| สหรัฐปลื้มความร่วมมือไทย ดูแลทรัพย์สินทางปัญญาได้ดี |
|
|
|
| Thursday, 12 September 2013 14:56 | |||
|
เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเข้าพบรองนายกฯและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของไทย เดินหน้ากระชับสัมพันธ์ทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา นางคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีต่อการรับตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งหารือกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพราะความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ตลอด 180 ปีที่ผ่านมา สามารถเป็นเครื่องยืนยันถึงการเป็นมิตรประเทศที่ดีระหว่างกันมายาวนานได้เป็นอย่างดี
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ได้เห็นพ้องกันว่าภาครัฐทั้งสองฝ่ายควรร่วมมือกันทำงานในเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งควรมีการจัดประชุม Trade and Investment Framework Agreement (TIFA) Joint Council เป็นประจำต่อเนื่องทุกปี และ สหรัฐฯ ยังสนใจความคืบหน้าในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลง TPP ของไทย ซึ่งไทยกำลังดำเนินการตามขั้นตอนภายในประเทศ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งดำเนินการขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
“ซึ่งกระบวนการทั้งหมด น่าจะเสร็จสิ้นในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า ทางฝ่ายไทยเราจึงได้ขอให้สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกดังกล่าวต่อไป”
นอกจากนี้ ไทยยังได้ขอให้รัฐบาลสหรัฐฯ และรัฐสภาสหรัฐฯ เร่งดำเนินการต่ออายุโครงการสิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) ที่ได้หมดอายุลงแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 เพื่อที่ไทยจะได้ขยายการส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดตลาดให้นำเข้าผลิตภัณฑ์หนังจระเข้สายพันธุ์ไทยของสหรัฐฯ และการพิจารณาถอดถอนรายชื่อประเทศไทยและรายการสินค้าออกจากรายงานการค้ามนุษย์และบัญชีรายการที่ผลิตโดยใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับของสหรัฐฯ
ด้าน นางคริสตี้ เคนนี่ย์ ได้ชื่นชมการรณรงค์คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการให้ความสำคัญในการปฏิรูประบบศุลกากรของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวแคมเปญ "Keep It Real รักจริง ซื้อของจริง" ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่เป็นการรณรงค์เพื่อต่อต้านการละเมิดสินค้า IP บนรถไฟฟ้า BTS กับในส่วนของการปฏิรูประบบศุลกากร ซึ่งไทยมีเวลาอีก 2 ปี ในการเตรียมพร้อมรองรับการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 โดยอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ
นางพิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าพบครั้งนี้ทางสหรัฐฯ ต้องการให้ไทยเปิดตลาดเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ โดยเร่งปรับค่าปริมาณการตกค้างสูงสุดในอาหาร (MRLs) สำหรับ Ractopamine ในเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องตามมาตรฐาน CODEX โดยขอให้ไทยคำนึงถึงข้อกังวลจากภาคเอกชนสหรัฐฯ ด้วย พร้อมทั้งเสนอที่จะให้ความช่วยเหลือไทยในเรื่องทคโนโลยีการเกษตรอย่าง farming technology และ agricultural productivity แก่ไทย ซึ่งสหรัฐฯ จะส่งเสริมให้มีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในการทำวิจัยร่วมกันต่อไป
ปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 5 ของไทย โดยไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ มาทุกปี ในปี 2555 การค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ มีมูลค่า 35,306 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มูลค่า 22,785.90 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่นำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 12,520.10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ มูลค่า 10,265.80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
|






![]() | Today | 685 |
![]() | All days | 685 |
Comments