| GL โชว์กำไรQ4/59ทุบสถิติทำนิวไฮ |
|
|
|
| Tuesday, 14 February 2017 21:26 | |||
|
บมจ.กรุ๊ปลีส ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภู มิภาคเอเชีย รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 4/59 อยู่ที่ 324.4 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็น ไตรมาสที่ 9 ทำให้กำไรทั้งปี 2559 พุ่งขึ้นถึง 1,062.8 ล้านบาท หรือมากกว่า 82% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งกำไรสุทธิดังกล่าวยังสูงกว่ าเป้าหมาย 1,000 ล้านบาท ที่ฝ่ายบริหารได้กำหนดไว้ก่ อนหน้า นายมิทซึจิ โคโนชิตะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้า ที่บริหาร บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) หรือ GL ผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภู มิภาคเอเชีย กล่าวชี้แจงว่า ผลประกอบการในรอบปีที่ผ่ านมาสะท้อนถึงพัฒนาการที่ดีขึ้ นในทุกตลาดที่ GLดำเนินธุรกิจอยู่ และกำไรสุทธิในไตรมาส 4/59 ยังได้เริ่มผนวกส่วนแบ่งกำไรจาก บริษัท Commercial Credit and Finance PLC (CCF) ซึ่ง GL เข้าถือหุ้น 29.99% ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และถึงแม้ว่ากำไรสุทธิในปี 2559 สามารถสร้างสถิติใหม่ก็ตาม นายมิทซึจิยังกล่าวแสดงความมั่น ใจว่าผลประกอบการสำหรับปี 2560 นี้ จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นจากการขย ายตัวของธุรกิจปกติ (organic growth) และจากการควบรวมกิจการใหม่ (M&A) โดย GL จะได้รับส่วนแบ่งกำไรเต็มทั้งปี จากการถือหุ้นใน CCF ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดห ลักทรัพย์ประเทศศรีลังกา โดยคาดว่าผลประกอบการของ CCF ในปีนี้จะมีกำไรสุทธิ 32 ล้านเหรียญสหรัฐหรือมากกว่าที่ ตั้งเป้าไว้เดิม 30 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกเหนือจากเงินลงทุ นในประเทศศรีลังกา ธุรกิจของ GL ในเมียนมาร์จะเดินหน้าเต็มสูบใน ปีนี้หลังจากที่ GL ได้เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของบริ ษัท BG Microfinance Myanmar (BGMM) และได้ทำข้อตกลงพันธมิตรเชิงยุท ธศาสตร์กับนาย Aung Moe Kyaw ผู้นำธุรกิจสุราในเมียนมาร์ซึ่ง เป็นเจ้าของบริษัท Century Finance โดยได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลาง ของเมียนมาร์ในการประกอบธุรกิจไ ฟแนนซ์ นายมิทซึจิ กล่าวชี้แจงว่า บริษัท BGMM ซึ่งขณะนี้มีสาขากว่า 30 แห่งทั่วประเทศได้ตั้งเป้าปล่อย เงินกู้รายย่อยยอดเงินรวมประมาณ 50 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ ในขณะที่บริษัทร่วมทุนอีกแห่ งหนึ่งระหว่าง GL กับ Century Finance ซึ่งทำธุรกิจบริหารจัดการส่งผ่า นลูกค้าสินเชื่อประเภทต่างๆ ให้กับ Century Finance คาดว่าจะสามารถขยายพอร์ตโฟลิโอไ ด้ถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐเช่นกัน ซึ่งหากสามารถทำได้ตามเป้าของทั้ ง 2 แห่ง ยอดสินเชื่อทั้งสิ้นในประเทศเมี ยนมาร์ในปีนี้จะมีมูลค่ารวม 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะเดียวกัน GL Finance Indonesia (GLFI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในอินโดนี เซียก็เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างแ ข็งแกร่ง โดยนายมิทซึจิคาดว่าพอร์ตสินเชื่ อในอินโดนีเซียปีนี้จะมีมูลค่าป ระมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อเพื่อการ บริโภคและไมโครไฟแนนซ์รูปแบบต่า งๆ โดยกลุ่ม GL ตั้งเป้าว่าบริษัท GLFI สามารถสร้างผลตอบแทนในแง่ ของผลกำไรอย่างมีนัยสำคั ญในระยะยาว เนื่องจากตลาดอินโดนีเซียเป็นตล าดใหญ่ที่สุดในอาเซียนโดยมีประช ากรมากกว่า 250 ล้านคน สำหรับธุรกิจในกัมพูชาซึ่งสามาร ถสร้างผลกำไรแซงหน้าประเทศไทยแล ะกลายเป็นตลาดที่สร้างผลกำไรสูง สุดให้กับกลุ่ม GL นั้น นายมิทซึจิคาดว่า บริษัท GL Finance (GLF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยถือหุ้นโดย GL จะสามารถเพิ่มพอร์ตสินเชื่อได้ป ระมาณ 1 เท่าตัวในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปี สำหรับธุรกิจในกัมพูชานั้นถือว่ าเป็นต้นแบบของความสำเร็จ โดยฝ่ายไอทีของ GL สามารถพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแ นนซ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุ นต่ำ โดยใช้ระบบไอทีและเครือข่ายอินเ ทอร์เน็ตเข้าเสริมประสิทธิภาพกา รให้บริการลูกค้าทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินและอนุมัติเงิ นกู้ไปจนถึงการชำระค่างวดรายเดื อนของลูกค้า ซึ่ง GL ได้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ดั งกล่าวขยายไปใช้ในทุกตลาดที่ GL ดำเนินธุรกิจอยู่ นายมิทซึจิกล่าวชี้แจงว่า แพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์มีส่ วนสำคัญมากในการช่วยให้ GL สามารถขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภา พสูง ซึ่ง GL ขณะนี้มีธุรกิจอยู่ใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศไทย สิงคโปร์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ อินโดนีเซียและศรีลังกา โดย GL ได้ตั้งเป้าว่าจะขยายไปสู่ตลาดใ หม่อีก 13 ประเทศในทวีปแอฟริกาและยุ โรปตะวันออกภายในปีนี้ ทำให้อาณาจักรธุรกิจครอบคลุมรวม 20 ประทศ ทั้งนี้ถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่ สำคัญในการขยายมุ่งสู่บริษัทชั้ นนำระดับโลก
|






![]() | Today | 1180 |
![]() | All days | 1180 |
Comments