| กลุ่มทีพีไอ โพลีน เปิดอาณาจักรใหม่โรงไฟฟ้าจากขยะ |
|
|
|
| Friday, 27 January 2017 10:39 | |||
|
กลุ่มทีพีไอ โพลีน เปิดอาณาจักรธุรกิจโรงไฟฟ้าพลัง งานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง ของ ‘บมจ. ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์’ หรือ ‘TPIPP’ ในจังหวัดสระบุรี ที่กำลังเดินหน้าเข้าระดมทุนในต ลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในไต รมาส 1 ของปีนี้ เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างทาง ธุรกิจและการเงินของกลุ่มทีพีไอ โพลีน ด้านผู้บริหารระบุปัจจุบันมีโรง ไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิช ย์แล้ว 4 โรง และอยู่ระหว่างลงทุนขยายโรงไฟฟ้ าเพิ่มขึ้นอีก 3 โรง คาดว่าจะแล้วเสร็จทยอยเปิดดำเนิ นการเชิงพาณิชย์ หรือ COD (Commercial Operation Date) ภายในปีนี้ ส่งผลให้มีกำลังการผลิตติดตั้งร วมเพิ่มขึ้นจาก 150 MW ในปัจจุบัน เป็น 440 MW
นายประเสริฐ อิทธิเมฆินทร์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบัญชีและการเงิน ของ TPIPL ในฐานะบริษัทแม่ของ TPIPP เปิดเผยว่า TPIPL วางแผนนำ TPIPP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่มุ่งเน้นก ารดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยเน้นพลังงานหมุนเวียนที่สะอา ด อาทิเช่น พลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ พลังงานความร้อนทิ้ง ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถระดมทุนโด ยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุ นให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ ในไตรมาส 1 ของปีนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับโครง สร้างทางธุรกิจของกลุ่ม แบ่งแยกธุรกิจโรงไฟฟ้าจากบริษัท แม่ให้ชัดเจน และเพื่อปรับโครงสร้างทางการเงิ น โดยลดภาระหนี้สินของกลุ่มทีพีไอ โพลีน อีกทั้ง TPIPP จะสามารถระดมทุนผ่านตลาดทุนและต ลาดเงิน ส่งผลให้มีช่องทางการระดมทุนเพิ่ มขึ้น ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง และเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจ ในอนาคต นอกจากนี้ยังสามารถสะท้อนมูลค่า กิจการที่แท้จริงของ TPIPP ซึ่งถือหุ้นโดย TPIPL ด้วย เนื่องจากราคาหุ้นของ TPIPP จะมีราคาตลาดอ้างอิงที่ชัดเจน
ด้านนายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน TPIPP กล่าวว่า ปัจจุบันTPIPP มีโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจาก ขยะ และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่เดี ยวกันกับโรงงานปูนซีเมนต์ของบริ ษัทแม่ใน จ. สระบุรี ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ วจำนวน 4 โรง มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 150 MW และอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟ ฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 3 โรง ซึ่งคาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จ และเริ่ม COD ภายในปีนี้ โดยจะมีกำลังการผลิตติดตั้งรวมเ พิ่มขึ้นอีก 290 MW ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขย ะ กำลังการผลิตติดตั้ง 70 MW โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน-พลังงาน เชื้อเพลิงจากขยะ กำลังการผลิตติดตั้ง 70 MW และโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน กำลังการผลิตติดตั้ง 150 MW ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะส่ งผลให้ TPIPP มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้ นเพิ่มขึ้นเป็น 440 MW
ในส่วนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังง านเชื้อเพลิงจากขยะ กำลังการผลิตติดตั้ง 70 MW มีความคืบหน้าตามแผนงานที่ วางไว้ โดยเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ TPIPP จะนำไฟฟ้าที่ผลิตได้ไปรวมกั บไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าพลั งงานความร้อนทิ้งกำลังการผลิต 30 MW เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้ าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 90 MW โดย TPIPP จะได้รับส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟ ฟ้า (Adder) ที่ 3.50 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี
ส่วนโรงไฟฟ้าอีก 2 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างนั้น เมื่อแล้วเสร็จจะจำหน่ายไฟฟ้ าให้แก่ TPIPL ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ในอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดียวกั บที่ TPIPL ซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภา ค (กฟภ.)
นายวรวิทย์ เลิศบุษศราคาม รองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายโรงงาน TPIPP กล่าวว่า สำหรับโรงไฟฟ้าทั้ง 4 โรงในปัจจุบัน มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 150 MW ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขย ะ 2 โรง กำลังการผลิตติดตั้ง 20 MW และ 60 MW ซึ่งตามข้อมูลของ AWR Lloyd ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้ อเพลิงจากขยะที่ใหญ่ที่สุ ดในประเทศไทย โดยปัจจุบันมี กฟผ. เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจำนวน 73 MW (ได้รับ Adder ที่ 3.50 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง อีก 2 โรง กำลังการผลิตติดตั้ง 40 MW และ 30 MW โดยมี TPIPL เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า (ในอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ TPIPL ซื้อไฟฟ้าจาก กฟภ.)
ในส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน-พ ลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ กำลังการผลิตติดตั้ง 70 MW ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถูกออ กแบบให้มีความพิเศษ เพราะสามารถใช้ได้ทั้งถ่านหิน และเชื้อเพลิงจากขยะ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยกรณีที่โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อ เพลิงจากขยะโรงอื่นๆ จำเป็นต้องหยุดซ่อมบำรุง ก็สามารถใช้โรงไฟฟ้าดังกล่าวผลิ ตไฟฟ้าด้วยพลังงานเชื้อเพลิงจาก ขยะเพื่อจำหน่ายให้แก่ กฟผ. ทดแทนกันได้
“เราได้เตรียมความพร้อมรองรับค วามต้องการใช้เชื้อเพลิ งจากขยะที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากที่ โรงไฟฟ้าแห่งใหม่เริ่ม COD แล้ว โดยบริษัทฯ ได้ลงทุนขยายสถานประกอบการผลิตเ ชื้อเพลิง RDF เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับข ยะจากชุมชน และขยะหลุมฝังกลบ เข้าสู่กระบวนการผลิตเพิ่มขึ้นเ ป็น 6,000 ตันต่อวัน จากเดิม 4,000 ตันต่อวัน ซึ่งจะทำให้ TPIPP สามารถนำขยะมาผลิตเป็นเชื้อเพลิ ง RDF ได้เพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ตันต่อวัน จากเดิม 2,000 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นการเพิ่มความมั่นคงด้าน เชื้อเพลิงจากขยะที่นำมาใช้ผลิต กระแสไฟฟ้า
ด้วยแนวคิด Clean Energy and Clean Up Country กลุ่มทีพีไอโพลีนจึงเป็นผู้บุกเ บิกและเป็นผู้ผลิตโรงไฟฟ้าพลังง านขยะรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย (WTE : Waste to Energy) ทั้งนี้เพื่อช่วยลดปริมาณขยะในป ระเทศที่เกิดขึ้นจำนวนมากในแต่ล ะวัน และยังสามารถลดภาวะเรือนกระจกที่ ส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้ อม” นายวรวิทย์ กล่าว
|






![]() | Today | 828 |
![]() | All days | 828 |
Comments