| สี จิ้นผิงสานต่อความฝันจีนก้าวเข้ าสู่ “ยุคใหม่” ขึ้นแท่นผู้นำทรงอิทธิพลสูงสุด |
|
|
|
| Thursday, 02 November 2017 07:31 | |||
|
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ออกบทวิเคราะห์ เรื่อง สี จิ้นผิงสานต่อความฝันจีนก้าวเข้ าสู่ “ยุคใหม่” ขึ้นแท่นผู้นำทรงอิทธิพลสูงสุด โดยระบุว่า · มติเอกฉันท์แต่งตั้งนายสี จิ้นผิงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นวาระที่ 2 พร้อมทั้งบรรจุ “อุดมการณ์สี จิ้นผิง” แนวคิดสังคมนิยมว่าด้วยคุณลักษณ ะเฉพาะสำหรับชาวจีนยุคใหม่ไว้ใน รัฐธรรมนูญพรรค ส่งผลให้นายสี จิ้นผิงกลายเป็นผู้นำจีนที่ทรงอิ ทธิพลสูงสุดเทียบเท่าประธานเหมา เจ๋อตุงผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิส ต์ · การปฏิรูปเศรษฐกิจภายในประเทศจี นและการเดินหน้าเปิดเสรีด้านการ ค้า การลงทุน และการเงินกับต่างชาติจะเร่งควา มเร็วและความเข้มข้นขึ้นในระยะ 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยโดย ตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการส่งออกแ ละการท่องเที่ยว ปิดฉากการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคค อมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคมลง นายสี จิ้นผิงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เป็นวาระที่ 2 พร้อมคณะกรรมการถาวรโปลิตบูโรชุ ดใหม่อีก 7 คน โดยนอกจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่ควบตำแหน่งเลขาธิการพ รรคคอมมิวนิสต์และนายกรัฐมนตรีห ลี่ เค่อเฉียงแล้ว ยังมีคณะกรรมการถาวรอีก 5 คน ซึ่งเป็นหน้าใหม่ทั้งหมด ได้แก่ 1) นายหลี จ้านซู ผู้อำนวยการพรรคคอมมิวนิสต์และป ระธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ 2) นายหวาง หยาง รองนายกรัฐมนตรีสายปฏิรูป 3) นายหวัง ฮู่หนิง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ของพรรค คอมมิวนิสต์ 4)นายจ๋าว เหลอจี้ กรรมการปฏิรูปเศรษฐกิจ และ 5) นายหาน เจิ้ง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สาขาเซี่ ยงไฮ้ อย่างไรก็ตาม ตัวเต็งผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำใน อนาคตอย่าง นายหู ชุนหัว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ สาขากวางตุ้ง และนายเฉิน หมิ่นเอ๋อ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ สาขาฉงชิ่ง กลับไม่ได้รับเลือกเข้ามานั่งใน คณะกรรมการถาวร จึงมีการคาดการณ์ว่านายสี จิ้นผิงเตรียมดำรงตำแหน่งประธาน าธิบดีต่อเป็นสมัยที่ 3 อุดมการณ์สี จิ้นผิง 14 ข้อที่ถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญพ รรคเป็นหลักปฏิบัติเพื่อนำจีนไป สู่การเป็นประเทศสังคมนิยมสมัยใ หม่ที่เจริญรุ่งเรือง แข็งแกร่ง และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจและการ เมือง โดยมีประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจคื อ การเรียกร้อง “การปฏิรูปที่ลึกซึ้งและสมบูรณ์ ” พร้อมปรับใช้ “แนวคิดใหม่ๆ เพื่อการพัฒนา” การกำหนดนโยบายที่ให้ความสำคัญใ นการยกระดับคุณภาพชีวิตชาวจีนแล ะการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้ มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกั นได้อย่างกลมกลืน และการขยายอิทธิพลของจีนในเวทีโ ลกภายใต้วิสัยทัศน์สนับสนุนการส ร้างอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ ในขณะที่สาระสำคัญทางการเมืองมุ่งรวมอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง โดยเน้นอำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์ ในการตัดสินใจ บังคับใช้กฎหมาย และกำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ รวมถึงอำนาจของพรรคเหนือกองทัพป ระชาชน ตอกย้ำความสำคัญของนโยบาย “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ซึ่งหมายถึงจีนแผ่นดินใหญ่และเข ตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า และ “หลักการจีนเดียว” ตรึงความสัมพันธ์จีนแผ่นดินใหญ่ กับไต้หวัน 5 ปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของนายสี จิ้นผิง จีนได้ก้าวเข้าสู่ “ยุคใหม่” นำมาซึ่งความสำเร็จที่สำคัญหลาย ประการทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เศรษฐกิจจีนเร่งตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในปร ะเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นเป็น 80 ล้านล้านหยวน ซึ่งคิดเป็นปัจจัยสนับสนุนราว 30% ของการเติบโตของเศรษฐกิจโลกตั้ง แต่ปี 2013-2016 โดยโครงสร้างเศรษฐกิจจีนได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้ วยนวัตกรรม มีอุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่สำคัญคื อเศรษฐกิจดิจิทัล และผลงานด้านเทคโนโลยีอีกมากมาย เช่น รถไฟความเร็วสูง โดรนส่งสินค้า รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ ผลประกอบการการค้าและการลงทุนกั บต่างชาติของจีนอยู่ในระดับแนวห น้าของโลก โดยเฉพาะโครงการ Belt and Road Initiatives ในเวลาเดียวกันโครงการช่วยเหลือ คนยากจนในจีนก็ประสบผลสำเร็จ ทำให้ประชากรกว่า 60 ล้านคนพ้นขีดความยากจน ส่งผลให้อัตราความยากจนของจีนลด ลงจากราว 10% เหลือต่ำกว่า 4% เท่านั้น อย่างไรก็ดี ความสำเร็จที่เด่นชัดที่สุดของน ายสี จิ้นผิงคือ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน และการปรับโครงสร้างการบริหารพร รคคอมมิวนิสต์เพิ่มที่นั่งให้ แก่พันธมิตร ส่งผลให้อำนาจของนายสี จิ้นผิงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สี จิ้นผิงกลายเป็นผู้นำจีนที่ทรงอิ ทธิพลที่สุดแห่งยุค คาดการณ์ว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจแล ะการเมืองจีนใน 5 ปีข้างหน้าจะเป็นไปอย่างราบรื่น ใน 5 ปีที่ผ่านมา นายสี จิ้นผิงให้ความสำคัญในการกวาดล้ างคอร์รัปชันอย่างมาก ทำให้การแก้ปัญหาหนี้ในประเทศที่สูงถึง 260% ของ GDP การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีปร ะสิทธิภาพและ zombie companies ไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ความสำเร็จในการรวมอำนาจของประธ านาธิบดีสี จิ้นผิง ประกอบกับคณะกรรมการถาวรโปลิตบู โรชุดใหม่ที่มีแนวคิดทางด้านเศร ษฐกิจและการเมืองในทิศทางเดี ยวกับเขา จะส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายเ ศรษฐกิจในอีก 5 ปีข้างหน้าเป็นไปอย่างราบรื่นรว ดเร็ว นอกจากนี้ การบรรจุชื่อของนายสี จิ้นผิงไว้ในรัฐธรรมนูญของพรรค ยังส่งสัญญาณเตือนใครก็ตามที่ท้ าทายอำนาจตัดสินใจของนายสี จิ้นผิง ถือเป็นภัยคุกคามต่อการปกครองขอ งพรรคคอมมิวนิสต์ จีนเดินหน้าเปิดประเทศ ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” ชูการพัฒนาชนบทเป็นครั้งแรก มุ่งสู่การเป็นประเทศทรงอิทธิพล ภายในปี 2050 นายสี จิ้นผิงไม่ได้กล่าวถึงเป้าหมายตั วเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในการป ระชุมสมัชชาใหญ่ครั้งนี้เหมื อนที่ผ่านมา แต่มุ่งเน้นประเด็นสำคัญไปที่กา รพัฒนาอย่างมีคุณภาพ เป็นนัยสำคัญว่าอัตราการเจริญเติ บโตของ GDP จีนจะค่อยๆ ชะลอลงในระยะต่อไป แต่เป็นไปเพื่อการขยายตัวทางเศร ษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว · จีนเดินหน้าเปิดประเทศ ส่งเสริมให้มีการแข่งขันอย่างเส มอภาค เตรียมปรับแก้กฎหมายกีดกันทางกา รค้า สนับสนุนการพัฒนาของบริษัทเอกชน และผ่อนคลายมาตรการการเข้าตลาดข องธุรกิจและบริการ โดยได้เริ่มเปิดเสรีภาคการเงินแ ละตลาดเงินตราต่างประเทศแล้ว · Belt and Road Initiatives เมกะโปรเจกต์ส่งเสริมการเปิดประ เทศและความร่วมมือด้านการค้าและ การลงทุนกับต่างชาติ ที่ผ่านมาโครงการเน้นพัฒนาการเชื่ อมต่อทั้งทางบกและทางทะเลระหว่ างจีนและต่างประเทศ โดยจีนมีความตั้งใจจะใช้นโยบายส นับสนุนการค้าและการลงทุนแบบเสรี ให้นักลงทุนต่างชาติมีสิทธิเท่ าเทียมกับพลเมืองจีน พร้อมเน้นย้ำว่าโครงการ Belt and Road Initiatives มอบประโยชน์แก่ทุกฝ่าย หากจีนสามารถผลักดันให้เกิดความ ร่วมมืออย่างเหนียวแน่นกับนานาป ระเทศภายใต้โครงการ Belt and Road Initiatives ได้สำเร็จ อิทธิพลของจีนในเวทีโลกจะแข็งแก ร่งยิ่งขึ้น · เน้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่าง มีคุณภาพ ทั่วถึง เท่าเทียมทั้งในเมืองและชนบทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวจีนทั้งประเทศ โดยแก้ปัญหาการพัฒนาที่ไม่สมดุล ด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาชนบท ครอบคลุมการปฏิรูประบบบริหารเขต เมืองและชนบทให้มีความสมบูรณ์แบ บมากยิ่งขึ้น สนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรรมทั นสมัยและธุรกิจส่วนตัวที่เพิ่มร ายได้ให้แก่คนในชนบท เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างแ ท้จริง นอกจากนี้ จีนยังยกให้การศึกษามีความสำคัญ อันดับหนึ่ง ผลักดันการปรับปรุงระบบการศึกษา ให้มีแบบแผนเดียวกันทั่วประเทศแ ละสร้างแรงงานที่มีความรู้ระดับ อุดมศึกษาให้มากขึ้น พร้อมกันนี้จีนจะเร่งสร้างระบบส าธารณสุขและการรักษาพยาบาลขั้ นพื้นฐานให้มีคุณภาพและประสิทธิ ภาพสูง เตรียมพร้อมรับมือกับสังคมผู้สู งอายุอย่างแข็งขัน โดยนายสี จิ้นผิงกล่าวว่า จีนจะต้องบรรลุการเป็นประเทศสัง คมนิยมบนพื้นฐานพอกินพอใช้ในปี 2020 เป็นสังคมนิยมที่ทันสมัยในปี 2035 และกลายเป็นประเทศทรงอิทธิพลภาย ในปี 2050 · เร่งการพัฒนานวัตกรรมภายใต้แผน “Made in China 2025” นับตั้งแต่ปี 2015 จีนมีแผนการที่จะยกระดับภาคอุตส าหกรรมของประเทศทั้งหมดให้เป็นอุ ตสาหกรรมไฮเทค โดยให้การสนับสนุนด้านนโยบายและ การเงิน การออกกฎหมายคุ้มครอง การจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และการอัดฉีดเงินเพื่อการวิจัยแ ละพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จของแผน Made in China 2025 ทำให้จีนมีผลงานด้านเทคโนโลยีมา กมาย อาทิ ห้องทดลองอวกาศเทียนกง