| เอเปคเห็นพ้องหนุนเจรจา WTO ดันเป้าหมายเปิดเสรี ในปี 2563 |
|
|
|
| Friday, 11 October 2013 18:51 | |||
|
เผยที่ประชุมเอเปคเห็นพ้องหนุนการประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 9 เพื่อผลักดันการเจรจารอบโดฮาให้เดินหน้า พร้อมเน้นการบรรลุเป้าหมายโบกอร์ เพื่อเปิดเสรีการค้าการลงทุนในภูมิภาค ภายในปี 2563
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการร่วมประชุมรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 4-5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ เมืองบาหลี ประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย รัฐมนตรีด้านการค้าได้ประชุมหารือถึงเรื่องการเจรจาในองค์การการค้าโลก (WTO) รอบโดฮา โดยเอเปคต้องการให้การประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 9 (MC 9) เดือนธันวาคมนี้ ณ บาหลี ประสบผลสำเร็จ โดยมี “Bali Package” คือสามารถมีข้อตกลงในบางเรื่องได้ก่อน เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้าเกษตร และประเด็นผลประโยชน์ของประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs)
“ซึ่งไทยพร้อมร่วมผลักดันให้การประชุม MC 9 สำเร็จ เพราะมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้การเจรจารอบโดฮาเดินหน้าและบรรลุผล โดยไทยเรียกร้องให้สมาชิกแสดงความยืดหยุ่นในการเจรจา เพื่อลดช่องว่างระหว่างท่าทีที่แตกต่างกันลงมา”
นายนิวัฒน์ธำรง ระบุว่าประเด็นหลักของปี 2556 ประกอบไปด้วยเรื่องการบรรลุเป้าหมายโบกอร์ เพื่อเปิดเสรีการค้าการลงทุนในภูมิภาค ภายในปี 2563โดยเน้นการเจริญเติบโตอย่างเท่าเทียม ลดช่องว่างการพัฒนาของสมาชิก เช่น มาตรการภาษี มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (NTMs) และการร่วมกันต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้าทุกรูปแบบ รวมถึงการลดภาษีสินค้าสิ่งแวดล้อม ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 5 ภายในปี 2558 ซึ่งไทยเห็นว่าปัจจุบันมีการนำ NTMs มาใช้เพื่อกีดกันทางการค้า จึงหนุนให้มีกลไกเสริมสร้างความโปร่งใสของ NTMs เพื่อให้การนำมาใช้มีเหตุผลอันชอบธรรม และเกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อการค้า รวมทั้งสนับสนุนเรื่องการลดภาษีสินค้าสิ่งแวดล้อมของเอเปค 54 รายการ ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 5 ภายในปี 58 ด้วย
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า อีกเรื่องคือการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยความเท่าเทียม เน้นความสำคัญบทบาทของสตรี และ SMEs รวมทั้งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของสตรีในระบบเศรษฐกิจ การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของ SMEs รวมถึงเรื่องความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และสาธารณสุข ซึ่งไทยได้สนับสนุนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในเวทีเอเปค ความมั่นคงด้านน้ำ พร้อมทั้งยืนยันให้ที่ประชุมทราบว่ารัฐบาลไทยมีแผนการลงทุนบริหารจัดการน้ำ และสนับสนุนให้เอเปคเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการน้ำให้มากขึ้น เพื่อความมั่นคงด้านน้ำในภูมิภาค และการพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวเสริมว่า สุดท้ายคือเรื่องส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยเอเปคมีการจัดทำกรอบความเชื่อมโยงของเอเปค ใน 3 ด้าน คือ กายภาพ สถาบัน และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน โดยในปีหน้า จะมีการหารือในรายละเอียดเพื่อกำหนดแผนงานการทำงานในแต่ละเรื่องต่อไป ซึ่งไทยพร้อมที่จะสนับสนุนการเชื่อมโยงในภูมิภาค รวมทั้งสนับสนุนด้านความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของเอเปค เพื่อนำไปสู่การลดต้นทุน โลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศและภูมิภาคเอเปค.
|






![]() | Today | 746 |
![]() | All days | 746 |
Comments