิ่งพิมพ์ เป็นต้น
|






![]() | Today | 813 |
![]() | All days | 813 |
Comments