| กูรูทิสโก้ชี้ชัดถึงเวลา“ซื้อสะสม”แม้ดัชนีทะลุเหนือ1,600จุด |
|
|
|
| Friday, 07 July 2017 09:45 | |||
|
กูรูทิสโก้ส่งสัญญาณ “ทยอยซื้อสะสม” มองตลาดหุ้นไทยเตรียมขยับขึ้นตา มหุ้นโลก ชี้ในช่วง1-2เดือนข้างหน้าดัชนี ย่อตัวลง 5-8% พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,550-1,530 จุด ก่อนจะดีดตัวขึ้นในช่วงโค้งท้าย ของปี ระหว่างนั้นแม้ดัชนีทะลุเหนือ 1,600 จุด ยังต้อง “ซื้อตาม” ขณะที่หุ้นนอกให้น้ำหนัก China A Share นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ (Mr.Viwat Techapoonphol, Deputy Managing Director, Head of Technical Analysis, TISCO Securities Co., Ltd) กล่าวถึงภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นในงานสัมมนาTISCO Monthly Guru Updatesว่า ตลาดหุ้นโลกจะปรับตัวลง5-8% ในช่วง1-2 เดือนข้างหน้า ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวันที่ 20ก.ย. 2560 โดยมีสาเหตุจาก 1. Valuation อยู่ในระดับที่แพงแล้ว 2.ที่ผ่านมาตลาดหุ้นอยู่ในภาวะ Overbought ต่อเนื่อง10 เดือนติดต่อกัน 3.เศรษฐกิจที่แปรผกผันกับตลาดหุ้น (Negative Divergence) จากเดิมที่มักเคลื่อนไหวในทิศทา งเดียวกัน และ 4.เข้าสู่ภาวะปิดความเสี่ยง (Risk Off Mode) ของนักลงทุนจากความกังวลในเรื่อ งสภาพคล่องที่จะปรับลดลง และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการปรับลดงบดุลของธนาคารกลาง สหรัฐฯ (Fed) ขณะที่ตลาดหุ้นใน China A-Shares (หุ้นที่จดทะเบียนในสองตลาดหลัก ของจีนคือ Shanghai และ Shenzhen ซื้อขายด้วยสกุลเงินหยวน) ถือเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจมาก จาก Valuation ที่ยังไม่แพงนัก และมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นในอนาคต หลังจากรัฐบาลปักกิ่งพยายามปรับ โครงสร้างทางเศรษฐกิจหลายด้านล่ าสุด MSCI ยังมีการนำหุ้นใน A-Shares เข้ามาคำนวนในดัชนี MSCI Emerging Market Index โดยจะเริ่มคำนวณครั้งแรกในปี 2561 ซึ่งจะส่งผลให้ Fund Flow ไหลเข้าหุ้นจีนมากขึ้น จึงคาดว่าหุ้นจีนจะ Outperform ได้ภายในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ด้านตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตามทิศทางข องตลาดหุ้นโลก แต่เป็นการปรับลดลงอย่างจำกัด โดยให้แนวรับอยู่ที่ 1,550-1,530 จุด จากนั้นดัชนีจะทยอยปรับตัวขึ้นใ นระยะเวลาอีก2เดือนข้างหน้า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาดัชนีหุ้ นไทยยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด โลก (Laggard) โดยในช่วงครึ่งปีแรกให้อัตราผลต อบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ระดั บเพียง2.6% เท่านั้น ถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดในกลุ่ม TIP (Thailand, Indonesia, Philippines) & ASIAขณะที่ผลตอบแทนในตลาดหุ้นเอ เชียปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะกองทุนที่เป็น Asia Pacific ex Japanเช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย ให้อัตราผลตอบแทนสูงถึงประมาณ 14% ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้อัตราผลตอบแทนประมาณ 9% (ยกเว้น NASDAQ ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ13%) ส่วนตลาดหุ้นยุโรปให้ผลตอบแทนปร ะมาณ8-9% ดังนั้น ตลาดหุ้นไทยจึงมีโอกาสOutperfor mในครึ่งปีหลัง จากทิศทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้ นและกระแส Fund Flow ไหลเข้า “หุ้นไทยยัง Laggardอยู่มาก โดยในช่วง4ปีที่ผ่านมาสถานะการซื้ อขายของนักลงทุนต่างชาติยังเป็ นการขายสุทธิ เพราะFund Flowเลือกไหลเข้าไปไต้หวัน อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือในช่วงครึ่ งหลักของปี 2560การลงทุนโครงการต่างๆ ของภาครัฐจะเดินหน้ามากขึ้น เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวัน ออก (EEC) หรือกระทั่งการเลือกตั้งที่มีคว ามชัดเจนมากขึ้น” นายวิวัฒน์ กล่าว ดังนั้น ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.2560 จึงแนะนำให้นักลงทุน “ทยอยซื้อสะสม” โดยมีแนวรับที่ 1,550และ1,530จุด และในช่วงปลายปีหากSETขึ้นทะลุเ หนือ1,600จุด ยังแนะนำให้ “ซื้อตาม” และถือยาว หรือเล่นสั้นขายทำกำไรช่วงก่อนก ารประชุมFedในช่วงต้น ก.ย.หรือ ต้น ธ.ค. 2560โดยให้แนวต้านในระยะนี้ที่ 1,600-1,620จุด และคงเป้าหมายที่ 1,650จุด ในกลุ่มหุ้นเด่นที่อิงนโยบายการ ลงทุนของภาครัฐ เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มโลจิสติกส์ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการ อ่อนค่าของเงินบาท การค้า การส่งออก และหุ้นที่อิงกับการบริโภคในประ เทศ ขณะที่หุ้นต่างประเทศแนะหุ้น China A-Sharesหุ้นญี่ปุ่น และหุ้นใน S&P500 ทั้งนี้ งานสัมนนา TISCO Monthly Guru Updates จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนเพื่อเ ผยแพร่บทวิเคราะห์ และทิศทางการลงทุนเพื่อช่วยให้ลู กค้าคนสำคัญบรรลุเป้าหมายทางการ เงิน นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในก ารเป็น Top Advisory House ของทิสโก้
|






![]() | Today | 1098 |
![]() | All days | 1098 |
Comments