| เผยเจรจา ‘FTAไทย-เปรู’สำเร็จ มั่นใจช่วยเพิ่มการค้าและธุรกิจ |
|
|
|
| Monday, 07 October 2013 18:56 | |||
|
ไทยจับมือเปรู ประกาศความสำเร็จในการเจรจาความตกลงการค้าเสรี มั่นใจจะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์เศรษฐกิจและการค้ามากขึ้น และเล็งเป็นจุดเชื่อมโยงพันธมิตรโพ้นมหาสมุทรแปซิฟิกด้วย
ในโอกาสที่ประธานาธิบดีของเปรูเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4-5 ตุลาคม ที่ผ่านมา นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ได้พบปะและหารือกับ นายโอยันตา อุมาลา ตัสโซ ประธานาธิบดีของเปรู ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองระหว่างกันแล้ว ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศ ยังได้ร่วมกันประกาศความสำเร็จการเจรจาความตกลงการค้าเสรี ไทย-เปรู ที่ครอบคลุมทุกด้าน (comprehensive agreement) ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนร่วมกันด้วย
โดยนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้เข้าร่วมการหารือในครั้งนี้ด้วย ได้เปิดเผยว่า ความตกลงการค้าเสรี ไทย-เปรู เป็นความตกลงที่มีเนื้อครอบคลุมรอบด้าน ทั้งเรื่องการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน กฎเกณฑ์ทางการค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ เช่น การส่งเสริมการค้าและการลงทุน SMEs การเกษตร ประมง ป่าไม้ และอาหาร การบริการและการท่องเที่ยว พลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น
“หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ประเทศ จะรวบรวมผลการเจรจาที่ผ่านมาทั้งหมดจัดทำเป็นความตกลงฉบับสมบูรณ์ รวมทั้งดำเนินกระบวนการภายในที่จำเป็นก่อนที่จะมีการลงนามบังคับใช้ความตกลงต่อไป”
ด้าน นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ รักษาการปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เปรูเป็นประเทศแรกในทวีปอเมริกาใต้ที่ไทยจัดทำความตกลงการค้าเสรีร่วมกัน โดย 2 ประเทศได้ตกลงเริ่มลดภาษีสินค้าส่วนแรกจำนวนร้อยละ 70 ของรายการสินค้าแล้วตั้งแต่ปี 2554 และได้เจรจาเพิ่มเติมเพื่อจัดทำความตกลงในส่วนที่เหลือให้มีความสมบูรณ์ในวันนี้ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ทางความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศที่เป็นพันธมิตรโพ้นมหาสมุทรแปซิฟิก และคาดว่าทั้ง 2 ประเทศจะใช้ความตกลงฉบับนี้เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงระหว่างกันทั้งในระดับประชาชน ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการเป็นศูนย์กลางของของภูมิภาคของทั้งสองประเทศ
นางจินตนา ชัยยวรรณาการ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้ข้อมูลว่า หลังจากที่ไทยและเปรูเริ่มเร่งลดภาษีส่วนแรกในปี 2554 การค้าในปีนั้นได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 25 มีมูลค่าการค้ารวมมากกว่า 762 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยมีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออกตามการเร่งลดภาษีส่วนแรกรวมมูลค่า 12 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ โทรทัศน์สี ลูกฟุตบอล ถุงยางคุมกำเนิด และแบตเตอรี่ปฐมภูมิ เป็นต้น ขณะที่ไทยมีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการนำเข้าตามการเร่งลดภาษีส่วนแรกมูลค่า 266 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่และหัวแร่ สังกะสี หมึกกระดอง และองุ่นสด เป็นต้น
|






![]() | Today | 688 |
![]() | All days | 688 |
Comments