Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News บล.กสิกรไทยเสริมกำลังรอบทิศเพิ่มความแข็งแกร่งด้านดิจิตอล
บล.กสิกรไทยเสริมกำลังรอบทิศเพิ่มความแข็งแกร่งด้านดิจิตอล PDF Print E-mail
Friday, 27 January 2017 11:17

บล.กสิกรไทย เปิดหน้ากลยุทธ์ปี 2560 เน้นพัฒนาคุณภาพรอบด้าน ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางผนึกกำลังทุกสายงาน มั่นใจสร้างความแข็งแกร่งได้บนสนามธุรกิจหลักทรัพย์ เน้นการพัฒนาคุณภาพบริการและเทคโนโลยีด้านการลงทุน

 

นายธิติ ตันติกุลานันท์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2559 เป็นปีที่สถานการณ์ในตลาดหุ้นไทยมีความผันผวน นักลงทุนมีการชะลอการลงทุนบางช่วง มีความตื่นตัวติดตามข่าวต่างๆที่กระทบต่อตลาดและปรับรูปแบบการลงทุนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  ด้านบล.กสิกรไทยมีการเตรียมความพร้อมในการปรับกลยุทธ์การลงทุนให้กับลูกค้าอยู่เสมอ ทำให้ในปี 2559 ผลประกอบการของบริษัทมีตัวเลขกำไรสุทธิที่ 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ กำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากการที่บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกลงทุนได้ตามรูปแบบการลงทุนของตัวเอง เหมาะกับสถานการณ์ตลาดและสามารถสร้างผลตอบแทนได้เหมาะสม โดยปีที่ผ่านมารายได้จากผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนอื่นๆที่บริษัทฯนำเสนอให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้น 145 % จากปีก่อนหน้า และจากสถานการณ์ตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังทำให้รายได้จากงานวาณิชธนกิจ เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อนหน้าเช่นกัน ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทฯ มีจำนวนบัญชีลูกค้าอยู่ที่ 140,000 บัญชี โดยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 15%

 

ปัจจุบันธุรกิจหลักทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งในเรื่องค่าธรรมเนียม การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อนำเสนอต่อนักลงทุน และการพัฒนาบริการต่างๆเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกทางการลงทุน เพิ่มทางเลือกในการใช้บริการได้มากขึ้น บล.กสิกรไทยจึงได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานและวางจุดยืนของบริษัทในปี 2560 โดยมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคุณภาพรอบด้านเป็นหลัก เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม โดยมีการวางกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาคุณภาพการให้บริการในเชิงลึกและนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนที่ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุดในตลาด ทั้งการเพิ่มศักยภาพการทำงานของระบบหน้าบ้านและหลังบ้านให้สอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมๆไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนำไปใช้เพิ่มศักยภาพของผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนในทุกสถานกาณ์ตลาดได้ เช่น การพัฒนาDW11 รุ่นหยุดเวลา และบริการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ เป็นต้น  เพื่อเป้าหมายสำคัญคือ สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกกลุ่มและทุกสไตล์การลงทุน

 

2.เพิ่มความแข็งแกร่งของงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ รักษาคุณภาพของบทวิเคราะห์และวางเป้าที่จะออกบทวิเคราะห์ครอบคลุมกว่า 130 หลักทรัพย์จากปัจจุบัน 99 หลักทรัพย์ นอกจากนั้น ยังได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Jefferies ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ระหว่างกัน เป็นช่องทางให้บทวิเคราะห์ของบริษัทฯได้รับการเผยแพร่ไปสู่สากล และอาจนำไปสู่การขยายฐานลูกค้าสถาบันในอนาคต 3.การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการลงทุน โดยเน้นการพัฒนาตัวช่วยและฟังก์ชั่นใหม่ของ KS Super Stock เพื่อการลงทุนที่ครบทุกขั้นตอนและ

ใช้งานได้ในทุกอุปกรณ์การลงทุน ณ.ปัจจุบันแอพลิเคชั่นมียอดดาวน์โหลดทั้งสิ้น 130,000 ครั้ง ได้รับการจัดอันดับความพึงพอใจจากผู้ใช้งานอยู่ที่ 4.5 คะแนน และพัฒนา KS Super Portfolio โปรแกรมที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลพอร์ตการลงทุน 3 ปีย้อนหลังได้เชิงลึกพร้อมแนะนำหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ เป็นต้น

 

"เรามองว่าภาวะตลาดในปี 2017 อาจไม่ได้เป็นปีที่ดีมากนัก โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ความผันผวนของเงินบาท และกระแสเงินทุนไหลออก ดังนั้นในแง่ของการให้บริการด้านการลงทุน การมีข้อมูลรอบด้าน ทันต่อสถานการณ์วิเคราะห์ทิศทางได้ วางแผนการบริหารการลงทุนของลูกค้าให้มีประสิทธิภาพได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่บริษัทต้องการมุ่งเน้นในปีนี้ การเข้าถึงข้อมูล การเข้าใจลูกค้า และนำมาปรับให้เข้ากับสถานการณ์และสร้างทางเลือกที่จะเพิ่มผลตอบแทนให้ลูกค้าเพื่อสร้างความพึงพอใจให้ได้ในที่สุดจึงเป็นสิ่งสำคัญ” ธิติกล่าว

 

สำหรับทิศทางตลาดในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2560 ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทยวางกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนเน้นการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อรับมือความผันผวนของตลาดจากแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ กระแสเงินทุนไหลออกและดอกเบี้ยขาขึ้น เน้น Very Selective Buy  หุ้นแข็งแกร่งในกลุ่มนี้ได้แก่ กลุ่มที่จะชดเชยการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ได้แก่กลุ่มพลังงานสายบริษัทต้นน้ำ คือ PTT ,PTTEP และ BANPU  หุ้นที่มีแบรนด์แข็งแกร่งมีศักยภาพสูง สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล คือ BEAUTY , BIG , GLOBAL และ TKN  หุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า คือ MEGA  บล.กสิกรไทยวางกรอบการเคลื่อนไหว ดัชนี SET INDEX ปี 2560 ไว้ที่ 1,360-1,570 จุด PER 13-15 เท่า และให้ Dividend Yield เฉลี่ยที่ 3%

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday747
mod_vvisit_counterAll days747

We have: 746 guests online
Your IP: 216.73.217.48
Mozilla 5.0, 
Today: May 08, 2026

8189600