| บมจ.เถ้าแก่น้อยเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 3 ธ.ค. นี้ |
|
|
|
| Wednesday, 02 December 2015 16:57 | |||
|
บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายแบรนด์ "เถ้าแก่น้อย" พร้อมซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ 3 ธ.ค. นี้ ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 5,520 ล้านบาท ดร. สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ในวันที่ 3 ธันวาคม 2558 โดย TKN ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายภายใต้ตราสินค้า "เถ้าแก่น้อย" โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก 4 ประเภท ได้แก่ สาหร่ายทอด สาหร่ายย่าง สาหร่ายเทมปุระ และสาหร่ายอบ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ข้าวโพดอบกรอบ ภายใต้ชื่อ "เถ้าแก่ป็อบ" โดยมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในประเทศผ่านหลากหลายช่องทาง รวมถึงร้านจำหน่ายขนมขบเคี้ยวของบริษัทชื่อ "เถ้าแก่น้อยแลนด์" และยังมีการส่งออกไป 35 ประเทศทั่วโลก TKN มีทุนชำระแล้ว 345 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 1,020 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 360 ล้านหุ้น โดยเสนอหุ้นเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนทั่วไป (IPO) เมื่อวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2558 ในราคาหุ้นละ 4.00 บาท มูลค่าระดมทุน 1,440 ล้านบาท ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 5,520 ล้านบาท โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) เปิดเผยว่า การนำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตของบริษัทฯ โดยจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนขยายกำลังการผลิตที่โรงงานแห่งใหม่ ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ รวมถึงจะนำไปใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานแห่งเดิม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน TKN มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวพีระเดชาพันธ์ 73.91% นางสาวพิชญ์สินี เสรีวิวัฒนา 1.20% และกลุ่มครอบครัวแก้วสว่าง 0.96% ทั้งนี้ การกำหนดราคา IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 16.42 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสย้อนหลัง (1 ตุลาคม 2557-30 กันยายน 2558) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.24 บาท ทั้งนี้ บริษัทฯมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่าอัตราร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และเงินสำรองตามกฎหมายจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายของ บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า "จำนวนหุ้นไอพีโอของ TKN ที่เสนอขายมีจำนวน 360 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 0.25 บาท ราคาหุ้นไอพีโอ 4.00 บาท หลังจากที่เปิดให้จองซื้อวันแรกก็จำหน่ายหมด ทำให้บริษัทฯ ระดมเงินทุนได้ถึง 1,440 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้จะใช้สร้างโรงงานใหม่ และจัดซื้อเครื่องจักร รวมถึงใช้เป็นทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ ต้องยอมรับว่าหุ้น TKN เป็นหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจสูงมาก เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดี วันนี้ก็ได้ฤกษ์ดีที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ มั่นใจว่าหุ้นTKN จะเป็นหุ้นที่น่าจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีมาก" ทั้งนี้บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มีผลการดำเนินงานที่เติบโตโดดเด่น โดยล่าสุดในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่มกราคม - กันยายน 2558 TKN มีรายได้จากการจำหน่าย 2,519 ล้านบาท เติบโต 35% และมีกำไรสุทธิ 245 ล้านบาท เติบโตขึ้น 128% จากช่วง 9 เดือนแรกของปีก่อน ในขณะที่ปี 2557 มีรายได้จากการจำหน่ายรวม 2,695 ล้านบาท กำไรสุทธิ 199 ล้านบาท และปี 2556 มีรายได้จากการจำหน่ายรวม 2,716 ล้านบาท กำไรสุทธิ 128 ล้านบาท. ผู้ลงทุนและผู้สนใจ โปรดดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ www.taokaenoi.co.th และที่เว็บไซต์ www.set.or.th
|






![]() | Today | 764 |
![]() | All days | 764 |
Comments