| ส่งออกไทยปีแพะโตเพียง1% แนะระวังความเสี่ยงค่าเงินเพิ่มเติม |
|
|
|
| Thursday, 26 February 2015 10:46 | |||
|
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics มองการส่งออกปี 2558 โตเพียงร้อยละ 1 จากปัญหารุมเร้าทั้งเศรษฐกิจคู่ค้าเติบโตช้า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำ และโครงสร้างสินค้าส่งออก สินค้าดาวเด่น ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องดื่ม เครื่องจักรกล และข้าว แต่ต้องจับตามองความเสี่ยงค่าเงินเป็นพิเศษในปีนี้
การส่งออกไทยจบปี 2557 ด้วยการหดตัวร้อยละ 0.4 ใกล้เคียงกับตัวเลขที่ศูนย์วิเคราะห์ฯ ได้คาดการณ์ไว้ที่หดตัวร้อยละ 0.5 การหดตัวในปีก่อนทำให้ภาคการส่งออกไทยต้องบันทึกสถิติการหดตัวติดต่อกัน 2 ปีซ้อนเป็นครั้งแรก สวนทางกับประเทศสมาชิกอาเซียน อาทิ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนามที่การส่งออกขยายตัวในแดนบวก สำหรับการส่งออกในปี 2558 เปิดตัวได้ไม่สวยหรูนัก หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเดือนมกราคมว่ามีการหดตัวร้อยละ 3.5 (ศูนย์วิเคราะห์ฯคาดการณ์หดตัวร้อยละ 2.9) เป็นผลมาจากการหดตัวของสินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง และน้ำมันสำเร็จรูป (รวมสัดส่วน 30.5 ของส่งออกรวม) สาเหตุจากตลาดหลักส่วนใหญ่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง และส่วนหนึ่งมาจากเทศกาลตรุษจีนที่เหลื่อมกันกับปีก่อน สินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะ และอาหาร (รวมสัดส่วน 37.7 ของส่งออกรวม)ด้านตลาดสหรัฐฯ และ CLMV เติบโตดี ขณะที่ตลาดจีน ญี่ปุ่น ยุโรป และอาเซียน5 ยังคงหดตัว ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่า การส่งออกในปี 2558 จะเติบโตเพียงร้อยละ 1 จากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลักที่ยังเติบโตเชื่องช้า ทั้ง ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะหมวดปิโตรเลียมที่ลดลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อน และปัญหาโครงสร้างสินค้าส่งออกของไทยเอง
สำหรับมุมมองต่อสินค้าส่งออกในปีนี้ ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่าสินค้าดาวเด่นในปีนี้ จะเป็นสินค้าในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ได้รับปัจจัยบวกมาจากเศรษฐกิจคู่ค้า โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าปีก่อน หมวดเครื่องดื่ม ได้อานิสงส์จากตลาดอาเซียน โดยเฉพาะตลาดเพื่อนบ้านอย่าง CLMV ที่มีการเติบโตสูง หมวดเครื่องจักรกล เติบโตดีในส่วนของเครื่องจักรกลการเกษตร และข้าว จากการเร่งระบายข้าวในคลังของภาครัฐไปแอฟริกา ด้านสินค้าส่งออกที่คาดว่ามีแนวโน้มเติบโตต่ำหรือหดตัว ได้แก่ กลุ่มสินค้าเกษตรที่ราคาหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อนและผลผลิตลดลงจากผลกระทบของภัยแล้ง กลุ่มเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ที่ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันและมูลค่าที่เร่งขึ้นในปีก่อนจากการแข่งขันฟุตบอลโลก กลุ่มเหล็กและผลิตภัณฑ์ มูลค่าส่งออกลดลงตามโครงการลงทุนในประเทศที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มปิโตรเลียม ที่ราคาปรับลดลงมากและเป็นสาเหตุหนึ่งที่การส่งออกไทยในเชิงมูลค่าโตได้ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็น
ตลาดส่งออกที่มีการเติบโตอย่างเด่นชัด ได้แก่ สหรัฐฯ ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดี ตลาด CLMV ที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วกับภาษีนำเข้าที่ทยอยลดลง และตลาดฟิลิปปินส์ ตามความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ในทางกลับกัน ตลาดส่งออกหลักอื่นๆ ล้วนมีปัจจัยกดดันที่แตกต่างกัน ไม่วาจะเป็น เศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัว ค่าเงินเยนอ่อนค่าส่งผลให้สินค้าไทยที่ส่งไปญี่ปุ่นราคาสูงขึ้น และสิทธิ GSP จากยุโรปที่หมดลง
นอกจากผลกระทบของภาคการค้าที่มาจากด้านเศรษฐกิจโลก ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และโครงสร้างสินค้าของไทยแล้ว ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ในปีนี้ธุรกิจส่งออกนำเข้าต้องติดตามเป็นพิเศษ จากข้อมูลล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยปี 2556 พบว่า ผู้ส่งออกและนำเข้าไทยใช้ดอลลาร์สหรัฐ ในการชำระเงินเป็นหลักสูงถึงร้อยละ 80 ของมูลค่าการส่งออกนำเข้าทั้งหมด โดยเหตุการณ์สำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อดอลลาร์สหรัฐ ที่ผู้ประกอบการต้องจับตามองในปีนี้ ได้แก่ หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่จะกลับมาชนเพดานอีกครั้งในเดือนมีนาคม การยืดพักชำระหนี้ของกรีซที่เลื่อนออกไปเป็นเดือนมิถุนายน และการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ทางศูนย์วิเคราะห์ฯ คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งทั้ง 3 เหตุการณ์สำคัญจะส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐผันผวน ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเตรียมแผนรับมือปิดความเสี่ยงด้านค่าเงินที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ เพื่อป้องกันการขาดทุนที่อาจเกิดได้จากอัตราแลกเปลี่ยน
|






![]() | Today | 854 |
![]() | All days | 854 |
Comments