ยานดำน้ำสำรวจทะเลลึกพร้อมมนุษย์ เจียวหลง กล้องโทรทัศน์วิทยุฟาสต์ขนาดเล็ กที่สุดในโลก และการผลิตเครื่องบินขนาดใหญ่ เป็นต้น นอกจากนี้ จีนยังได้สร้างบริษัทเทคโนโลยียั กษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Baidu, Alibaba และ Tencent ซึ่งเทียบได้กับ Google, eBay และ Facebook ของสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันบริษัทจีนเหล่านี้ ก็รับนโยบายจากรัฐบาลให้ร่วมกัน ทำวิจัยด้านอินเทอร์เน็ตและเทคโ นโลยีแห่งอนาคต ทั้งนี้ การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีนวัตก รรมของโลกก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมา ยของจีนภายในปี 2050 อีกด้วย อีไอซีมองว่านโยบายเศรษฐกิจจีนข องสี จิ้นผิงมีแนวโน้มต่อยอดความสำเร็ จจาก 5 ปีแรก การได้ดำรงตำแหน่งผู้นำจีนเป็นส มัยที่ 2 ของนายสี จิ้นผิงทำให้การดำเนินนโยบายมีค วามต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปโครงสร้าง ทางเศรษฐกิจภายในประเทศและการขย ายอิทธิพลและผลประโยชน์ของจีนนอ กประเทศ และด้วยอำนาจการตัดสินใจที่เด็ด ขาดมากขึ้น อีไอซีคาดว่าโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเปิดประเทศ และโครงการ Belt and Road จะเห็นผลเป็นรูปธรรมและมีประสิท ธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ จีนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยด้วยสัดส่วนกว่า 12% ของการส่งออกทั้งหมด และเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับ 2 ของไทยราว 16% ของการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติทั้งหมดในปี 2016 การเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนจ ะทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศเข้มแ ข็งขึ้นและประชากรจีนมีกำลังซื้ อมากขึ้น ภาคการส่งออกของไทยได้รับอานิสง ส์โดยตรง เห็นได้จากการส่งออกของไทยไปจีน ที่ขยายตัวถึง 28% ใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2017 จากเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวและควา มต้องการสินค้าไทยที่เพิ่มขึ้นข องจีน ในขณะเดียวกันการท่องเที่ยวไทยจ ะคึกคักยิ่งขึ้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและราย ได้ของชาวจีนที่มีแนวโน้มเพิ่ มขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนของการขยายอิทธิพลในต่างป ระเทศของจีนผ่านโครงการ Belt and Road Initiatives และการเปิดเสรีทางการค้าการลงทุ นกับต่างชาติ จะส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากจีนไ หลเข้าสู่ภูมิภาคและไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจีนเร่งพั ฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี อีไอซีคาดว่าในอนาคตเมื่อจีนก้า วขึ้นเป็นผู้นำด้านไฮเทคไทยจะได้ รับการถ่ายทอดความรู้ด้ านเทคโนโลยีจากจีนผ่านการค้ าและการลงทุน นอกจากนี้ การเริ่มเปิดเสรีทางการเงินของจี นยังเป็นโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้ าไปมีส่วนร่วมในภาคการเงินของจี นมากขึ้น เช่น นโยบาย Bond Connect ที่เริ่มในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านม า
|






![]() | Today | 777 |
![]() | All days | 777 |
Comments