| กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี โชว์ความสำเร็จเดินหน้าCODโรงไฟฟ้าต่อเนื่อง |
|
|
|
| Monday, 06 November 2017 13:29 | |||
|
‘บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์’ หนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำ หน่ายไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ ของไทย ทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิ งพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โครงการโรงไฟฟ้าตาสิทธิ์ 3 กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง 129.9 MW สามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบต ามสัญญาให้แก่ กฟผ. จำนวน 90.0 MW เป็นระยะเวลา 25 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้ าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรร ม โดยปัจจุบันมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า จำนวน 32.8 เมกะวัตต์และไอน้ำจำนวน 25.0 ตันต่อชั่วโมง นางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (“GULF” หรือ “บริษัทฯ”) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟล์ลิ่ง) เพิ่มเติมให้แก่ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่ออัพเดตความคืบหน้าการพัฒนา โครงการโรงไฟฟ้า ซึ่งล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงก ารโรงไฟฟ้าตาสิทธิ์ 3 (“Gulf TS3” หรือ “GTS3”) ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้า SPP ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาห กรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด ตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง บนที่ดินกรรมสิทธิ์ของ GTS3 ซึ่งมีพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ส่งผลให้โครงการโรงไฟฟ้า GTS3 สามารถเริ่มดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเ ข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเ ทศไทย (กฟผ.) ได้ตามกำหนด โครงการโรงไฟฟ้า GTS3 ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแ ต่วันที่ 1 สิงหาคม 2558 ก่อสร้างแล้วเสร็จวันที่ 31 ตุลาคม 2560 และสามารถดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้ าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ตามสัญญาให้ แก่กฟผ. จำนวน 90 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 25 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 นอกจากนี้ยังได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้ าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรร ม โดยปัจจุบันมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า จำนวน 32.8 เมกะวัตต์และไอน้ำจำนวน 25.0 ตันต่อชั่วโมง ทั้งนี้ โครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าว เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ใช้ ระบบโคเจนเนอรเรชั่น (Cogeneration) ซึ่งประกอบด้วยเครื่องกังหันก๊า ซ (Gas Turbine) ขนาดกำลังการผลิต 46.5 เมกะวัตต์ จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) ขนาดกำลังการผลิต 37.0 เเมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งอยู่ที่ 129.9 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำติดตั้งอยู่ที่ 25.0 ตันต่อชั่วโมง ความสำเร็จในครั้งนี้ ส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ มีโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ จำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิ ชย์แล้ว 13 โครงการ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิง พาณิชย์แล้วเช่นกันอีก 4 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งทั้ งสิ้น 4,772.1 เมกะวัตต์ “เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการโ รงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ ระหว่างการพัฒนาและจะทยอยจำหน่า ยไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์อี กหลายโครงการ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใ ช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนและภาคอุตสา หกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มลูกค้าภา คอุตสาหกรรมชั้นนำที่ให้ความไว้ วางใจ GULF เป็นอย่างดี ด้วยระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคงแ ละมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับความต้องการไฟฟ้าขอ งลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับการขยายตัวของเขตพื้ นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทำให้ GULF สามารถเติบโตและเป็นหนึ่งในผู้นำ การผลิตไฟฟ้าในปัจจุบัน” นางพรทิพา กล่าว
|






![]() | Today | 1075 |
![]() | All days | 1075 |
Comments