| จีนเปิดให้บริการธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินหยวนและเงินบาท |
|
|
|
| Monday, 06 January 2014 14:49 | |||
|
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครคุนหมิง รายงานว่า ปัจจุบันในนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน มีธนาคารที่ให้บริการธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างเงินหยวน/บาท อยู่ 6 แห่ง และธนาคารพาณิชย์ของไทย 1 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย) และจากการที่ไทยและจีนได้มีการหารือเรื่องการยกเว้นการทำวีซ่าระหว่างกัน ส่งผลให้ความต้องการเงินบาทของไทยมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก และเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2556 ทางธนาคารฟู่เตียนซึ่งเป็นธนาคารหลักของมณฑลยูนนานได้ออกประกาศเปิดให้บริการธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินเงินหยวน/เงิน อย่างเป็นทางการ ส่วนเอกสารที่จำเป็นในการใช้ประกอบการทำธุรกรรม มีเพียงการยื่นแสดงบัตรประชาชน อีกทั้งการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตรานี้สามารถดำเนินการได้ทั้งส่วนบุคคลและนิติบุคคล
การเปิดให้บริการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินหยวน/บาท ของธนาคารในมณฑลยูนนาน โดยเฉพาะธนาคารฟู่เตียน เพื่อเป็นการรองรับความต้องการเงินบาทของไทยที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทางการศึกษาของนักเรียน การท่องเที่ยว และทำธุรกิจภายในประเทศจีน ภายใต้ระบบ China Foreign Exchange Trade System (CFETS) ผ่านตลาด Inter Bank โดยธนาคารฯ ได้ออกระเบียบการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของทั้งมณฑลว่า ประชาชนทั่วไปสามารถที่จะทำการแลกเปลี่ยนเงินหยวน/คน/ปี ได้สูงสุดเพียง 50,000 เหรียญสหรัฐ และเจ้าหน้าที่ธนาคารฯ จะเป็นผู้ตรวจสอบยอดคงเหลือที่สามารถทำการแลกเปลี่ยนเงินตราได้ของลูกค้า ซึ่งในการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินหยวนจะไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีการกำหนดให้พื้นที่ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงและมณฑลยูนนานเป็น “เขตนำร่องการปฏิรูปภาคการเงินตามแนวชายแดน” ซึ่งในเขตพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นจุดทดลองการชำระเงินด้วยสกุลเงินหยวนสำหรับการทำการค้าระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียน ทำให้มีการคาดการณ์ว่าในอีก 5 ปีที่จะถึงนี้ ทั้งมณฑลยูนนานและเขตฯ กว่างซีจ้วงจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยม และมีปริมาณการทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินหยวนในการทำการค้าระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียนมากที่สุดอีกพื้นที่หนึ่งของประเทศจีน
นางชไมพร เจือเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครคุนหมิง กล่าวว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มากกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกจากมณฑลยูนนานมีจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการการแลกเงินบาทไทยที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งในแต่ละปี จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากนครคุนหมิงมายังประเทศไทยราว 15,000 คน โดยแต่ละคนเฉลี่ยใช้จ่ายประมาณ 2,000 หยวน หรือ 330 เหรียญสหรัฐ และนักท่องเที่ยวส่วนมากจะต้องทำการแลกเปลี่ยนเงินผ่านทางตลาดมืด หรือแลกกับบริษัททัวร์ท้องถิ่น เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย นอกจากนี้การที่ไทยและจีนได้มีการหารือเรื่องการยกเลิกการทำวีซ่าผ่านเข้า-ออก ระหว่างกันในอนาคตอันใกล้นี้ จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นและเพิ่มความต้องการเงินบาทของไทยในพื้นที่ด้วย
ในปี 2555 ที่ผ่านมา ธนาคารฟู่เตียน ใช้เงินลงทุนกว่า 311 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการดำเนินการเกี่ยวกับใช้เงินหยวนชำระค่าสินค้าและบริการระหว่างประเทศ ต่อมาในเดือนกันยายน 2556 ทางธนาคารมียอดมูลค่าการแลกเปลี่ยนเงินระหว่างสกุลเงินหยวน/บาทราว 54 ล้านหยวน (ปริมาณการแลกเปลี่ยนเงินจากศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเงินตรานครเซี่ยงไฮ้) ในขั้นตอนต่อไปจะครอบคลุมถึงเงินตราของประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ เงินดองของเวียดนาม เงินจ๊าดของพม่า เงินเรียลของกัมพูชา เป็นต้น เพื่อสร้างและยกระดับความสัมพันธ์การค้าที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างจีน (ตอนใต้) และประเทศอาเซียน
ทั้งนี้ ในการทำธุรกรรมเงินหยวนกับจีนตอนใต้ จะเป็นทางเลือกใหม่ในการชำระเงินให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อลดการพึ่งพิงเงินเหรียญสหรัฐ และเงินยูโรที่มีความพันผวน เพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับจีน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไทยที่ทำการค้ากับจีน ควรศึกษาทางเลือกใหม่ในการชำระด้วยเงินหยวน/บาท โดยเปรียบเทียบผลดีผลเสีย ต้นทุน ความเสี่ยงในด้านต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกรูปแบบในการชำระเงินด้วย อีกทั้ง รูปแบบการปกครองของจีนนั้นกระจายการบริหารงานจากส่วนกลาง และให้อิสระในการปกครองแก่มณฑลต่างๆ พอสมควร ที่อาจทำให้ข้อบังคับบางประการแตกต่างไปจากกฎหมายและกฎระเบียบของรัฐบาลกลาง
|






![]() | Today | 1114 |
![]() | All days | 1114 |
Comments